
ยอดขายรถยนต์หรูสูงสุด 10 อันดับแรกจาก Bonhams|Cars ในปี 2567: การวิเคราะห์เชิงลึกสำหรับนักสะสมชาวไทย
ในโลกของการประมูลรถยนต์คลาสสิกและรถยนต์หายาก ปี 2567 ถือเป็นปีที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง แม้ว่าภาพรวมของตลาดอาจมีความผันผวน แต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่การเคาะไม้ประมูลสร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้อย่างเหลือเชื่อ Bonhams|Cars ได้นำเสนอรถยนต์สุดพิเศษหลายคันที่สามารถทำยอดขายทะลุหลักล้านปอนด์ไปได้อย่างสวยงาม บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก 10 อันดับรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดจากการประมูลของ Bonhams|Cars ในปี 2567 พร้อมมุมมองที่อัปเดตสำหรับนักสะสมและผู้หลงใหลในยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมรถยนต์หรูและรถคลาสสิกมานานกว่าทศวรรษ ผมมองเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในยานยนต์ที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองจากสายตาของนักสะสมชาวไทยที่ปัจจุบันมีความเข้าใจและเข้าถึงตลาดโลกได้มากขึ้น เทรนด์ในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ นวัตกรรม และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ยอดขายรถยนต์หรูเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จของการประมูลที่จัดขึ้นอย่างพิถีพิถันของ Bonhams|Cars และโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับพอร์ตการลงทุน หรือเพียงแค่ต้องการครอบครองตำนานที่ขับเคลื่อนได้
1969 Lamborghini Miura P400 S – สัญลักษณ์แห่งยุคซูเปอร์คาร์
ราคาประมูล: 954,000 ยูโร (ประมาณ 39.8 ล้านบาท)
งานประมูล: Les Grandes Marques du Monde a Paris
การเปิดศักราชด้วย Lamborghini Miura P400 S ที่มีอายุเกือบ 55 ปี ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความงามเหนือกาลเวลาของรถยนต์คันนี้ Miura คือนิยามของซูเปอร์คาร์ยุคแรก และรุ่น S ที่ได้รับการอัปเกรดนี้ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ด้วยดีไซน์ที่งดงามไร้ที่ติ สีเหลืองสดใสที่สะดุดตา คือสีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini มาอย่างยาวนาน
รถคันนี้ถูกซื้อใหม่ในปารีสเมื่อปี 2512 และผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการนำชิ้นส่วนจาก Miura คันอื่นมาใช้ ทำให้รถคันนี้กลับมาสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการจัดแสดงอีกครั้ง แม้ว่าประวัติการใช้งานจะดูน่าสนใจ (วิ่งไป 53,000 กม. โดยมีช่วงที่วิ่งน้อยมากในช่วงหลายปี) แต่นั่นก็ไม่ได้ลดทอนคุณค่าของมันลงไปเลยสำหรับนักสะสมชาวไทย การครอบครอง Miura ไม่ใช่แค่การมีรถยนต์ แต่คือการได้เป็นเจ้าของประวัติศาสตร์แห่งวิศวกรรมยานยนต์
2015 McLaren P1 – ไฮเปอร์คาร์สีม่วงสุดอลังการ
ราคาประมูล: 966,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 40.3 ล้านบาท)
งานประมูล: The Bonmont Sale
เป็นเรื่องที่น่าขันเล็กน้อยที่ McLaren P1 คันนี้มาพร้อมกับแพ็คเกจ “Steal Pack” ที่อาจทำให้ดูเหมือนได้ของดีราคาถูก แต่กลับมาในโทนสีม่วงสดใสที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ ชื่อสีคือ Mauvine Metallic ซึ่งเป็นออปชั่นพิเศษจาก McLaren Special Operations
