
สุดยอดสมรรถนะ: 20 รถยนต์อเมริกันที่เร็วที่สุดตลอดกาล
ในโลกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและนวัตกรรม ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สร้างประวัติศาสตร์อันยาวนานในการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูง ตั้งแต่ยุคของเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลัง ไปจนถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ในศตวรรษที่ 21 อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านวิศวกรรมและการออกแบบมาโดยตลอด ความหลงใหลในความเร็ว การเร่งความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสมรรถนะที่เหนือชั้น ได้หล่อหลอมวัฒนธรรมของรถยนต์อเมริกันมาอย่างยาวนาน ในบทความนี้ เราจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของ รถยนต์อเมริกันที่เร็วที่สุด โดยพาทุกท่านไปสำรวจ 20 รุ่นที่สร้างสถิติความเร็วสูงสุดตลอดกาล จากประสบการณ์ 10 ปีในวงการยานยนต์สมรรถนะสูง ผมได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง ซึ่งทำให้รถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะ แต่ยังเป็นผลงานศิลปะทางวิศวกรรมอีกด้วย
นิยามใหม่ของความเร็ว: จาก Muscle Cars สู่ Hypercars
เมื่อพูดถึง รถยนต์อเมริกันที่เร็วที่สุด หลายคนอาจนึกถึงภาพของรถ Muscle Cars ในยุค 60 ที่มาพร้อมเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ขนาดใหญ่ และแรงบิดมหาศาลที่ผลักดันรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า แต่กาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของความเร็วไปอย่างสิ้นเชิง ในยุคปัจจุบัน รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ได้ยกระดับมาตรฐานของสมรรถนะไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานระหว่างอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง วัสดุที่เบาแต่แข็งแกร่ง และระบบส่งกำลังที่ทรงพลังทั้งแบบสันดาปภายในและระบบไฟฟ้า การเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แต่มันคือความเป็นจริงที่สัมผัสได้บนถนน
การแข่งขันเพื่อสร้าง รถยนต์สมรรถนะสูงสัญชาติอเมริกัน ที่เร็วที่สุดนั้นเข้มข้นมาตลอดหลายทศวรรษ ผู้ผลิตต่างทุ่มเททรัพยากรในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างรถยนต์ที่สามารถทำลายสถิติเดิมๆ และสร้างนิยามใหม่ของความเร็ว ความเร็วสูงสุด (Top Speed) และอัตราเร่ง (Acceleration) กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
Cadillac ATS-V: 189 ไมล์ต่อชั่วโมง
Cadillac ATS-V ซึ่งผลิตในช่วงปี 2013-2019 เป็นตัวอย่างที่ดีของ รถยนต์อเมริกันหรูที่เน้นสมรรถนะ รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.6 ลิตร แบบ Twin-Turbocharged ที่ให้กำลังมหาศาล สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาประมาณ 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 189 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยพละกำลัง ทำให้ ATS-V เป็นรถสปอร์ตซีดานที่น่าเกรงขามในยุคนั้น ด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 68,335 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีตัวเลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ
Acura NSX: 191 ไมล์ต่อชั่วโมง
Acura NSX เป็นหนึ่งใน รถสปอร์ตไฮบริดสมรรถนะสูง ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา (Marysville, Ohio) โดดเด่นด้วยการวางเครื่องยนต์กลางลำ (Mid-engine) พร้อมเครื่องยนต์ V6 Twin-Turbocharged และมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ผสมผสานกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด NSX สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 3.0 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 191 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้การผลิตจะสิ้นสุดลงในปี 2022 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทิศทางของบริษัทไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ NSX ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความสามารถของอเมริกาในการสร้างสรรค์รถสปอร์ตที่ล้ำสมัย
Chevrolet Corvette Stingray: 194 ไมล์ต่อชั่วโมง
