
รู้ทันการเสื่อมราคา: เจาะลึกรถยนต์ที่มูลค่าตกเร็วที่สุดในตลาดปี 2026
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นเทรนด์และปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่ารถยนต์เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สามารถรักษามูลค่าไว้ได้นาน การทำความเข้าใจว่ารถรุ่นใดมีแนวโน้มที่จะเสื่อมราคาเร็วที่สุด ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อได้อย่างชาญฉลาด หรือแม้แต่ใช้ประโยชน์จากรถยนต์เหล่านี้ในตลาดมือสอง
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงปัจจัยที่ทำให้มูลค่ารถยนต์ตกต่ำอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์รถยนต์ที่ มูลค่ารถยนต์ตกเร็วที่สุด ในตลาดปี 2026 ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงรถยนต์สันดาปภายในที่น่าประหลาดใจบางรุ่น
นิยามของการเสื่อมราคาและการวิเคราะห์ของเรา
การเสื่อมราคา (Depreciation) คือการสูญเสียมูลค่าของสินทรัพย์เมื่อเวลาผ่านไป สำหรับรถยนต์ โดยเฉพาะรถใหม่ มูลค่าจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงปีแรกๆ ของการใช้งาน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราการเสื่อมราคาของรถยนต์นั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความนิยมของรุ่นรถ สภาพตลาด เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงนโยบายของผู้ผลิต และแม้กระทั่งภาพลักษณ์ของแบรนด์
ในการจัดอันดับนี้ เราได้ทำการวิเคราะห์จากข้อมูลราคาขายเฉลี่ยใหม่ (MSRP) เปรียบเทียบกับราคาขายเฉลี่ยในตลาดมือสองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์การสูญเสียมูลค่าโดยรวม เราได้พิจารณารถยนต์รุ่นปี 2022 เป็นหลัก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการประเมินแนวโน้มการเสื่อมราคาในระยะยาว โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถยนต์ใหม่ หรือผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มือสองในราคาที่สมเหตุสมผล
รถยนต์ไฟฟ้า (EV): ตัวเต็งแห่งการเสื่อมราคาที่รวดเร็ว
เป็นที่สังเกตได้ชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น โดยเฉพาะรุ่นเปิดตัวใหม่ๆ มักมีอัตราการเสื่อมราคาที่สูงกว่ารถยนต์สันดาปภายในอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือสาเหตุหลักๆ ที่เราพบเห็นบ่อยครั้ง:
เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด: ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งมากขึ้น ระบบชาร์จที่เร็วขึ้น และคุณสมบัติด้านซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ทำให้รถยนต์ EV รุ่นเก่าอาจดูเหมือนล้าสมัยอย่างรวดเร็ว
การปรับลดราคาของผู้ผลิต: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าบางราย โดยเฉพาะ Tesla มักมีการปรับลดราคาขายใหม่บ่อยครั้งและอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายต่อของรถยนต์มือสอง
การแข่งขันที่รุนแรง: จำนวนผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และส่งผลต่อความต้องการรถยนต์รุ่นเก่า
นโยบายและมาตรการสนับสนุน: การเปลี่ยนแปลงนโยบายการอุดหนุนรถยนต์ EV จากภาครัฐ หรือการยกเลิกมาตรการส่งเสริมต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายใหม่ และต่อเนื่องไปยังราคาขายต่อ
Tesla Model S (ปี 2022): ผู้นำด้านมูลค่าที่ร่วงหล่น
การเสื่อมราคา: สูงถึง -61.53%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 2.5 ล้านบาท (74,132 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 4.1 ล้านบาท (120,490 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 1.5 ล้านบาท (46,359 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 75/100
Tesla Model S ปี 2022 กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ เสื่อมราคารถยนต์ไฟฟ้า อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นรถยนต์ธงของ Tesla ที่มาพร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่ง โดยเฉพาะรุ่น Plaid ที่สามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวิศวกรรมที่น่าประทับใจ แต่ในชีวิตประจำวัน คุณสมบัติดังกล่าวอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ ราคาขายใหม่ที่สูงมาก โดยเฉพาะในรุ่นสมรรถนะสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน
หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาของ Tesla ที่มักมีการปรับลดราคาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้การซื้อรถ Tesla มือสองในช่วงเวลาหนึ่ง อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการซื้อรถใหม่ ทำให้ราคาขายต่อของรถมือสองยิ่งตกต่ำลงไปอีก
Tesla Model Y (ปี 2022): ความนิยมสวนทางมูลค่า
