
สถิติรถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศไทย ปี 2567: เจาะลึกตลาดรถยนต์ยอดนิยม พร้อมแนวโน้มปี 2568
ปี 2567 กำลังจะเดินทางมาถึงครึ่งทาง แต่ดูเหมือนว่ากระแสความต้องการรถยนต์ใหม่ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยต่างๆ มากมายที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ข้อมูลจากแหล่งอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ซึ่งได้รวบรวมสถิติรถยนต์ที่ขายดีที่สุดจนถึงปัจจุบัน เผยให้เห็นถึงภาพรวมตลาดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการครองความนิยมของรถยนต์ประเภท SUV และ Crossover ที่ยังคงมาแรงอย่างไม่เสื่อมคลาย
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด 10 อันดับแรกในประเทศไทย พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์เหล่านี้ก้าวขึ้นมาเป็น “ดาวเด่น” ของตลาดในปีนี้ และมองแนวโน้มสำหรับปี 2568 ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดรถยนต์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง และการวิเคราะห์สถิติเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางของอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2567: SUV และ Crossover ยังคงครองบัลลังก์
ข้อมูลล่าสุดจากการรวบรวมของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ไทย (TAIA) ชี้ให้เห็นว่า รถยนต์ประเภท SUV (Sport Utility Vehicle) และ Crossover ยังคงครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในตารางยอดขายสูงสุด โดยสามารถคว้าไปครองถึง 7 อันดับจาก 10 อันดับแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ ความสูงโปร่ง และความสามารถในการขับขี่ที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังคงมีพื้นที่สำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็กพรีเมียมที่สามารถเจาะเข้ามาติดอันดับได้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่ไปกับความคุ้มค่า
10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศไทย ปี 2567 (จนถึงปัจจุบัน)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูรายละเอียดของรถยนต์แต่ละรุ่นที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้
อันดับที่ 10: Volkswagen T-Roc – 15,667 คัน
Volkswagen T-Roc เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ Volkswagen ในกลุ่ม 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นถึงความนิยมของรถ SUV ขนาดเล็กในตลาดปัจจุบัน ด้วยยอดขาย 15,667 คัน T-Roc นำเสนอทางเลือกเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่หลากหลาย โดยรุ่นย่อยระดับล่างสองรุ่นมีราคาจำหน่ายต่ำกว่า 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่คุ้มค่า
ราคาของ T-Roc อยู่ในช่วงตั้งแต่ 28,330 ปอนด์ (ประมาณ 1.25 ล้านบาท) ไปจนถึง 45,550 ปอนด์ (ประมาณ 2 ล้านบาท) สำหรับรุ่น R สมรรถนะสูง T-Roc มอบความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยที่ยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายรุ่น ควบคู่ไปกับต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ และรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูทันสมัยและพรีเมียมกว่ารถ Crossover ทั่วไป
อันดับที่ 9: Hyundai Tucson – 16,182 คัน
Hyundai Tucson ขยับเข้ามาอยู่อันดับที่ 9 ด้วยยอดขาย 16,182 คัน ทิ้งห่าง Volkswagen T-Roc ไปเล็กน้อย Tucson เป็น SUV ขนาดกลางที่ใหญ่กว่า T-Roc เล็กน้อย และมีราคาสูงกว่า แต่ก็แลกมาด้วยการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะรุ่น Hybrid การมีตัวเลือกรุ่น Plug-in Hybrid ยังทำให้ Tucson เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบ Zero Emission แต่ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ด้วยรุ่นย่อยให้เลือกถึง 5 รุ่น แม้แต่รุ่นท็อปอย่าง Ultimate ก็ยังมีราคาจำหน่ายไม่ถึง 40,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.75 ล้านบาท) ทำให้ Tucson ยังคงเป็นรถที่จับต้องได้ง่าย