Chevrolet Corvette Stingray คือไอคอนแห่ง รถสปอร์ตอเมริกัน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายทศวรรษ Corvette เจเนอเรชั่นที่ 8 ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 ได้ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วยการเปลี่ยนมาใช้การวางเครื่องยนต์กลางลำ เพื่อการทรงตัวและการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลัง 490 แรงม้า และแรงบิด 465 ปอนด์-ฟุต สามารถทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 2.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 194 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยราคาในช่วง 72,000-75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ Stingray ยังคงเป็นที่ต้องการของนักเลงรถที่ชื่นชอบสมรรถนะ
Chevrolet Camaro ZL1: 198 ไมล์ต่อชั่วโมง
Chevrolet Camaro ZL1 คือสุดยอดแห่ง รถกล้ามโตอเมริกัน (American Muscle Cars) ที่ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ Supercharged V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลัง 650 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต ทำให้ ZL1 สามารถทะยานจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 4.0 วินาที และมีความเร็วสูงสุดเกือบ 200 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้ Chevrolet จะประกาศยุติการผลิต Camaro ในปี 2024 แต่ ZL1 ยังคงเป็นตำนานที่น่าจดจำสำหรับสมรรถนะที่เร้าใจ
Cadillac CT5-V Blackwing: 200 ไมล์ต่อชั่วโมง
Cadillac CT5-V Blackwing คือเรือธงของตระกูล V-Series จาก Cadillac ผสมผสานความสะดวกสบาย ความหรูหรา และความเร็วไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์ Supercharged V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลัง 668 แรงม้า และแรงบิด 659 ปอนด์-ฟุต Blackwing เป็น Cadillac ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยราคาที่อยู่ในช่วงหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้รุ่นปี 2024 มีรายชื่อผู้รอคอยจำนวนมาก
Tesla Model S Plaid: 200 ไมล์ต่อชั่วโมง
Tesla Model S Plaid เป็นตัวแทนของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ในยุคใหม่ที่ปฏิวัติวงการ ด้วยระบบขับเคลื่อนสามมอเตอร์ไฟฟ้า มอบกำลังมหาศาลถึง 1,020 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.1 วินาที ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในตลาดปัจจุบัน Model S Plaid มีความเร็วสูงสุดที่ 200 ไมล์ต่อชั่วโมง และพิสัยการขับขี่ 400 ไมล์ ด้วยราคาประมาณ 136,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่นปี 2024 Tesla ได้รับการยอมรับอย่างสูง และมีระยะเวลารอคอย 1-3 เดือน
Dodge Challenger SRT Hellcat Widebody: 203 ไมล์ต่อชั่วโมง
Dodge Challenger SRT Hellcat Widebody คือการตีความใหม่ของ รถ Muscle Car อเมริกัน คลาสสิก เครื่องยนต์ HEMI V8 ขนาด 6.2 ลิตร Supercharged ให้กำลัง 717 แรงม้า และแรงบิด 656 ปอนด์-ฟุต ทำให้รถคันนี้มีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงที่ 3.7 วินาที แม้จะมีน้ำหนักตัวถึง 4,500 ปอนด์ แต่ก็มีความเร็วสูงสุดที่ 203 ไมล์ต่อชั่วโมง การมาถึงของ Widebody ได้ยกระดับสมรรถนะของ Challenger ไปอีกขั้น
Dodge Charger SRT Hellcat/Redeye: 203 ไมล์ต่อชั่วโมง
Dodge Charger SRT Hellcat Redeye เป็นรถซีดานสมรรถนะสูงที่ผสมผสานพละกำลังและความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน เครื่องยนต์ HEMI V8 ขนาด 6.2 ลิตร Supercharged จ่ายกำลัง 797 แรงม้า และแรงบิด 707 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 3.4 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 203 ไมล์ต่อชั่วโมง Charger Hellcat Redeye รุ่นปี 2023 มีราคาเริ่มต้นประมาณ 86,365 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่นปี 2024 ผู้ผลิตได้เปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดกับ Charger Daytona SRT
2006 Ford GT: 205 ไมล์ต่อชั่วโมง
