![N1703831[ตอนต่อไป] หว งจะจ บปลาหลายม ดท ายไม ได กต part 2](https://filmthai2.khoaluantotnghiep.net/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260323_141739.jpg)
ยอดขายรถยนต์ปี 2568: แบรนด์ใดเติบโต แบรนด์ใดถดถอยในรอบปีที่ผ่านมา?
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2568: ความท้าทายและโอกาสที่ซ่อนเร้น
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ แต่ปี 2568 นี้ ถือเป็นปีที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เมื่อพิจารณาจากรายงานยอดขายล่าสุดจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ไทย (CAMPI) ซึ่งเผยให้เห็นภาพรวมที่ซับซ้อนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ภาพรวมยอดขายปี 2568: ตัวเลขที่ต้องตีความ
ตามรายงานของ CAMPI ยอดขายรวมของสมาชิกสมาคมอยู่ที่ 463,646 คัน ซึ่งลดลงเล็กน้อย 0.8% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มียอดขาย 467,252 คัน การหดตัวนี้ทำให้เราย้อนนึกถึงปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกประสบปัญหาอย่างหนักจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ยอดขายทั่วโลกลดลงถึง 47%
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตัวเลขยอดขายรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตที่ไม่ใช่สมาชิก CAMPI ตัวเลขจะอยู่ที่ 491,395 คัน เพิ่มขึ้น 3.7% จากปี 2567 ซึ่งมียอดขายรวม 473,842 คัน ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า แม้ว่าผู้ผลิตบางรายจะเผชิญความท้าทาย แต่ภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2568 ยังคงมีการเติบโตอยู่
บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกไปยังแบรนด์รถยนต์ต่างๆ ที่มีส่วนทำให้ยอดขายโดยรวมเติบโตและแบรนด์ที่ประสบภาวะถดถอย โดยจะเน้นไปที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Cars) รถยนต์อเนกประสงค์ (MPVs) และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (Light Commercial Vehicles) สำหรับการใช้งานส่วนตัว
แบรนด์รถยนต์ที่แสดงการเติบโตอย่างน่าจับตาในปี 2568
BYD: ผู้เล่นรายใหม่ที่พลิกกระดาน
BYD กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แท้จริงในปี 2568 ด้วยยอดขาย 26,122 คัน คิดเป็นการเติบโตที่น่าทึ่งถึง 446% เมื่อเทียบกับปี 2567 และคิดเป็นสัดส่วนถึง 94.14% ของยอดขายจากผู้ผลิตที่ไม่ใช่สมาชิก CAMPI แบรนด์จีนแบรนด์นี้ไม่เพียงแต่ผลักดันยอดขายรวมของอุตสาหกรรมให้เติบโตเท่านั้น แต่ยังก้าวกระโดดขึ้นไปอยู่อันดับที่สามในตารางยอดขายรวม แซงหน้าแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Suzuki, Ford และ Nissan ไปอย่างสิ้นเชิง
ความสำเร็จของ BYD มาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 และตลอดปี 2568 ประกอบกับการทำตลาดเชิงรุกและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่หลากหลาย เช่น BYD Tech Tour รวมถึงการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV chargers) อย่างไม่หยุดยั้งโดยผู้จัดจำหน่าย ACMobility ซึ่งเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า
คำสำคัญ (Keywords): BYD, ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า BYD, BYD Philippines, BYD Thailand, BYD sales 2025, BYD growth, EV market Thailand
กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานทางเลือก (xEVs): พลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต
แม้จะไม่ใช่แบรนด์รถยนต์โดยตรง แต่กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEVs) สมควรได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษ ยานยนต์ประเภทนี้ หรือที่เรียกว่า ‘xEVs’ หรือ electrified vehicles คิดเป็นสัดส่วนถึง 12% ของยอดขายรวมในปี 2568 จากเดิมเพียง 5.5% ในปี 2567 ซึ่งคิดเป็นยอดขาย 58,905 คัน โดยรวมถึงรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า (Battery EVs – BEVs), รถยนต์ไฮบริด (Hybrids – HEVs) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrids – PHEVs)
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Tesla ซึ่งเป็นการดำเนินงานเต็มปีแรกในตลาด ทำยอดขายไปได้ 2,424 คัน ทำให้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายนี้ติดอันดับที่ 12 ในตารางของ CAMPI (หรืออันดับที่ 13 หากนับรวม BYD) นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคชาวไทยกำลังเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และหันมาสนใจรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
คำสำคัญ (Keywords): รถยนต์ไฟฟ้า, ยานยนต์ไฟฟ้า, EV Thailand, ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า, Tesla Thailand, BYD Atto 3, Toyota Hybrid, Honda Hybrid, รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด, xEV market