สีสันที่โดดเด่นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคายังไม่ทะลุหลักล้านปอนด์ แต่สำหรับผมแล้ว ถือเป็นการ “ซื้อได้ถูก” เพราะสีสันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายด้วยการทำสีใหม่ หรือหุ้มสติกเกอร์ (Wrap) P1 คันนี้เป็นหนึ่งใน 375 คันที่ผลิตทั่วโลก และวิ่งไปเพียง 14,000 กม. ซึ่งยังคงมีศักยภาพในการใช้งานและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าทึ่ง แม้จะไม่สวยงามเท่า Miura แต่ P1 ก็ยังคงเป็นไฮเปอร์คาร์ที่สง่างามอย่างแท้จริง สำหรับตลาดรถยนต์ซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย McLaren P1 เป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
1957 Mercedes-Benz 300SL Roadster – ความงามอมตะแห่งเยอรมนี
ราคาประมูล: 1,160,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42.4 ล้านบาท)
งานประมูล: The Audrain Concours auction
รถยนต์คันนี้คือที่สุดแห่งความงามบนรายการนี้อย่างแท้จริง Mercedes-Benz 300SL Gullwing (และ Roadster) เป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดนักสะสม โดยมีมูลค่าผันผวนขึ้นลง แต่ก็ยังคงยืนยันความเป็นไอคอนเหนือกาลเวลา
300SL Roadster คันนี้เคยเป็นของ Peter Mullin นักสะสมรถยนต์ระดับตำนาน ซึ่งยิ่งเพิ่มคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้กับรถคันนี้ การประมูลที่งาน Audrain Concours ซึ่งเป็นงานแสดงรถยนต์สุดหรู ยิ่งตอกย้ำถึงสถานะของรถคันนี้ในฐานะยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับนักสะสมชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และความสง่างาม Mercedes-Benz 300SL Roadster เป็นตัวเลือกที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง
1936 Bugatti Type 57 Atlante Sunroof Coupé – ศิลปะบนล้อจากฝรั่งเศส
ราคาประมูล: 1,380,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 50.8 ล้านบาท)
งานประมูล: The Scottsdale Auction
Bugatti Type 57 Atlante เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของงานศิลปะบนล้อ จากการประมูลที่ Scottsdale ของ Bonhams|Cars เราได้เห็นรถยนต์ที่น่าทึ่งถึงสองคัน และคันนี้คือหนึ่งในนั้น การทำลายกำแพง 1 ล้านปอนด์ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์คลาสสิกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Bugatti คันนี้ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในโรงรถเฉยๆ แต่ผ่านการแข่งขันแรลลี่มาแล้วหลายรายการ รวมถึง Rallye des Alpes ปี 2538 และ Monte Carlo Rally ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่เหนือกว่ารูปลักษณ์ที่สง่างาม การที่เจ้าของเดิมได้รับอนุญาตให้นำแฟนสาวไปเป็นผู้ช่วยนำทางในการแข่งขันแรลลี่ เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับประวัติศาสตร์ของรถคันนี้
2011 Aston Martin One-77 – ความหรูหราและความเร็วที่เหนือชั้น
ราคาประมูล: 1,473,000 ยูโร (ประมาณ 61.4 ล้านบาท)
งานประมูล: The Zoute Sale
Aston Martin One-77 เป็นรถยนต์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin เป็น “halo car” ระดับสูงสุด ที่ไม่ได้มีรถรุ่นก่อนหน้าหรือรุ่นที่สืบทอดมาโดยตรง สามารถเปรียบเทียบได้ยากกับ Valkyrie เพราะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง One-77 คือสุดยอดแห่งความหรูหราและความเร็ว ในขณะที่ Valkyrie เน้นที่สมรรถนะในสนามแข่ง