การเสื่อมราคา: -56.64%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 1.3 ล้านบาท (38,510 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 2.3 ล้านบาท (67,990 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 1 ล้านบาท (29,480 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 73/100
Model Y เป็นหนึ่งในรถยนต์ Tesla ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดบนท้องถนน ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นรุ่นที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น (เมื่อเทียบกับ Model S และ X) แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ Model Y กลับมีอัตราการ เสื่อมราคารถยนต์ EV ที่แย่กว่า Model X ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและราคาสูงกว่า ปัญหาหลักๆ ของ Tesla ที่ส่งผลต่อมูลค่ารถยนต์ ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อ Model Y ด้วยเช่นกัน แม้จะเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์ก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาที่บ่อยครั้งของ Tesla เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคบางครั้งรู้สึกว่า การซื้อรถใหม่นั้นคุ้มค่ากว่ารถมือสอง ทำให้ราคาขายต่อของรถรุ่นนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
Tesla Model X (ปี 2022): ดีไซน์ที่อาจเป็นดาบสองคม
การเสื่อมราคา: -55.23%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 2.4 ล้านบาท (71,792 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 4.4 ล้านบาท (129,990 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 1.9 ล้านบาท (58,198 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 72/100
Tesla Model X ที่เปิดตัวมานานกว่าทศวรรษ กลับกลายเป็นรถที่มีราคาขายใหม่เฉลี่ยสูงสุดในบรรดารถ Tesla ในกลุ่มนี้ และส่งผลให้มี มูลค่ารถยนต์ตกเร็ว อย่างมหาศาล นอกจากราคาที่สูงแล้ว ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ประตู Falcon Wing ที่เปิดขึ้นด้านบน อาจเป็นสิ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้มีความเฉพาะตัวสูง ซึ่งอาจเป็นที่ชื่นชอบของบางคน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ดูไม่เข้าที่เข้าทางหรือดูแปลกตาสำหรับบางคนเช่นกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้รถรุ่นนี้ดู “แก่” เร็วกว่ารถซีดานหรือ SUV รุ่นอื่นๆ ของ Tesla
Lucid Air (ปี 2022): ความเสี่ยงของผู้บุกเบิกเทคโนโลยี
การเสื่อมราคา: -54.74%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 2.4 ล้านบาท (70,172 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 4.3 ล้านบาท (128,200 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 1.9 ล้านบาท (58,029 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: N/A
Lucid Air เป็นรถยนต์หรูหราที่เปิดตัวในปี 2022 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงาม เงียบสงบ และมีสมรรถนะสูง พร้อมระยะทางวิ่งที่ยาวนานกว่าคู่แข่ง แต่การเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีใหม่ๆ ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ Lucid ในฐานะสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ซึ่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมักมีความผันผวนสูง ผู้บริโภคอาจลังเลที่จะลงทุนกับรถยนต์หรูราคาหลายแสนดอลลาร์จากแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้ว่ารถยนต์จะมีความน่าประทับใจเพียงใดก็ตาม นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Lucid Air มี อัตราการเสื่อมราคารถยนต์หรู ที่สูง
Tesla Model 3 (ปี 2022): รถ EV เข้าถึงง่าย แต่ก็สูญเสียมูลค่า
การเสื่อมราคา: -53.31%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 1 ล้านบาท (29,315 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 1.8 ล้านบาท (54,990 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 8.6 แสนบาท (25,675 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 75/100
Model 3 อาจเป็นรถยนต์ Tesla ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายที่สุด แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปรากฏการณ์ ราคารถยนต์ตก ที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน นอกเหนือจากปัญหาเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ Tesla โดยตรงแล้ว การเปลี่ยนแปลงสเปคและรุ่นย่อยอย่างไม่แจ้งล่วงหน้า รวมถึงการปรับราคาที่ผันผวนของผู้ผลิต เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าของรถยนต์ Tesla