Kia: การเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
Kia มียอดขาย 7,810 คัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 16.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ (Asian Utility Vehicles – AUVs), รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCVs), รถบรรทุกขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ รวมถึงรถบัส โดยมียอดขายในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 22.50% แม้ว่ายอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะลดลง 43.20% ก็ตาม
คำสำคัญ (Keywords): Kia Thailand, ยอดขาย Kia, รถยนต์เพื่อการพาณิชย์, Kia Carnival, Kia Seltos, Kia Sportage
Honda, Toyota, และ Suzuki: การปรับตัวที่น่าชื่นชม
Honda มีผลงานที่น่าประทับใจ โดยมีการเติบโตทั้งในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (1%) และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (7.6%) ส่งผลให้มียอดขายโดยรวมเติบโต 4.80% โดย Honda จัดกลุ่มรถยนต์รุ่น BR-V, HR-V และ CR-V อยู่ในหมวดหมู่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
ส่วนแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นอีกสองค่ายอย่าง Toyota และ Suzuki ก็มียอดขายรวมเติบโต 5.20% และ 7.90% ตามลำดับ แม้ทั้งสองแบรนด์จะมียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลลดลง (Toyota -22.20%, Suzuki -2.50%) แต่ก็สามารถชดเชยด้วยยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (Toyota +16.40%, Suzuki +17.20%) การปรับกลยุทธ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
คำสำคัญ (Keywords): Toyota Thailand, ยอดขาย Toyota, Honda Thailand, ยอดขาย Honda, Suzuki Thailand, ยอดขาย Suzuki, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
BMW และ Ferrari: แบรนด์หรูที่ยังคงเติบโต
แม้ว่า BMW และ Ferrari จะไม่ใช่แบรนด์ที่มียอดขายเป็นจำนวนมาก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าสนใจ Ferrari สามารถเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าจาก 16 คันในปี 2567 เป็น 32 คันในปี 2568 คิดเป็นการเติบโต 100% ส่วน BMW ซึ่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและมอบส่วนลดอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สามารถเพิ่มยอดขายได้ถึง 16.6% จาก 815 คันในปี 2567 เป็น 950 คันในปี 2568
คำสำคัญ (Keywords): BMW Thailand, Ferrari Thailand, รถยนต์หรู, ราคา BMW, ราคา Ferrari, BMW Series 3, BMW X5
Jetour: ผู้เล่นจีนรายอื่นที่มาแรง
นอกเหนือจาก BYD แล้ว Jetour เป็นอีกหนึ่งแบรนด์จีนที่แสดงการเติบโตที่โดดเด่นในปี 2568 โดยมียอดขายรวม 1,791 คัน คิดเป็นการเติบโต 5.20% เมื่อเทียบกับปี 2567 แม้ว่า Changan จะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ก็เป็นเพียง 0.50% เท่านั้น
คำสำคัญ (Keywords): Jetour Thailand, Changan Thailand, รถยนต์จีน, ราคา Jetour, Jetour X70
แบรนด์รถยนต์ที่เผชิญกับภาวะถดถอยในปี 2568
แบรนด์จีนบางส่วน: ความท้าทายในตลาดที่แข่งขันสูง
ผู้ผลิตยานยนต์จากจีนบางรายที่เข้ามาในตลาดไทยเป็นเวลานาน กลับมียอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 Chery มียอดขายลดลงถึง 43.50% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่ Foton และ MG มียอดขายลดลงในอัตราที่น้อยกว่า คือ 12.90% และ 3.30% ตามลำดับ
สำหรับแบรนด์ที่มีขนาดเล็กกว่า เช่น Omoda, Jaecoo, BAIC และ Lynk & Co รายงานระบุว่ามียอดขายที่เปลี่ยนแปลง 0% เนื่องจากไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบจากปี 2567 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเริ่มต้นดำเนินงานที่ยังไม่เต็มที่ หรือการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ
คำสำคัญ (Keywords): Chery Thailand, MG Thailand, Foton Thailand, รถยนต์จากจีน, ตลาดรถยนต์จีน
แบรนด์ในเครือ Astara: ความไม่แน่นอนของอนาคต
การหายไปของ GAC จากรายชื่อแบรนด์ที่มีการเติบโต เกิดจากประกาศของ Astara ในเดือนพฤศจิกายน ที่จะยุติการดำเนินงานในประเทศไทย ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์ Peugeot, GAC, JMC และ JAC ในตลาดไทย
ต่อมา GAC International Philippines ซึ่งอยู่ภายใต้ GAC China ได้ประกาศเข้ามารับช่วงดูแลการดำเนินงานของแบรนด์ GAC ในตลาดท้องถิ่น แต่ก็เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดย GAC มียอดขายติดลบ 44.10% ในปี 2568 ด้วยยอดขายเพียง 1,793 คัน ในปีสุดท้ายภายใต้ผู้จัดจำหน่ายเดิม
ในทางกลับกัน JMC ซึ่งอยู่ในเครือ Astara เช่นกัน กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น 38.80% เป็น 1,405 คัน ส่วน Peugeot ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง (niche market) กลับมียอดขายเพียง 37 คัน ลดลงถึง 79.10% เมื่อเทียบกับปี 2567