Ford GT รุ่นปี 2006 สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของ Ford ที่ Le Mans ในปี 1966 รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่น่าทึ่ง และเครื่องยนต์ V6 EcoBoost ขนาด 3.5 ลิตร Twin-Turbocharged ให้กำลัง 660 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 3.0 วินาที ด้วยโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและการส่งกำลังแบบ Dual-Clutch 7 สปีด ทำให้ GT รุ่นนี้เป็นรถซูเปอร์คาร์ที่น่าสะสม ด้วยราคาเริ่มต้น 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และการผลิตจำกัดเพียงไม่ถึง 2,000 คัน
SRT Viper: 206 ไมล์ต่อชั่วโมง
SRT Viper โดยเฉพาะรุ่นที่ 5 ซึ่งกลับมาผลิตอีกครั้งในปี 2012 เป็นรถสปอร์ตอเมริกันที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องยนต์ V10 สมรรถนะสูง แม้จะมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงที่ 3.5 วินาที ซึ่งอาจดูไม่หวือหวาเท่ารถรุ่นใหม่ๆ แต่ Viper ก็ชดเชยด้วยความเร็วสูงสุดถึง 206 ไมล์ต่อชั่วโมง รุ่น Gen V ที่ผลิตระหว่างปี 2013-2017 มีจำนวนจำกัดเพียงไม่ถึง 2,500 คัน ทำให้เป็นหนึ่งใน Viper ที่หายากที่สุด
Cadillac CTS-V: 208 ไมล์ต่อชั่วโมง
Cadillac CTS-V เป็นหนึ่งใน รถซีดานสมรรถนะสูง ที่น่าประหลาดใจที่สุดในรายชื่อนี้ ด้วยการผสมผสานระหว่างความหรูหราและความแรง CTS-V รุ่นที่สาม (2016-2019) ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร Supercharged ให้กำลัง 640 แรงม้า และแรงบิด 630 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่ถึง 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 208 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งน่าทึ่งมากสำหรับรถซีดาน ราคาสเริ่มต้นของรุ่นปี 2016 อยู่ที่ประมาณ 84,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีจำนวนการผลิตจำกัดเพียง 7,000 คัน
Dodge Challenger SRT Demon: 211 ไมล์ต่อชั่วโมง
Dodge Challenger SRT Demon คือ รถ Muscle Car จำกัดการผลิต ที่ยกระดับคำว่า “สมรรถนะสูง” ไปอีกขั้น ออกแบบมาเพื่อการแข่งขัน Drag Racing โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ HEMI V8 ขนาด 6.2 ลิตร Supercharged ให้กำลัง 808 แรงม้า (หรือ 840 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง Octane สูง) ทำให้ Demon สามารถทะยานจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.3 วินาที ด้วยการผลิตที่จำกัด ทำให้ Demon เป็นรถที่นักสะสมนิยม โดยเฉพาะนักแข่ง Drag Racing
Chevrolet Corvette ZR1 C-7: 216 ไมล์ต่อชั่วโมง
Chevrolet Corvette ZR1 C-7 คือรุ่นที่เน้นการขับขี่ในสนามแข่ง สมรรถนะสูงของ Corvette เจเนอเรชั่นที่ 7 ติดตั้งเครื่องยนต์ LT5 V8 ขนาด 6.2 ลิตร Supercharged ให้กำลัง 755 แรงม้า และแรงบิด 715 ปอนด์-ฟุต ซึ่งเป็น Corvette ที่ทรงพลังที่สุดในขณะนั้น สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่ถึง 3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 216 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยจำนวนการผลิตที่น้อยกว่า 5,000 คัน ทำให้ ZR1 C-7 เป็นรถที่หายาก
Chevrolet Camaro ZL1 1LE: 217 ไมล์ต่อชั่วโมง
Chevrolet Camaro ZL1 1LE ถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วสุดขีดทั้งบนถนนและในสนามแข่ง มาพร้อมเครื่องยนต์ Supercharged V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลัง 650 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 217 ไมล์ต่อชั่วโมง ZL1 1LE ได้เข้าร่วมการแข่งขัน NASCAR ในปี 2018 และคว้าชัยชนะ Daytona 500 ในการแข่งขันครั้งแรก การผลิตมีจำกัดเพียง 350 คัน ทำให้เป็นรถในฝันของนักสะสม
Vector W8: 242 ไมล์ต่อชั่วโมง
Vector W8 ซึ่งเปิดตัวในปี 1989 เป็น รถยนต์สปอร์ตสัญชาติอเมริกัน ที่ออกแบบมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดของสมรรถนะและเทคโนโลยีในยุคนั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.0 ลิตร Twin-Turbocharged ให้กำลัง 625 แรงม้า และมีความเร็วสูงสุดถึง 242 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย ประตูแบบ Gull-wing และโครงสร้างที่แข็งแกร่ง แม้จะมีการผลิตที่จำกัด (น้อยกว่า 20 คัน) ก่อนยุติสายการผลิตในปี 1993 แต่ Vector W8 ยังคงเป็นที่กล่าวขานถึงการออกแบบที่โดดเด่น
Saleen S7 Twin Turbo: 248 ไมล์ต่อชั่วโมง