ในช่วงปี 2022 ราคาขายใหม่ของรถยนต์ EV โดยรวมค่อนข้างสูงเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ราคาขายใหม่ก็ปรับลดลงอย่างมาก แม้ว่าสมรรถนะของรถจะดีขึ้นก็ตาม ทำให้การซื้อรถ Tesla มือสองในช่วงเวลานั้นอาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร
Polestar 2 (ปี 2022): จุดเด่นน้อยกว่าคู่แข่งที่พัฒนาเร็วกว่า
การเสื่อมราคา: -52.48%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 8.5 แสนบาท (25,140 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 1.6 ล้านบาท (47,900 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 7.6 แสนบาท (22,760 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 58/100
Polestar 2 เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็กที่เปิดตัวในปี 2021 แม้จะมีราคาที่แข่งขันได้สำหรับรถยนต์หรู และมีคุณภาพการประกอบเทียบเท่า Volvo แต่ก็ยังขาดปัจจัยบางอย่าง เช่น ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและระยะทางวิ่ง เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีราคาใกล้เคียงกันและมีการพัฒนาที่ดีขึ้น นอกจากนี้ คะแนนความน่าเชื่อถือที่ค่อนข้างต่ำ (58/100) ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อ ราคาขายรถยนต์มือสอง
รายงานจาก Wired ในปี 2024 ระบุว่า Polestar 2 มีความผันผวนของมูลค่าที่สูงและบ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากจำนวนการผลิตและยอดขายที่ค่อนข้างน้อย ทำให้มีสินค้าคงคลังจำกัด
Chevrolet Trailblazer (ปี 2022): รถน้ำมันที่น่าประหลาดใจ
การเสื่อมราคา: -51.99%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 4.3 แสนบาท (12,789 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 8.3 แสนบาท (24,600 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 4 แสนบาท (11,811 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 86/100
Chevrolet Trailblazer ปี 2022 เป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นเดียวที่ติดอันดับรถยนต์ที่มี การเสื่อมราคามากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อพิจารณาถึงความนิยมและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม SUV ขนาดเล็ก แม้ว่า Trailblazer จะกลับมาสู่ตลาดหลังจากหายไปนาน และมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนๆ แต่ก็ยังคงมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้มูลค่าลดลงอย่างรวดเร็ว
ด้วยความสบายในการขับขี่ ราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อซื้อใหม่ และคะแนนความน่าเชื่อถือที่สูง Trailblazer ควรจะรักษามูลค่าได้ดีกว่านี้ แต่ก็เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV ขนาดเล็กมือสอง เพราะ Trailblazer ปี 2022 มีราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
Volkswagen ID.4 (ปี 2022): ความท้าทายของรถ EV รุ่นแรก
การเสื่อมราคา: -51.33%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 7.8 แสนบาท (23,264 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 1.5 ล้านบาท (45,320 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 7.4 แสนบาท (22,057 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 54/100
ID.4 คือรถยนต์ EV ที่ผลิตบนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดของ Volkswagen ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ แต่ก็ประสบปัญหา มูลค่ารถยนต์ตก อย่างรวดเร็ว ปัจจัยหลักที่น่าจะเป็นไปได้คือคะแนนความน่าเชื่อถือที่ต่ำเตี้ย (54/100) เมื่อเทียบกับคู่แข่งส่วนใหญ่ นอกจากนี้ เมื่อรถยนต์รุ่นนี้มีอายุ 1-2 ปี ก็มีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจกว่าและมีราคาใกล้เคียงกันออกสู่ตลาด ทำให้ความน่าดึงดูดของรถรุ่นเก่าลดลง
Mercedes-Benz EQS Sedan (ปี 2022): ค่าตัวหรูหรา ส่งผลต่อการเสื่อมราคา
การเสื่อมราคา: -50.81%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 2.2 ล้านบาท (63,990 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 4.2 ล้านบาท (125,950 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 2.1 ล้านบาท (61,960 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 79/100
Mercedes-Benz EQS Sedan เปิดตัวในปี 2022 ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ภายในที่สะดวกสบาย และสมรรถนะที่น่าประทับใจ แต่ราคาขายใหม่ที่สูงมาก คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้มีการ เสื่อมราคารถยนต์หรู อย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากราคา ปัญหาเรื่องระบบ Infotainment ที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับบางฟังก์ชัน ก็เป็นจุดที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์