คำสำคัญ (Keywords): Astara Philippines, GAC Motor Thailand, Peugeot Thailand, JMC Thailand, JAC Thailand, ตลาดรถยนต์ Astara
Mercedes-Benz: การปรับตัวที่ยากลำบาก
Mercedes-Benz กำลังเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัว ทั้งในระดับโลกที่ต้องปรับเปลี่ยนไลน์อัพผลิตภัณฑ์และตัดรุ่นที่ทำผลงานได้ไม่ดีออกไป เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ EQ ในระดับท้องถิ่น ยอดขายของ Mercedes-Benz ในปี 2568 ลดลง 25% ด้วยยอดขายเพียง 563 คัน
คำสำคัญ (Keywords): Mercedes-Benz Thailand, ยอดขาย Mercedes-Benz, ราคา Mercedes-Benz, Mercedes-Benz C-Class, Mercedes-Benz E-Class
Ford, Nissan, และ Isuzu: การถูกแซงหน้าในตารางยอดขาย
เช่นเดียวกับ Suzuki แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นอีกสามค่ายนี้ ได้แก่ Ford, Nissan และ Isuzu ถูก BYD แซงหน้าไปในตารางยอดขาย ทำให้พวกเขาตกไปอยู่อันดับที่ 5, 6 และ 7 ของอุตสาหกรรมตามลำดับ
Isuzu มียอดขายลดลงน้อยที่สุด (-2.30%) เนื่องจากเน้นขายเฉพาะรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ลดลงโดยทั่วไป
Ford และ Nissan มียอดขายหดตัวในทิศทางเดียวกัน โดย Ford มียอดขายลดลง 22.20% และ Nissan ลดลง 23.20% โดยทั้งสองแบรนด์มียอดขายลดลงทั้งในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
คำสำคัญ (Keywords): Ford Thailand, Nissan Thailand, Isuzu Thailand, ยอดขาย Ford, ยอดขาย Nissan, ยอดขาย Isuzu, Ford Ranger, Nissan Navara, Isuzu D-Max
Mazda: การค้นหาทิศทางใหม่
Mazda เป็นอีกแบรนด์ที่ไม่เน้นปริมาณการขาย แต่จากการจัดกิจกรรมของคลับ การมีส่วนร่วมในมอเตอร์สปอร์ต และงานอย่าง Fan Festa แสดงให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและเป็นกลุ่มเฉพาะ (niche) การเปิดตัว CX-60 รุ่นปรับปรุงในช่วงต้นปี อาจเป็นก้าวแรกในการพลิกฟื้นยอดขายที่ลดลง 26.70% ในปี 2568 (ยอดขาย 1,633 คัน)
คำสำคัญ (Keywords): Mazda Thailand, ยอดขาย Mazda, ราคา Mazda, Mazda CX-5, Mazda CX-30, Mazda CX-60
Hyundai: การปรับพอร์ตที่ไม่ลงตัว
Hyundai มีความเคลื่อนไหวค่อนข้างมากในปี 2568 ในการปรับปรุงและขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในประเทศ การปรับลดรุ่นย่อยของ Elantra ช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจาก 5 คันในปี 2567 เป็น 89 คันในปี 2568 แต่การขาดทุนกลับมาจากยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ลดลงจาก 12,018 คัน เหลือ 10,386 คัน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมลดลง 12.90%
คำสำคัญ (Keywords): Hyundai Thailand, ยอดขาย Hyundai, ราคา Hyundai, Hyundai Creta, Hyundai Stargazer
Mitsubishi: ความท้าทายของแบรนด์ยอดนิยม
Mitsubishi ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดอันดับสองของประเทศ มียอดขายลดลง 2.60% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ลดลงถึง 33.3% แม้จะมีการเปิดตัว Mirage G4 รุ่นปรับปรุงก็ตาม
น่าสนใจว่าในปีนี้ Mitsubishi จะทำผลงานเป็นอย่างไร โดยจะเป็นปีแรกของการทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบสำหรับรุ่น Destinator ซึ่งอาจเป็นรถยนต์รุ่นที่น่าจับตามองที่สุดรุ่นหนึ่งของ Mitsubishi ในช่วงหลัง ด้วยสเปกและราคาที่น่าสนใจ
คำสำคัญ (Keywords): Mitsubishi Thailand, ยอดขาย Mitsubishi, ราคา Mitsubishi, Mitsubishi Xpander, Mitsubishi Triton, Mitsubishi Pajero Sport
แนวโน้มยานยนต์ไทยปี 2569 และอนาคต
จากรายงานยอดขายปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดรถยนต์ไทย ประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ
การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (xEVs): สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ xEVs บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดไทย ผู้ผลิตทุกรายต้องปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น: การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ เช่น BYD และการปรับกลยุทธ์ของผู้เล่นเดิม ทำให้การแข่งขันในตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะสามารถยืนหยัดและเติบโตได้
ความสำคัญของรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: การเติบโตของยอดขายในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของภาคธุรกิจที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตที่สามารถนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานทางธุรกิจ จะได้รับประโยชน์
การปรับตัวของผู้ผลิต: แบรนด์ที่มียอดขายลดลงต้องเร่งทบทวนกลยุทธ์ทางการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์
ในปี 2569 เราคาดว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไทยจะยิ่งเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไทย เราพร้อมให้คำแนะนำและสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา!