
ราคาประมูลสูงสุด: 10 สุดยอด Mopar ขุมพลัง Hemi 426 จากงานประมูล Kissimmee 2026
ในโลกของรถยนต์สะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์อเมริกันทรงพลัง Mopar ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Hemi 426 ถือเป็นสุดยอดปรารถนาที่นักสะสมทั่วโลกต่างหมายปอง งานประมูล Mecum Kissimmee 2026 ที่เพิ่งปิดฉากไปเมื่อต้นปี 2026 ได้ตอกย้ำความร้อนแรงของรถยนต์คลาสสิกเหล่านี้อีกครั้ง แม้ว่าจะมีซูเปอร์คาร์จากอิตาลีมากมายที่ประมูลไปด้วยราคามหาศาล แต่ Mopar ขุมพลัง Hemi กว่าสิบสองคันกลับกลายเป็นดาวเด่นที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยมูลค่ารวมกว่า 5.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์สะสมมาเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็น Mopar Hemi 426 มากมายโลดแล่นบนถนนและในห้องประมูล แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะหลายรุ่นสามารถทำลายสถิติราคาประมูลของตัวเองได้สำเร็จ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 10 อันดับ Mopar ขุมพลัง Hemi 426 ที่มีราคาสูงที่สุดจากการประมูล Mecum Kissimmee 2026 ซึ่งล้วนเป็นสุดยอดรถยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ สมรรถนะ และมูลค่าการลงทุนที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
1969 Plymouth Hemi GTX – 121,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
เริ่มต้นด้วย 1969 Plymouth Hemi GTX คันงามในสี Sunfire Yellow ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนเพียง 209 คันที่ผลิตขึ้นในปีนั้นพร้อมเครื่องยนต์ Hemi อันเลื่องชื่อ โดยรุ่น Hardtop มีการผลิตเพียง 198 คัน และรุ่นที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติยิ่งหายากเข้าไปอีก ด้วยจำนวนเพียง 101 คันเท่านั้น แม้ว่าสภาพรถจะยอดเยี่ยมและมีความพิเศษในด้านจำนวนผลิต แต่ราคาที่ประมูลได้ก็ถือว่ายังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ได้ครอบครอง GTX ที่มาพร้อมขุมพลัง Hemi อันทรงพลัง ก็ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจสำหรับนักสะสม
1970 Dodge Hemi Challenger R/T – 154,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Challenger เจเนอเรชันแรกเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มียอดขายเกือบ 77,000 คัน แต่รุ่นที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 426 Hemi นั้นมีสัดส่วนน้อยนิด เพียง 356 คันเท่านั้นสำหรับรุ่นปี 1970 คันนี้เป็นรุ่น Hardtop สี Go Mango ที่ผลิตออกมาเพียง 287 คัน และเมื่อรวมกับเกียร์อัตโนมัติ จำนวนจะลดลงเหลือเพียง 150 คัน สภาพรถที่สมบูรณ์แบบทั้งภายนอกและภายใน แต่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นแบบ Warranty Replacement Engine ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาประมูลไม่สูงเท่าที่ควรจะเป็นสำหรับรถ Hemi Challenger R/T ที่สมบูรณ์แบบ
1969 Dodge Hemi Coronet R/T – 165,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Coronet R/T อาจถูกบดบังด้วยชื่อเสียงของ Charger และ Super Bee ไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงแล้ว Coronet ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 426 Hemi นั้นหายากกว่ารุ่นพี่ร่วมค่ายเสียอีก คันนี้เป็นรุ่น Hardtop สี Bright Blue ที่ผลิตออกมาเพียง 107 คัน และมีเพียง 39 คันเท่านั้นที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ รถคันนี้ได้รับการพ่นสีใหม่เป็น B5 Blue ตามสีดั้งเดิม และมีการบูรณะภายในห้องโดยสารบางส่วน ราคาประมูลที่ 165,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เป็น Coronet R/T ปี 1969 ที่มีราคาสูงเป็นอันดับสามที่เคยประมูลได้ในงานสาธารณะ