Saleen S7 ซึ่งผลิตระหว่างปี 2000-2009 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เหนือกาลเวลาและหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง เครื่องยนต์ V8 ขนาด 7.0 ลิตร วางกลางลำ ให้กำลัง 550 แรงม้า ในรุ่นแรก และได้รับการอัปเกรดเป็น Twin-Turbocharged ให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้า S7 สามารถทำความเร็วสูงสุดเกือบ 250 ไมล์ต่อชั่วโมง และเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 2.8 วินาที ด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา S7 เป็นที่ยอมรับในหมู่นักสะสมว่าเป็น Hypercar อเมริกันที่น่าจดจำ
Czinger 21C: 253 ไมล์ต่อชั่วโมง
Czinger 21C คือ Hypercar สัญชาติอเมริกัน ที่เป็นตัวแทนของสุดยอดนวัตกรรมและการออกแบบ พัฒนาโดย Czinger Vehicles บริษัทในลอสแอนเจลิส 21C ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ผสมผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 2.9 ลิตร Twin-Turbocharged ที่พัฒนาขึ้นเอง กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 1,233 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที! การผลิตมีจำนวนจำกัดเพียง 80 คัน และมีราคาสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
SSC Ultimate Aero TT: 257 ไมล์ต่อชั่วโมง
SSC Ultimate Aero TT ซึ่งผลิตโดย Shelby Super Cars (SSC) ในช่วงปี 2006-2007 เป็นหนึ่งใน รถยนต์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลก ณ เวลานั้น ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร Twin-Turbocharged ให้กำลัง 1,183 แรงม้า Ultimate Aero TT สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 257 ไมล์ต่อชั่วโมง และเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 2.5 วินาที ด้วยการผลิตเพียง 24 คัน ทำให้ Aero TT เป็นรถที่หายากและมีราคาสูงในตลาดนักสะสม
Hennessey Venom GT: 265.6 ไมล์ต่อชั่วโมง
Hennessey Venom GT คือ Hypercar ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Lotus Exige โดดเด่นด้วยอัตราส่วนกำลังต่อมวลที่ยอดเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 7.0 ลิตร Twin-Turbocharged ให้กำลังสูงสุดถึง 1,244 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 2.7 วินาที และเคยครองสถิติรถยนต์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกในปี 2014 ด้วยความเร็วสูงสุด 265.6 ไมล์ต่อชั่วโมง การผลิตมีจำกัดเพียง 13 คัน ทำให้ Venom GT เป็นตำนานแห่งความเร็ว
SSC Tuatara: 295 ไมล์ต่อชั่วโมง
SSC Tuatara คือ Hypercar ที่ผลิตโดย Shelby Super Cars North America (SSC) และได้รับการยอมรับว่าเป็น รถยนต์อเมริกันที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร Twin-Turbocharged ที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ให้กำลังสูงสุดถึง 1,750 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) Tuatara ได้สร้างสถิติความเร็วสูงสุดใหม่สำหรับรถยนต์โปรดักชันที่ 295 ไมล์ต่อชั่วโมง (เฉลี่ย 283 ไมล์ต่อชั่วโมงในการวิ่งสองครั้งติดต่อกัน) ด้วยอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 2.5 วินาที SSC Tuatara ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของอเมริกาในการแข่งขันเพื่อความเร็ว
บทสรุป: อนาคตของความเร็วกับรถยนต์อเมริกัน
การเดินทางของ รถยนต์อเมริกันที่เร็วที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดยั้งในการผลักดันขีดจำกัดทางเทคโนโลยีและวิศวกรรม จากยุคของ Muscle Cars ที่เต็มไปด้วยพละกำลัง สู่ยุคของ Hypercars ที่ผสมผสานนวัตกรรมล่าสุด ทั้งระบบไฟฟ้าและวัสดุขั้นสูง ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกันยังคงเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ยานพาหนะที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความเร็ว และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับโลก รถยนต์เหล่านี้คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมโชว์รูมรถยนต์สมรรถนะสูงใน กรุงเทพฯ หรือการค้นหา รถสปอร์ตมือสอง คุณสามารถเริ่มต้นการค้นหาและสัมผัสกับสมรรถนะอันน่าทึ่งเหล่านี้ได้แล้ววันนี้!