One-77 คันนี้เป็นคันหมายเลข 1 จากทั้งหมด 77 คันที่ผลิต มีสี Bronze Pearl (น้ำตาลเข้ม) ตัดกับเบาะหนัง Kestrel Tan (น้ำตาลอ่อน) แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือสวิตช์ภายในที่เป็นทองคำสีกุหลาบ ซึ่งมีราคาสูงถึง 40,000 ปอนด์ในปี 2554 ซึ่งในเวลานั้นสามารถซื้อ Audi RS4 ใหม่ได้เกือบทั้งคัน! การวิ่งไปเพียง 550 กม. ยิ่งเพิ่มคุณค่าให้กับรถคันนี้
2011 Ferrari SP30 Berlinetta – ความพิเศษของรถคันเดียวในโลก
ราคาประมูล: 2,296,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 84.7 ล้านบาท)
งานประมูล: The Miami Auction
Ferrari SP30 Berlinetta คันนี้เป็นรถ “one-of-one” หรือมีเพียงคันเดียวในโลก สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ 599 GTO และวิ่งไปเพียง 121 ไมล์ (ประมาณ 195 กม.) เท่านั้น ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของรถยนต์ที่น่าจับตามอง
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดู “ท้าทาย” สายตาไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า SP30 เป็นรถที่พิเศษอย่างยิ่ง ส่วนประกอบแอโรไดนามิกที่ซับซ้อนได้รับแรงบันดาลใจจาก 599 XX รถแข่งในสนาม และช่องดักอากาศชวนให้นึกถึง F12 TdF ทำให้รถคันนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครในโลก
การดูแลรักษาก็อยู่ในระดับดีเยี่ยม แม้จะวิ่งน้อย แต่ก็ยังได้รับการเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงปี 2565 ด้วย การที่พลาสติกกันรอยบนหน้าจอระบบนำทางยังไม่ได้แกะออก แสดงให้เห็นถึงสภาพ “สมบูรณ์จากโรงงาน” ที่หาได้ยากยิ่ง
1956 Porsche 550s RS Spyder – รถแข่งในตำนานแห่ง Le Mans
ราคาประมูล: 2,530,000 ยูโร (ประมาณ 105.5 ล้านบาท)
งานประมูล: The Zoute Sale
Porsche 550 RS Spyder คันนี้เป็นรถแข่งที่แท้จริงเพียงคันเดียวในรายการ มีสีเหลืองสดใสอันเป็นสีประจำทีม Equipe National Belge รถคันนี้เป็นหนึ่งใน 90 คันที่ผลิต และเป็นหนึ่งใน 10 คันที่เคยลงแข่งขันที่ Le Mans
การแข่งขัน Le Mans ในปี 2500 ถือเป็นจุดสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของรถคันนี้ แม้จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันเนื่องจากละเมิดกฎบางประการ นอกจากนี้ รถคันนี้ยังเคยคว้าชัยชนะในรุ่นของตัวเองในการแข่งขัน 1,000 km of Monthlery ปี 2500 และได้อันดับ 3 ในการแข่งขัน 12 Hours of Reims ในปีเดียวกัน
หลังจากนั้น รถคันนี้ได้เข้าร่วมการแข่งขันปีนเขาและแรลลี่ทั่วทวีปยุโรป ก่อนที่จะถูกดัดแปลงเป็นรถคูเป้ในช่วงทศวรรษ 1960 และได้รับการบูรณะกลับสู่สภาพเดิมในปี 2000 นักสะสมหลายคนหวังว่าจะได้เห็นรถคันนี้กลับไปปรากฏตัวในงานอย่าง Le Mans Classic ในอนาคต
2010 Mercedes-Benz SLR McLaren Stirling Moss – ความเร้าใจที่ไร้หลังคา
ราคาประมูล: 3,220,000 ยูโร (ประมาณ 134.2 ล้านบาท)
งานประมูล: The Zoute Sale
Mercedes-Benz SLR McLaren Stirling Moss คันนี้รับประกันได้ว่าคุณจะไม่พลาดสายตาแน่นอน รถ SLR McLaren ก็มีความโดดเด่นอยู่แล้ว ยิ่งมาในสีแดงสดที่สะดุดตา พร้อมกับการไร้หลังคา ทำให้เป็นรถที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง
มีเพียง 75 คันทั่วโลกที่ผลิต รวมถึงคันนี้ ซึ่งมีสีพิเศษที่ไม่มีชื่อเรียก แต่มีรหัสสีเฉพาะคือ 000U มาพร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีทอง และเบาะหนังสีแดงเย็บด้วยด้ายสีเหลือง เป็นรถที่ไม่น่าจะหลบสายตาใครได้เลย และวิ่งไปเพียง 50 กม. เท่านั้นก่อนการประมูล