1969 Plymouth Hemi GTX – 209,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ก้าวเข้าสู่ช่วงราคา 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เราพบกับ 1969 Plymouth Hemi GTX สี Ivy Green คันนี้เป็นรถ Hemi คันแรกในรายการที่มาพร้อมเกียร์ธรรมดาสี่สปีด ซึ่งเป็นชุดเกียร์ที่หาได้ยากในบรรดารุ่น Hardtop ที่ผลิตออกมาเพียง 90 คัน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งใน 11 คันที่ถูกส่งไปยังประเทศแคนาดา ซึ่งเพิ่มความพิเศษให้กับรถคันนี้อย่างมาก สิ่งที่ทำให้ GTX คันนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการยืนยันว่าเครื่องยนต์ 426 Hemi V8 นั้นเป็นแบบ Numbers-Matching (หมายเลขเครื่องยนต์ตรงกับหมายเลขตัวถัง) ซึ่งได้รับการบูรณะมาเมื่อไม่นานนี้ ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ ทำให้ GTX คันนี้เป็น GTX ปี 1969 ที่มีราคาสูงเป็นอันดับสาม และเข้าใกล้สถิติเดิมในปี 2017 เพียง 21,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
1970 Plymouth Hemi Road Runner – 214,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ
แน่นอนว่า Road Runner ต้องมีชื่อติดอยู่ในลิสต์นี้ และอย่าให้รูปลักษณ์ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบหลอกตาคุณ รถคันนี้เป็น “Unrestored Survivor” หรือรถที่ยังคงสภาพเดิมโดยไม่ผ่านการบูรณะ Plymouth ขาย Hemi Road Runners เพียง 152 คันในปี 1970 และคันนี้เป็นหนึ่งใน 59 คันที่เป็นรุ่น Hardtop พร้อมเกียร์ธรรมดาสี่สปีด นอกจากชุดเกียร์หายากแล้ว Road Runner คันนี้ยังมาพร้อมออปชันที่น่าปรารถนาอย่าง N96 Air Grabber hood, Super Track Pak 4.10 Dana rear end, สี FJ5 Limelight และเอกสาร Broadcast Sheets ดั้งเดิมสองฉบับ ไม่น่าแปลกใจที่รถคันนี้กลายเป็น Road Runner ปี 1970 ที่มีราคาสูงเป็นอันดับสองที่เคยประมูลได้ โดยมีมูลค่าเท่ากับรถคูเป้สีเหลืองที่ประมูลได้ในปี 2018
1967 Plymouth Hemi Belvedere I – 280,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Belvedere คันนี้เป็นหนึ่งใน 71 คันที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Hemi ในปี 1967 แต่สิ่งที่ทำให้รถคันนี้พิเศษและหาชมได้ยากยิ่งกว่าคือการเป็นรุ่น Belvedere I ซึ่งมีเพียง 4 คันเท่านั้นที่ถูกผลิตขึ้น และการผสมสีภายนอกภายในทำให้รถคันนี้กลายเป็น “One-of-One Gem” อย่างแท้จริง หลังจากจอดทิ้งไว้ 35 ปีเนื่องจากเจ้าของเดิมเสียชีวิต Plymouth คันนี้ยังคงสภาพเดิมโดยไม่ผ่านการบูรณะ และมีเลขไมล์เพียง 32,383 ไมล์ (52,115 กิโลเมตร) แน่นอนว่าระบบส่งกำลังเป็นแบบ Numbers-Matching ราคาประมูลที่ 280,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นสถิติใหม่สำหรับรถตระกูล Belvedere ไม่ว่าจะเป็นรุ่นปีใดก็ตาม
1971 Dodge Hemi Charger R/T – 302,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Charger R/T รุ่นเดียวที่ปรากฏในรายการนี้มาจากปี 1971 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของเครื่องยนต์ 426-cubic-inch Hemi อันเป็นตำนาน รถคันนี้ได้รับการบูรณะแบบ Rotisserie Restoration ตามมาตรฐานโรงงาน ยังคงรักษาชุดส่งกำลังดั้งเดิม และมาพร้อมออปชัน A34 Super Track Pak Dodge ผลิต Hemi Charger เพียง 63 คันในปี 1971 และคันนี้เป็นหนึ่งใน 30 คันที่ติดตั้งเกียร์ธรรมดาสี่สปีด ด้วยราคา 302,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้รถคันนี้เป็น Hemi Charger R/T ปี 1971 ที่มีราคาสูงเป็นอันดับสี่ที่เคยประมูลได้
1970 Plymouth Hemi Road Runner – 330,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Road Runner คันที่สองในรายการนี้ก็เป็นรุ่น Hardtop ปี 1970 พร้อมเกียร์ธรรมดาเช่นกัน แต่แตกต่างจากคันก่อนหน้านี้ที่ยังคงสภาพเดิม คันนี้ได้รับการบูรณะอย่างดี และมาพร้อมสี In-Violet ที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูง แม้จะผ่านการบูรณะ แต่ชุดส่งกำลังแบบ Numbers-Matching และสภาพที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ราคาประมูลพุ่งเกิน 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาที่ตั้งไว้ทำให้รถคันนี้กลายเป็น Road Runner ปี 1970 ที่มีราคาสูงที่สุดที่เคยประมูลได้ในงานสาธารณะจนถึงปัจจุบัน
