ดูเวอร์ชั่นเต็มได้ที่กลางเว็บไซต์👇
อนาคตยานยนต์: รถยนต์ที่น่าจับตามองระหว่างปี 2026-2030
ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่เพียงแต่จะนิยามใหม่ของเทคโนโลยีการขับเคลื่อนเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่สมรรถนะ ดีไซน์ และประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นอีกด้วย ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองพัฒนาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และนี่คือภาพรวมของ รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ที่ผมเชื่อว่าคุ้มค่าแก่ก
ารรอคอยในช่วง 4-5 ปีข้างหน้านี้
แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ และแบรนด์ชั้นนำอย่าง Porsche, Volkswagen, Ford, และ Renault ได้เปิดตัวโมเดลไฟฟ้าที่น่าประทับใจไปแล้ว แต่ตลาดยังคงเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่กำลังจะมาถึง ทั้งในรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายในเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกไปยัง รถยนต์ EV ใหม่ ที่จะสร้างปรากฏการณ์ ตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็กราคาเข้าถึงง่ายสำหรับใช้ในเมือง ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ที่อาจเป็นจุดสิ้นสุดของยุคเครื่องยนต์สันดาป และรถ SUV สุดหรูที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
การปฏิวัติแห่งยานยนต์ไฟฟ้า: ภาพรวมเทคโนโลยีและแนวโน้ม
สิ่งที่น่าสนใจคือการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นไฟฟ้า แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เราจะเห็นการใช้สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ (Dedicated EV Platforms) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และยกระดับประสบการณ์การขับขี่
เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน การอัปเดตแบบ Over-the-Air (OTA) จะทำให้รถยนต์มีความสามารถใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา รวมถึงระบบขับขี่อัตโนมัติที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อระหว่างรถยนต์กับชีวิตประจำวัน
รถยนต์รุ่นเด่นที่น่าจับตา: จาก A ถึง Z
Aehra SUV และ Sedan: แบรนด์สตาร์ทอัพจากอิตาลี Aehra กำลังสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว SUV คูเป้หรูที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร 4 ท่าน พร้อมพละกำลังจากระบบขับเคลื่อน 3 มอเตอร์ที่ให้กำลังสูงถึง 794 แรงม้า ขณะที่ Aehra Sedan จะมาพร้อมดีไซน์ที่เพรียวบางตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยมีเป้าหมายที่จะทำระยะทางวิ่งสูงสุด 497 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
Alfa Romeo 4E, Giulia, GTV Successor, และ Large Electric Saloon: Alfa Romeo กำลังก้าวเข้าสู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มตัว โดยมี 4E เป็นโมเดลสร้างภาพลักษณ์ (halo model) สำหรับไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ส่วน Giulia รุ่นต่อไปจะอยู่บนแพลตฟอร์ม STLA Medium ใหม่ของ Stellantis และยังคงไว้ซึ่งคาแรคเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะในรุ่น Quadrifoglio ที่คาดว่าจะให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้า นอกจากนี้ ยังมีข่าวคราวถึงการคืนชีพของ GTV ในรูปแบบคูเป้ไฟฟ้าแรงบันดาลใจจาก SZ และรถซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มุ่งเป้าไปที่ตลาดจีนและอเมริกาเหนือ สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม STLA Large ที่รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 500 ไมล์ และอัตราเร่ง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 2.0 วินาที