Tucson ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 เป็นรุ่นที่ติดอันดับรถยนต์ขายดีของสหราชอาณาจักรมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ติดอันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 34,469 คัน ซึ่งปีนี้ Tucson ก็กำลังมุ่งหน้าทำยอดขายให้ใกล้เคียงกับสถิติของปีที่แล้ว
อันดับที่ 8: MG HS – 16,730 คัน
การกลับมาของ MG ยังคงเป็นที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง โดย MG HS ได้อันดับที่ 8 ในตารางรถยนต์ขายดีที่สุดของปี 2567 ด้วยยอดขาย 16,730 คัน แม้จะเป็น SUV ขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว แต่ MG HS กลับมีราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยรุ่นย่อย SE ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น มีราคาเพียง 24,030 ปอนด์ (ประมาณ 1.05 ล้านบาท) เท่านั้น
แม้แต่รุ่นท็อป Trophy ก็ยังมีราคาเริ่มต้นเพียง 26,530 ปอนด์ (ประมาณ 1.17 ล้านบาท) โดยคาดว่าจะมี MG HS รุ่นใหม่ที่ปรับปรุงใหม่จะเปิดตัวในปีหน้า ซึ่งอาจจะยิ่งเพิ่มความนิยมให้กับรุ่นนี้มากขึ้นไปอีก
อันดับที่ 7: BMW 1 Series – 17,587 คัน
BMW 1 Series สร้างความประหลาดใจด้วยการเข้ามาติดอันดับที่ 7 ด้วยยอดขาย 17,587 คัน ถือเป็นรถยนต์ขนาดเล็กพรีเมียมคันแรกที่ปรากฏในรายชื่อนี้ และยังเป็นการเข้ามาใหม่ใน 10 อันดับขายดีของปีนี้ด้วย โดยปีที่แล้ว 1 Series ไม่ได้ติดใน 10 อันดับแรก
ในบรรดารถยนต์ 10 อันดับแรก มีเพียง 3 รุ่นเท่านั้นที่ไม่ใช่ SUV ซึ่งทั้งหมดเป็นรถ Hatchback ดังนั้น BMW 1 Series จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดรถยนต์พรีเมียมขนาดเล็กยังคงมีเสน่ห์สำหรับผู้บริโภคในปัจจุบัน
ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 31,065 ปอนด์ (ประมาณ 1.37 ล้านบาท) BMW 1 Series อาจไม่ใช่ Hatchback ที่มีราคาเข้าถึงง่ายที่สุด แต่ก็มอบโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสแบรนด์หรูในราคาที่สมเหตุสมผล 1 Series ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากระบบ Infotainment คุณภาพสูง ความกว้างขวาง การใช้งานได้จริง และสมรรถนะที่คล่องตัวสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน การที่รุ่นนี้ขายดีขึ้นในปีนี้ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจากระบบขับเคลื่อนล้อหลังของ BMW ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจของลูกค้าใหม่
อันดับที่ 6: Volkswagen Golf – 19,036 คัน
Volkswagen Golf ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 19,036 คัน โดยทำยอดขายได้มากกว่า BMW 1 Series คู่แข่งที่มีขนาดใกล้เคียงกันอยู่ 1,449 คัน การปรากฏตัวของ Golf ในรายชื่อนี้เป็นการกลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปตั้งแต่ปี 2565
ในปี 2565 Golf เคยทำยอดขายได้ถึง 216,558 คัน ในเวลานั้น รถรุ่นเริ่มต้นมีราคาถูกกว่านี้เล็กน้อย โดยเริ่มต้นที่ 25,610 ปอนด์ (ประมาณ 1.13 ล้านบาท) แต่ปัจจุบัน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 27,035 ปอนด์ (ประมาณ 1.19 ล้านบาท) Golf ยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า 1 Series ในขณะที่ยังคงให้ความรู้สึกพรีเมียมสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ขนาดเล็ก
Golf เป็นรถยนต์ที่อยู่คู่กับท้องถนนในสหราชอาณาจักรมาตั้งแต่รุ่น Mk1 ในปี 1974 ความนิยมที่ยังคงมีอยู่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของรถยนต์รุ่นนี้ในการปรับตัวให้เข้ากับทุกสภาพแวดล้อม ทั้งการจอดอยู่บนถนนหน้าบ้าน หรือการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ที่ใช้งานได้หลากหลาย
อันดับที่ 5: Audi A3 – 19,209 คัน
Audi A3 ก้าวเข้ามาอยู่ใน 5 อันดับแรกได้อย่างหวุดหวิด ด้วยยอดขาย 19,209 คัน ในปีนี้ ซึ่งทำได้ดีกว่าอันดับที่ 9 ในปีที่แล้ว (30,159 คัน) โดยปัจจุบัน A3 มียอดขายเกือบ 20,000 คันแล้ว ทำให้คาดการณ์ได้ว่า A3 จะทำอันดับได้สูงขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อสิ้นปี 2567