2004 Ferrari Enzo – สีน้ำเงินเข้มที่หาได้ยากยิ่ง
ราคาประมูล: 3,910,000 ยูโร (ประมาณ 163.1 ล้านบาท)
งานประมูล: Les Grandes Marques du Monde a Paris
Enzo คันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ใช่ Ferrari ทุกคันที่ควรจะเป็นสี Rosso Corsa สีน้ำเงินเข้ม (Nero Daytona) ทำให้รถคันนี้ดูงดงามอย่างที่รูปภาพไม่สามารถแสดงออกมาได้ทั้งหมด
มี Ferrari Enzo เพียง 12 คันเท่านั้นที่ผลิตด้วยสี Nero Daytona และมีเพียง 3 คันที่มีเบาะภายในสีแดง ซึ่งเมื่อจับคู่กับสีภายนอกแล้ว ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างยิ่ง Enzo ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ “ดูดีขึ้นตามกาลเวลา” อย่างแท้จริง ผู้เป็นเจ้าของคนก่อนถึงกับเสียใจที่ไม่สามารถขับรถได้อีกต่อไป แต่ก็ยังคงเลือกที่จะตั้งแสดงรถคันนี้ไว้เป็นศูนย์กลางของบ้าน ซึ่งแสดงถึงความผูกพันและคุณค่าของรถคันนี้
2022 Bugatti Chiron Super Sport 300+ – สถิติความเร็วสูงสุดในโลก
ราคาประมูล: 5,175,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 191.9 ล้านบาท)
งานประมูล: The Scottsdale Auction
Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ Bonhams|Cars ในปี 2567 ซึ่งกลับมาที่ Scottsdale อีกครั้ง และยังคงเป็น Bugatti รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ณ เวลานั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำความเร็วเกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และมีเพียง 30 คันเท่านั้นที่ผลิตขึ้น
แม้ว่า Chiron Super Sport 300+ อาจจะไม่ได้มีความสวยงามเท่ารถคันอื่นๆ ในรายการนี้ แต่ความสำเร็จทางวิศวกรรมนั้นไม่อาจเทียบเคียงได้ Andy Wallace คือผู้ที่ทำลายกำแพง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 304.777 ไมล์ต่อชั่วโมง ในปี 2562 และสามปีต่อมา Bugatti ก็ได้อนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถขับรถสเปกเดียวกันนี้บนถนนสาธารณะได้
เจ้าของคนแรกได้รับมอบรถเมื่อวิ่งไป 250 ไมล์ และได้เพิ่มเป็น 255 ไมล์ก่อนการขาย การที่รถคันนี้จะกลับคืนสู่ท้องถนนอีกครั้ง ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความเร็วขั้นสุดยอด
สรุปสำหรับนักสะสมชาวไทย
การประมูลรถยนต์คลาสสิกและรถยนต์หายากในระดับโลก โดยเฉพาะจาก Bonhams|Cars นำเสนอโอกาสที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักสะสมชาวไทย การลงทุนในรถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มมูลค่าทางการเงิน แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ยานยนต์ และการเป็นเจ้าของผลงานศิลปะที่สามารถขับเคลื่อนได้
สำหรับผู้ที่สนใจใน รถยนต์หรูมือสอง หรือ รถคลาสสิกหายาก ในประเทศไทย การทำความเข้าใจเทรนด์ตลาดโลกเช่นนี้ จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีความรอบคอบและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น การจับตาดูการประมูลที่กำลังจะมาถึง และการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์แต่ละรุ่น จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในฐานะนักสะสมยานยนต์ระดับสากล
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์สะสมมูลค่าสูง หรือต้องการที่ปรึกษาด้าน การประมูลรถยนต์ระดับพรีเมียม ที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ชั้นนำของเรา เพื่อรับคำแนะนำและบริการที่ครบวงจร.