
รถยนต์รุ่นขายดีที่สุดของประเทศไทยปี 2567: รถยนต์รุ่นโปรดของคุณคือหนึ่งในรถยนต์ยอดนิยมของไทยหรือไม่?
ข้อมูลเชิงลึกจากอุตสาหกรรมเผยให้เห็นรุ่นรถที่ขายดีที่สุดของประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน
ครึ่งปีแรกของปี 2567 เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถยนต์ครอสโอเวอร์ ที่ยังคงครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายอย่างเป็นทางการจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศไทย (TeMA) เผยให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งสูงของรถยนต์ประเภทนี้ โดยสามารถคว้า 7 อันดับแรกของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศได้สำเร็จ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนนี้ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะที่หลากหลายในการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวันในเมือง ไปจนถึงการขับขี่ระยะไกลหรือการผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกรายชื่อรถยนต์ 10 อันดับแรกที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน โดยวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้รถยนต์เหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม รวมถึงแนวโน้มในตลาดรถยนต์ปี 2567 ที่กำลังจะดำเนินต่อไป
Volkswagen T-Roc – 15,667 คัน
การปรากฏตัวของ Volkswagen T-Roc ในอันดับที่ 10 แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มรถยนต์ SUV ขนาดเล็ก แม้จะเป็นแบรนด์ยุโรปที่มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด แต่ T-Roc ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 15,667 คันในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567
T-Roc มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย ทั้งเบนซินและดีเซล โดยรุ่นย่อยเริ่มต้นสองรุ่นมีราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ SUV ขนาดกะทัดรัดที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวและออปชันที่ครบครัน ราคาของ T-Roc อยู่ในช่วง 1.4 ล้านบาท ถึง 2.2 ล้านบาท สำหรับรุ่น R ที่เน้นสมรรถนะสปอร์ต
จุดเด่นของ T-Roc คือความอเนกประสงค์และพื้นที่ภายในที่กว้างขวางเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน รวมถึงค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างต่ำ และรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียมมากกว่ารถครอสโอเวอร์หลายๆ รุ่นในตลาด
Hyundai Tucson – 16,182 คัน
Hyundai Tucson รั้งอันดับที่ 9 โดยมียอดขาย 16,182 คัน โดยมีคะแนนนำหน้า Volkswagen T-Roc เล็กน้อย Tucson เป็น SUV ขนาดกลางที่มีขนาดใหญ่กว่า T-Roc และมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่ก็ชดเชยด้วยความประหยัดน้ำมันของเครื่องยนต์ไฮบริด และมีตัวเลือกแบบ Plug-in Hybrid ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบไร้มลพิษ โดยไม่ต้องผูกมัดกับรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
Tucson มีให้เลือกถึง 5 รุ่นย่อย และแม้กระทั่งรุ่นท็อปสุดอย่าง Ultimate ก็ยังมีราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท ทำให้ไม่เป็นภาระต่อการเงินของผู้บริโภคมากจนเกินไป
Tucson ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2547 ถือเป็นรถยนต์ที่ติดอันดับขายดีในประเทศไทยมายาวนาน และในปี 2566 ก็เคยติดอันดับที่ 6 ของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในไทย โดยมียอดขายกว่า 34,469 คัน ซึ่งจากแนวโน้มยอดขายในปีนี้ Tucson กำลังจะมียอดขายใกล้เคียงกับปีก่อน
MG HS – 16,730 คัน
การกลับมาอย่างแข็งแกร่งของ MG สะท้อนให้เห็นในอันดับที่ 8 ของ MG HS ซึ่งมียอดขาย 16,730 คัน แม้จะเป็น SUV ขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว แต่ HS ยังคงมีราคาที่น่าดึงดูดใจมากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ใหม่ โดยรุ่นเริ่มต้น SE มีราคาเพียง 1.2 ล้านบาทเท่านั้น
แม้แต่รุ่นท็อปอย่าง Trophy (มีเพียง 2 รุ่นย่อย) ก็ยังมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1.3 ล้านบาท การเข้ามาของ MG HS ถือเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับออปชันที่ครบครัน และดีไซน์ที่ทันสมัย
BMW 1 Series – 17,587 คัน
BMW 1 Series เป็นรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียมขนาดเล็กที่ยังคงได้รับความนิยมในตลาดไทย โดยสามารถคว้าอันดับที่ 7 ด้วยยอดขาย 17,587 คัน ถือเป็นการกลับมาติดอันดับ Top 10 ของ 1 Series ในปีนี้ หลังจากที่ปีที่แล้วไม่สามารถติดอันดับได้