1969 Dodge Hemi Coronet R/T Convertible – 770,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
นี่คือหนึ่งในรถที่หายากที่สุดในรายการนี้ 1969 Hemi Coronet R/T Convertible เป็นหนึ่งในรถเปิดประทุนเพียง 4 คันเท่านั้นที่ผลิตขึ้นพร้อมเครื่องยนต์ 426 V8 และเกียร์ธรรมดาสี่สปีด นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นเดียวที่ทราบว่ายังคงรักษาชุดส่งกำลังแบบ Numbers-Matching ไว้ได้ รถคันนี้ได้รับการบูรณะจนถึงระดับ Concours-ready และเปลี่ยนมือในราคาที่น่าทึ่งถึง 770,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมอย่างราบคาบหลังจากผ่านมาสิบปีพอดี โดยรถเปิดประทุนอีกคันเคยทำไว้ที่ 625,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2016 นี่คือ Mopar ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง
1971 Plymouth Hemi Cuda Convertible – 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
และแล้วก็มาถึงสุดยอดของสุดยอด 1971 Plymouth Hemi Cuda Convertible คันนี้ที่คาดการณ์ราคาว่าจะอยู่ที่อย่างน้อย 2.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับทำราคาสูงถึง 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งน่าประหลาดใจที่ไม่ใช่ราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการจ่ายสำหรับ Cuda Convertible ปี 1971 เพราะสถิติเดิมอยู่ที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Cuda สีขาวตัดกับภายในสีดำคันนี้เป็นหนึ่งในเพียง 5 คันที่สั่งผลิตพร้อมเครื่องยนต์ 426 Hemi และเกียร์อัตโนมัติ TorqueFlite สามสปีด แม้ว่าจะได้รับการบูรณะมานานกว่าสองทศวรรษ แต่ยังคงรักษาชุดส่งกำลังแบบ Matching-Numbers ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าสติกเกอร์ลาย Billboard อาจจะไม่ใช่ของแท้จากโรงงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ซื้อรายใหม่ก็ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยนี้
เพชรที่ยังไม่ถูกเจียระไน
แม้ว่า Mopar Hemi ส่วนใหญ่ที่นำมาประมูลที่ Kissimmee 2026 จะพบเจ้าของใหม่ แต่ก็ยังมีบางคันที่ต้องผิดหวังเมื่อราคาประมูลไม่ถึงราคาขั้นต่ำที่ตั้งไว้ ตัวอย่างเช่น 1969 Dodge Hemi Charger 500 ที่ยังคงอยู่กับเจ้าของเดิมแม้จะมีราคาสูงถึง 190,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ 1970 Plymouth Hemi Cuda คันหนึ่งก็ถูกถอนการประมูลหลังจากการประมูลสูงสุดอยู่ที่ 180,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ 1970 Plymouth Hemi Cuda อีกคัน ซึ่งเป็นคันเดียวที่เคยขายใหม่ในกัวเตมาลา ก็ยังคงอยู่กับเจ้าของเดิมแม้จะมีการเสนอราคาถึง 140,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
งานประมูล Mecum Kissimmee 2026 ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึงสถานะอันเป็นที่ต้องการของ Mopar ขุมพลัง Hemi 426 ในตลาดรถยนต์คลาสสิก ราคาสูงที่ทำได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สมรรถนะ และความเป็นตำนานของรถยนต์เหล่านี้ หากคุณเป็นนักสะสมที่กำลังมองหาการลงทุนที่คุ้มค่าและมีความหมาย หรือเพียงแค่หลงใหลในเสน่ห์ของรถยนต์อเมริกันยุคทอง การศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวสำหรับการประมูลครั้งต่อไปคือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด
คุณมีความฝันที่จะครอบครองสุดยอด Mopar Hemi 426 สักคันอยู่ใช่หรือไม่? ถึงเวลาแล้วที่คุณจะก้าวไปอีกขั้น! ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดรถยนต์คลาสสิก หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์สะสมเพื่อค้นหารถในฝันของคุณได้แล้ววันนี้