อย่างไรก็ตาม EQS ยังคงเป็นรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์หรูมือสอง EQS Sedan อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากยอมรับการสูญเสียมูลค่าที่เกิดขึ้นได้
Maserati Levante (ปี 2022): ซูมหาดราก้อนที่หาที่ยืนไม่เจอ
การเสื่อมราคา: -48.17%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 1.9 ล้านบาท (55,999 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 3.9 ล้านบาท (116,250 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 2 ล้านบาท (60,251 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: N/A
Maserati Levante ซึ่งถูกยกเลิกการผลิตหลังปี 2024 ไม่สามารถหาจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดได้ แม้จะมีดีไซน์ที่สวยงามตามแบบฉบับรถ SUV หรู แต่ก็ไม่ได้สะท้อนถึงผลงานที่ดีที่สุดของค่ายรถสปอร์ตอย่าง Maserati การออกแบบที่ถ่ายทอดจากรถสปอร์ตมายังแพลตฟอร์ม SUV อาจไม่ลงตัวนัก และภายในห้องโดยสารก็ไม่สามารถเทียบเคียงกับราคาได้ Levante เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในไม่กี่รุ่นที่ติดอันดับรถยนต์ที่มี มูลค่าตกอย่างรวดเร็ว
Audi e-tron GT (ปี 2022): สมรรถนะสูง แต่พื้นที่ใช้งานจำกัด
การเสื่อมราคา: -48.07%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 2 ล้านบาท (58,833 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 4.1 ล้านบาท (122,400 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 2.1 ล้านบาท (63,568 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: N/A
Audi e-tron GT ที่เปิดตัวในปี 2022 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เฉียบคมและสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตคันนี้มีราคาค่อนข้างสูง แม้ว่าจะมีที่นั่ง 5 ตำแหน่ง แต่เบาะหลังค่อนข้างแคบ และพื้นที่เก็บสัมภาระก็จำกัด ทำให้มีรถยนต์ EV รุ่นอื่นๆ ที่ให้ความสนุกในการขับขี่ไม่แพ้กัน แต่มีพื้นที่ใช้งานที่มากกว่า
BMW iX (ปี 2022): ดีไซน์ที่อาจเป็นจุดอ่อน
การเสื่อมราคา: -47.41%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 1.3 ล้านบาท (39,443 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 2.8 ล้านบาท (83,200 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 1.5 ล้านบาท (43,757 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 79/100
BMW iX ซึ่งเป็น SUV ครอสโอเวอร์หรูหราขนาดเล็ก เปิดตัวในปี 2022 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสายการผลิตแรกๆ ของ BMW ที่มาพร้อมกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นดีไซน์ที่แปลกตาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องใช้กระจังหน้า นอกจากปัจจัยด้านดีไซน์แล้ว การอัปเกรดคุณสมบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจทำให้รถยนต์ iX มือสองมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ๆ
Jaguar I-Pace (ปี 2022): รถ EV จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเรื่องการเสื่อมราคา
การเสื่อมราคา: -47.36%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 1.1 ล้านบาท (33,107 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 2.4 ล้านบาท (69,900 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 1.2 ล้านบาท (36,793 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: N/A
Jaguar เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่อง มูลค่ารถยนต์ตก ที่ค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับรถยนต์หรูอื่นๆ และ I-Pace รถยนต์ไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียวของแบรนด์ ก็ไม่ได้หลีกหนีจากแนวโน้มนี้ แม้จะเป็นรถที่ขับขี่สนุกและมีดีไซน์ที่สวยงาม แต่การที่ Jaguar กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอนาคต อาจทำให้มูลค่าของ I-Pace มือสองมีความไม่แน่นอน
Nissan Leaf (ปี 2022): รุ่นเก่าที่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่
การเสื่อมราคา: -46.29%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 5 แสนบาท (14,999 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 1.1 ล้านบาท (32,400 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 5.9 แสนบาท (17,401 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: 72/100
Nissan Leaf ได้รับการออกแบบใหม่ในปี 2026 ให้เป็นรถ SUV ขนาดเล็กแทนที่รถแฮทช์แบ็กแบบเดิมๆ หวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยปรับปรุงอัตราการเสื่อมราคาของรถรุ่นนี้ได้ เนื่องจากรุ่นปี 2022 มีอัตราการ เสื่อมราคารถยนต์ยอดนิยม ที่ไม่ดีนัก
Leaf มีจุดเด่นที่ราคาขายใหม่ที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือระยะทางวิ่งสูงสุดที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด เมื่อมีรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถรอบด้านมากขึ้นเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง มูลค่าของ Leaf มือสองจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Ford Mustang Mach-E (ปี 2022): ชื่อชั้นที่อาจสวนทางกับมูลค่า
การเสื่อมราคา: -46.13%
มูลค่าที่สูญเสีย: ประมาณ 8.3 แสนบาท (24,423 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยใหม่: ประมาณ 1.8 ล้านบาท (52,945 ดอลลาร์สหรัฐ)
ราคาเฉลี่ยมือสอง: ประมาณ 9.6 แสนบาท (28,523 ดอลลาร์สหรัฐ)
คะแนนความน่าเชื่อถือ: N/A
Ford Mustang Mach-E เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดการถกเถียงในกลุ่มผู้ชื่นชอบ Mustang ดั้งเดิม ด้วยการนำชื่อรุ่นในตำนานมาใช้กับรถ SUV ไฟฟ้า แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ผู้คนไม่พอใจในปัจจุบัน อาจไม่ใช่เรื่องของชื่อรุ่น แต่เป็นเพราะ รถยนต์ที่มูลค่าตกเร็ว รุ่นนี้ ไม่สามารถรักษามูลค่าได้ดีนัก
แม้ว่าจะมีดีไซน์ที่เฉียบคม และมีราคาขายที่หลากหลาย แต่นอกเหนือจากคะแนนความน่าเชื่อถือที่คาดการณ์ว่าค่อนข้างต่ำ ก็ยังยากที่จะอธิบายว่าทำไมมูลค่าของ Mach-E ถึงลดลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญของเราจะกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเร่งความเร็วขึ้นทางลาดเพื่อขึ้นทางด่วน การเดินทางไกลๆ อย่างเงียบสงบ หรือการขับขี่ในเมืองที่วุ่นวาย Mach-E ก็ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในการขับขี่”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมูลค่ารถยนต์
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าถึงเสื่อมราคาเร็วกว่ารถน้ำมัน?
มีหลายปัจจัยประการแรก มาตรการสนับสนุนและส่วนลดต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ราคาขายใหม่ของรถ EV ลดลงอย่างมาก ประการที่สอง เทคโนโลยี EV พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้รถ EV มือสองอาจดูเก่าล้าสมัยได้ง่ายเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ๆ (ตัวอย่างเช่น รถ EV ที่มีระยะทางวิ่งเกิน 250 ไมล์เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังมีน้อย แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ทำได้) สุดท้าย ตลาดรถ EV ยังคงมีขนาดเล็กกว่าตลาดรถน้ำมันมาก ทำให้การแข่งขันด้านราคาและความต้องการมีผลกระทบสูง
รถยนต์รุ่นใดรักษามูลค่าได้ดีที่สุด?
รถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางจากแบรนด์ทั่วไป (ที่ไม่ใช่แบรนด์หรู) มักจะรักษามูลค่าได้ดีที่สุด รถยนต์ที่ติดอันดับการเสื่อมราคาช้าที่สุดของเรา ได้แก่ Toyota Corolla Cross, 4Runner และ C-HR
การซื้อรถมือสองที่มีการเสื่อมราคาสูง เป็นความคิดที่ดีหรือไม่?
หากคุณวางแผนที่จะขายรถในอนาคต อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคล หากคุณต้องการรถรุ่นนั้นจริงๆ และไม่กังวลเรื่องมูลค่าที่จะลดลง อัตราการเสื่อมราคาก็อาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ
ทำไมรถยนต์หรูถึงสูญเสียมูลค่ามาก?
ส่วนใหญ่เป็นเพราะราคาขายใหม่ที่สูงกว่ารถทั่วไป แม้ว่าอัตราการเสื่อมราคาจะเท่ากัน รถหรูอาจสูญเสียมูลค่าเป็นจำนวนเงินที่มากกว่า นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อรถหรูมักจะไม่กังวลเรื่องการเสื่อมราคามากนัก เนื่องจากมีฐานะทางการเงินที่สามารถยอมรับการสูญเสียได้ง่ายกว่า
บทสรุป: มองหาโอกาสท่ามกลางการเสื่อมราคา
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ รถยนต์ที่มูลค่าตกเร็ว ไม่ได้หมายความว่ารถเหล่านี้จะไม่มีคุณค่า หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันต่อไป การพิจารณารถยนต์ที่มีอัตราการเสื่อมราคาสูง อาจเป็นโอกาสที่ดีในการประหยัดเงินจำนวนมากบนตลาดรถมือสอง รถเหล่านี้อาจให้สมรรถนะและเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น
หากคุณสนใจในรถยนต์รุ่นใดในรายชื่อนี้ หรือกำลังพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ เพื่อเริ่มต้นการค้นหารถยนต์ในฝันของคุณ เราขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบราคา และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญใน ตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทย เพื่อให้ได้รถยนต์ที่ตรงตามความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด การตัดสินใจซื้อรถยนต์เป็นการลงทุนที่สำคัญ การมีข้อมูลที่รอบด้านจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนครั้งนี้.