ในบรรดารถยนต์ 10 อันดับแรก มีเพียง 3 รุ่นเท่านั้นที่ไม่ใช่ SUV ซึ่งทั้งหมดเป็นรถยนต์ประเภทแฮทช์แบ็ค ดังนั้น BMW 1 Series จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดรถยนต์พรีเมียมขนาดเล็กยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทย
BMW 1 Series มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1.55 ล้านบาท แม้จะไม่ใช่รถแฮทช์แบ็คที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายนัก แต่ก็เป็นประตูสู่แบรนด์หรูที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม
1 Series ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในด้านระบบ Infotainment ที่ทันสมัย ความกว้างขวางภายใน และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน การที่ปีนี้มียอดขายที่ดี แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจากระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นขับเคลื่อนล้อหน้าของ BMW ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมของลูกค้าใหม่ๆ
Volkswagen Golf – 19,036 คัน
Volkswagen Golf รั้งอันดับที่ 6 โดยมียอดขาย 19,036 คัน ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับ BMW 1 Series โดย Golf ทำยอดขายได้มากกว่าถึง 1,449 คัน
การกลับมาของ Golf ในรายชื่อรถยนต์ขายดีที่สุดนี้ ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งในปีนั้น Golf มียอดขายถึง 216,558 คัน และในเวลานั้นรุ่นเริ่มต้นก็มีราคาถูกกว่าปัจจุบัน โดยอยู่ที่ประมาณ 1.28 ล้านบาท
ปัจจุบัน Volkswagen Golf มีราคาประมาณ 1.35 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่า BMW 1 Series ถึง 200,000 บาท ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและยังคงความเป็นรถยนต์พรีเมียมสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ขนาดเล็ก Golf เป็นรถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในตลาดไทยตั้งแต่รุ่น Mk1 ในปี 2517 ความนิยมที่ต่อเนื่องนี้สะท้อนถึงความสามารถของรถยนต์รุ่นนี้ในการเข้ากันได้ดีกับทุกสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะขับขี่ในเมือง หรือใช้เป็นรถครอบครัว
Audi A3 – 19,209 คัน
Audi A3 เข้ามาติดอันดับ Top 5 ด้วยยอดขาย 19,209 คัน ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับที่ 9 โดยมียอดขายรวม 30,159 คันในปี 2566
ด้วยยอดขายเกือบ 20,000 คันในช่วงครึ่งปีแรก A3 กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะทำผลงานได้ดีกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน โดยในปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ A3 ยังไม่สามารถติดอันดับ Top 10 ได้เลย
ในปี 2567 Audi A3 ได้รับการปรับปรุงเล็กน้อยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดีเยี่ยม
Nissan Juke – 19,429 คัน
Nissan Juke ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ด้วยยอดขาย 19,429 คัน โดยปีนี้ทำผลงานได้ดีกว่าปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับที่ 6 Juke เป็นรถยนต์ British-built คันแรกที่ติดอันดับ Top 10 รถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศไทย โดยประกอบที่โรงงานของ Nissan ในเมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ
ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และดีไซน์ที่โดดเด่น Juke เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่คุ้มค่า โดยปีที่แล้ว Juke มียอดจดทะเบียน 31,740 คัน และในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 มียอดขาย 18,380 คัน
Nissan Qashqai – 22,881 คัน
Nissan Qashqai คว้าอันดับที่ 3 ด้วยยอดขาย 22,881 คัน เป็นรถยนต์อีกรุ่นที่ผลิตในโรงงานของ Nissan ที่ซันเดอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
Qashqai เป็นรถยนต์ที่สามารถกล่าวได้ว่าจุดประกายกระแสรถยนต์ครอสโอเวอร์ และได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่สำหรับปี 2567 โดยมีดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งขึ้น ภายในที่คุณภาพดีขึ้น ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ปรับปรุงใหม่ และการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้นด้วย Google ในตัว
ในปี 2566 Qashqai เคยอยู่ในอันดับที่ 2 และในปี 2565 เคยเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย โดยมียอดขายมากกว่า 42,704 คัน Nissan ได้รับการยอมรับอย่างสูงในการเป็นผู้นำเทรนด์ SUV โดย Qashqai ที่เปิดตัวในปี 2550 ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับกลุ่มรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก ที่ให้ความอเนกประสงค์และความสะดวกสบายมากกว่ารถแฮทช์แบ็ค แต่ยังคงความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง
Kia Sportage – 24,881 คัน
Kia Sportage ครองอันดับที่ 2 ด้วยยอดขายเกือบ 25,000 คัน และทำผลงานได้ดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 อย่างมาก โดยปีที่แล้วมียอดขายเพียง 18,057 คัน
Sportage เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Kia ทั่วโลก และยังคงมีความแข็งแกร่งในตลาดไทย โดยปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 4
Sportage มีราคาที่เข้าถึงได้ แต่ก็มีความพรีเมียมในรุ่นย่อยที่สูงขึ้น มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย รวมถึงเครื่องยนต์ไฮบริดและ Plug-in Hybrid ที่มอบทั้งความประหยัดและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่น่าประทับใจ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของครอบครัวชาวไทย
Ford Puma – 26,374 คัน
Ford Puma คือรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2567 จนถึงปัจจุบัน ด้วยยอดขาย 26,374 คัน หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป Puma อาจจะกลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน
ในปี 2566 Ford Puma มียอดขายรวม 49,591 คัน ทำให้เป็นรถยนต์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย Puma ที่ได้รับการปรับปรุงในกลางปีนี้ มีการอัปเกรดภายใน เทคโนโลยีใหม่ และปรับปรุงช่วงเครื่องยนต์
Puma เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ารูปแบบตัวถังนี้ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคชาวไทย ราคาเริ่มต้นของ Puma อยู่ที่ประมาณ 1.37 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นเล็กน้อยจากปี 2566 ที่มีราคาประมาณ 1.28 ล้านบาท
Puma ในปัจจุบันเป็นการตีความใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยยังคงความคุ้มค่า ความอเนกประสงค์ และความน่าเชื่อถือไว้ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถปลุกกระแสความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับ Ford Puma รุ่นดั้งเดิมในยุค 90 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สนุกสนาน และราคาเข้าถึงได้ง่าย ด้วยการเปิดตัวที่ใช้ Steve McQueen เป็นพรีเซนเตอร์ ถือเป็นการทำการตลาดที่ยอดเยี่ยม
เมื่อพิจารณาจากยอดขาย 35,088 คันในปี 2565, 49,591 คันในปี 2566 และ 26,374 คันในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 Ford Puma มีแนวโน้มที่จะทำยอดขายให้ใกล้เคียงกับปีที่แล้วได้อีกครั้งเมื่อสิ้นปีนี้
แนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2567 และคำแนะนำสำหรับผู้บริโภค
จากข้อมูลยอดขายล่าสุด เราเห็นได้ชัดว่ารถยนต์ SUV และครอสโอเวอร์ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดประเทศไทย ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการใช้งาน พื้นที่กว้างขวาง และความสะดวกสบายในการเดินทาง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ในปี 2567 นี้ การพิจารณาถึงรถยนต์ในกลุ่มนี้ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการประเมินความต้องการใช้งานของตนเองอย่างรอบคอบ ประเภทของเครื่องยนต์ (เบนซิน, ดีเซล, ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด) ระบบขับเคลื่อน และงบประมาณ ควรเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ
นอกจากนี้ การพิจารณาถึง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็เป็นอีกแนวโน้มที่น่าจับตามอง ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐก็ยิ่งทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นในอนาคตอันใกล้
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเลือกซื้อรถยนต์:
ทดลองขับ: อย่าพลาดที่จะทดลองขับรถยนต์รุ่นที่คุณสนใจ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริง และตรวจสอบว่าเหมาะสมกับสไตล์ของคุณหรือไม่
เปรียบเทียบราคาและออปชัน: ทำการเปรียบเทียบราคา โปรโมชั่น และออปชันต่างๆ จากผู้จำหน่ายหลายราย
พิจารณาค่าใช้จ่ายระยะยาว: นอกจากราคารถยนต์แล้ว ควรพิจารณาถึงค่าบำรุงรักษา ค่าประกันภัย และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วย
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า: หากคุณมีความสนใจในรถยนต์ไฟฟ้า ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้ละเอียด
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2567 ยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ และการเข้าใจถึงแนวโน้มเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการและคุ้มค่าที่สุด
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคุณในการตัดสินใจที่ดีที่สุด