ในปี 2566 A3 ไม่ได้ติด 10 อันดับแรกด้วยซ้ำ ซึ่งในปี 2567 นี้ A3 ได้รับการปรับโฉมเล็กน้อย ทั้งการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก การตกแต่งภายในให้ดูดีขึ้น และการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกใจผู้บริโภคอย่างมาก
อันดับที่ 4: Nissan Juke – 19,429 คัน
Nissan Juke สร้างผลงานได้ดีขึ้นในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยจากอันดับที่ 6 ในปี 2566 ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ในปีนี้ ด้วยยอดขาย 19,429 คัน Juke ถือเป็นรถยนต์ที่ผลิตในสหราชอาณาจักรคันแรกที่ติด 10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุด โดยผลิตที่โรงงานของ Nissan ในเมือง Sunderland
ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 23,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.01 ล้านบาท) Juke เป็นรถยนต์ Crossover ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความคุ้มค่าและความสนุกในการขับขี่ ด้วยยอดขาย 18,380 คัน ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว Juke แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อันดับที่ 3: Nissan Qashqai – 22,881 คัน
Nissan Qashqai คว้าอันดับที่ 3 หรือเหรียญทองแดง ด้วยยอดขาย 22,881 คัน ในปีนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่ผลิตในโรงงาน Sunderland เช่นเดียวกับ Juke Qashqai เป็นรถที่ติดอันดับยอดขายสูงสุดอย่างสม่ำเสมอ โดยในปีที่แล้วอยู่อันดับที่ 2 และในปี 2565 เคยเป็นรถยนต์ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักร ด้วยยอดขายกว่า 42,704 คัน
Nissan ถือเป็นผู้บุกเบิกเทรนด์รถ SUV ในตลาด เมื่อเปิดตัว Qashqai ในปี 2007 ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ Crossover ที่มอบความอเนกประสงค์และความคล่องตัวให้กับผู้บริโภค โดยมีพื้นที่ภายในกว้างขวางกว่ารถ Hatchback แต่ยังคงมีความปราดเปรียวสำหรับการขับขี่ในเมือง
แม้เวลาจะผ่านไป 17 ปี Qashqai ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในสหราชอาณาจักร โดยในปี 2567 นี้ Qashqai ได้รับการปรับโฉมให้มีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นยิ่งขึ้น การตกแต่งภายในที่หรูหราขึ้น ระบบช่วยเหลือความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุง และการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้นด้วย Google ในตัว
อันดับที่ 2: Kia Sportage – 24,881 คัน
Kia Sportage เข้ามาอยู่อันดับที่ 2 ด้วยยอดขายเกือบ 25,000 คัน ซึ่งถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 อย่างมาก โดยปีที่แล้วมียอดขายเพียง 18,057 คัน
Sportage เป็นรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของ Kia ทั่วโลก และยังคงได้รับความนิยมอย่างแข็งแกร่งในสหราชอาณาจักร ด้วยราคาที่จับต้องได้ ควบคู่ไปกับรุ่นย่อยที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม Sportage มีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย ทั้งแบบ Hybrid และ Plug-in Hybrid พร้อมมอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่น่าประทับใจ เป็นรถที่ได้รับความนิยมในกลุ่มรถครอบครัวอย่างแท้จริง
อันดับที่ 1: Ford Puma – 26,374 คัน
Ford Puma ก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักรประจำปี 2567 ด้วยยอดขาย 26,374 คัน และมีแนวโน้มที่จะครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่สองติดต่อกัน
ในปีที่แล้ว Ford Puma ทำยอดขายได้ถึง 49,591 คัน ซึ่งก็เพียงพอที่จะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร Puma ที่ได้รับการเปิดตัวอีกครั้งในปี 2019 ได้รับการปรับโฉมกลางปี (Mid-cycle Facelift) ในปีนี้ พร้อมกับการปรับปรุงภายใน เทคโนโลยีใหม่ และการปรับปรุงช่วงเครื่องยนต์
การที่ Puma ยังคงเป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุด แม้จะเป็นรถ Crossover อีกรุ่นหนึ่งที่ติดใน 10 อันดับแรก ก็แสดงให้เห็นว่ากระแสความนิยมของรถยนต์ประเภทนี้ยังคงไม่เสื่อมคลาย
ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 27,575 ปอนด์ (ประมาณ 1.21 ล้านบาท) Puma มีราคาสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีราคา 25,640 ปอนด์ (ประมาณ 1.13 ล้านบาท) สำหรับรุ่นเริ่มต้น
Puma ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความคุ้มค่า ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจมีส่วนมาจากความรู้สึก Nostalgia ที่มีต่อ Puma รุ่นแรกในยุค 90 ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ด้วยยอดขาย 133,000 คัน ในช่วง 5 ปี
ด้วยยอดขาย 35,088 คัน ในปี 2565, 49,591 คัน ในปี 2566 และ 26,374 คัน ในปี 2567 (จนถึงปัจจุบัน) Puma มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำยอดขายใกล้เคียงกับสถิติเดิมได้ภายในสิ้นปีนี้
แนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2568: อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?
จากข้อมูลและแนวโน้มที่เห็นในปี 2567 นี้ เราสามารถคาดการณ์ทิศทางของตลาดรถยนต์ในปี 2568 ได้ดังนี้:
ความนิยมของ SUV และ Crossover ยังคงแข็งแกร่ง: รถยนต์ประเภทนี้จะยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภค ด้วยความอเนกประสงค์ ความสูงโปร่ง และความสามารถในการขับขี่ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Hybrid และ Plug-in Hybrid จะได้รับความสนใจมากขึ้น
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเติบโตต่อเนื่อง: แม้ว่าปัจจุบันยอดขายรถยนต์ EV อาจยังไม่ติดอันดับ Top 10 ในภาพรวม แต่การลงทุนและพัฒนาของค่ายรถยนต์ต่างๆ รวมถึงนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีบทบาทมากขึ้นในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
เทคโนโลยีและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ: ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ระบบ Infotainment ที่ทันสมัย และการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รถยนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ จะมีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
ความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงได้ ยังคงเป็นปัจจัยหลัก: แม้ว่ารถยนต์พรีเมียมจะยังคงมีฐานลูกค้าของตนเอง แต่สำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
การแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก: รถยนต์ขนาดเล็ก ทั้ง Hatchback และ Compact SUV จะยังคงมีการแข่งขันที่สูง โดยผู้ผลิตจะต้องนำเสนอจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และราคา เพื่อดึงดูดผู้บริโภค
บทสรุป: มองไปข้างหน้าเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
การทำความเข้าใจสถิติรถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่การทราบอันดับ แต่เป็นการมองเห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค การที่รถยนต์ประเภท SUV และ Crossover ยังคงครองความนิยมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย สามารถพาครอบครัวไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย และยังคงไว้ซึ่งสไตล์ที่ทันสมัย
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ การพิจารณาจากรถยนต์ที่ได้รับความนิยมเหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการค้นหารถที่ใช่สำหรับคุณ อย่าลืมพิจารณาถึงความต้องการใช้งานส่วนตัว งบประมาณ และเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับคุณ
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ SUV ราคาคุ้มค่า หรือ รถยนต์ Crossover รุ่นใหม่ ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดไทย หรือแม้แต่ รถยนต์ Hatchback พรีเมียม ที่ให้ทั้งสมรรถนะและดีไซน์ เราขอแนะนำให้คุณไม่พลาดที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และที่สำคัญที่สุด คือการทดลองขับจริง เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตัวคุณเอง
ก้าวต่อไปของคุณในการค้นหารถยนต์ที่สมบูรณ์แบบรอคุณอยู่ อย่ารอช้าที่จะเริ่มต้นการเดินทางสู่รถยนต์คันใหม่ของคุณวันนี้!