Alfa Romeo Stelvio: SUV รุ่นยอดนิยมของ Alfa Romeo จะถูกพัฒนาเป็นเจเนอเรชันใหม่ในปี 2027 โดยจะย้ายมาอยู่บนแพลตฟอร์ม STLA Large ที่สามารถรองรับได้ทั้งขุมพลังไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปภายใน
Alpine A110 EV, A310, และ Convertible Variants: Alpine กำลังเตรียมเปิดตัว A110 ในรูปแบบไฟฟ้าล้วน โดยใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเอง Alpine Performance Platform (APP) ซึ่งให้พิสัยทำการ 261 ไมล์ ต่อมา A310 จะกลับมาในรูปแบบ GT ไฟฟ้า 2+2 ที่มีพื้นฐานเดียวกับ A110 เช่นกัน และภายในปี 2030 Alpine จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ถึง 7 รุ่น รวมถึงรุ่นเปิดประทุนของ A110 และ A310
Ariel Hipercar และ E-Nomad: Ariel Hipercar คือซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมมอเตอร์ 4 ตัว ให้กำลังรวม 1,180 แรงม้า และมีระบบขยายระยะทางวิ่งด้วยกังหันก๊าซ ขณะที่ E-Nomad จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าออฟโรดที่พร้อมทำตลาดด้วยพละกำลัง 281 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 3.5 วินาที
Aston Martin Electric SUV และ ‘Project Rambo’: Aston Martin กำลังพัฒนารถ SUV ไฟฟ้าคันแรก โดยร่วมมือกับ Lucid เพื่อใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ และยังมีแนวคิดสำหรับรถ 4×4 สุดแกร่ง ‘Project Rambo’ ที่จะมาท้าชนกับ Mercedes-Benz G-Class
Audi A2, A3 Successor, A4 E-tron, Electric 4×4, R8 Successor, และ Concept C: Audi กำลังจะนำชื่อ A2 กลับมาอีกครั้งในรูปแบบแฮทช์แบ็กไฟฟ้าที่ผสมผสานความเป็นครอสโอเวอร์ ซึ่งจะอยู่บนแพลตฟอร์ม MEB ของ Volkswagen Group นอกจากนี้ A3 รุ่นใหม่จะถูกสร้างบนแพลตฟอร์ม MEB เช่นกัน ส่วน A4 E-tron ที่จะมาในปี 2028 จะเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW 3 Series EV และ Mercedes-Benz C-Class EV โดยใช้แพลตฟอร์ม SSP ใหม่ และอาจได้ใช้ซอฟต์แวร์ร่วมกับ Rivian Audi ยังมีแผนพัฒนารถ 4×4 ออฟโรดที่อาจมีพื้นฐานมาจาก Scout และเตรียมเปิดตัว R8 รุ่นต่อไปในรูปแบบรถสปอร์ตไฟฟ้าล้วนบนแพลตฟอร์มที่พัฒนาร่วมกับ Porsche โดยคาดว่าจะมีพละกำลังสูงกว่ารถยนต์ Audi ทุกรุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน Audi Concept C เป็นการส่งสัญญาณถึงการกลับมาของรถสปอร์ต 2 ที่นั่งไฟฟ้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Auto Union Type C ในยุค 1930s
Bentley Luxury Urban SUV: Bentley จะเปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าคันแรกที่วางตำแหน่งต่ำกว่า Bentayga โดยใช้แพลตฟอร์ม PPE ที่พัฒนาร่วมกับ Audi และ Porsche คาดว่าจะชาร์จได้เร็วมาก โดยสามารถเพิ่มระยะทาง 100 ไมล์ ได้ในเวลาเพียง 6.5 นาที
BMW i3 และ M3 Neue Klasse: BMW กำลังจะเปิดตัว i3 ซึ่งเป็นรถซีดานไฟฟ้าในตระกูล Neue Klasse ที่คาดว่าจะให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 500 ไมล์ และอาจใช้ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์คู่ที่ให้กำลัง 464 แรงม้า และ 479 ปอนด์-ฟุต นอกจากนี้ Neue Klasse ยังจะเป็นพื้นฐานของ M3 ไฟฟ้าคันแรก ที่มาพร้อมระบบควบคุมแชสซีส์ ‘Heart of Joy’ ใหม่
Caterham Project V: Caterham เผยวิสัยทัศน์รถสปอร์ตไฟฟ้า Project V ที่มีน้ำหนัก 1,190 กก. ระยะทางวิ่ง 249 ไมล์ และราคาไม่เกิน 80,000 ปอนด์ ซึ่งอาจเข้าสู่สายการผลิตได้เร็วที่สุดในปี 2026
Citroën 2CV: มีข่าวว่า Citroën กำลังพิจารณานำ 2CV กลับมาผลิตอีกครั้งในรูปแบบรถซิตี้คาร์ย้อนยุค
Cupra Tindaya: Cupra Tindaya เป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ที่อาจเข้าสู่สายการผลิตในรูปแบบที่ปรับปรุงจากคอนเซปต์ โดยใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ Range-extender (REx)
Dacia City Car และ Estate: Dacia กำลังพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก สำหรับตลาดในยุโรป โดยจะผลิตในยุโรปและมีความเกี่ยวข้องกันกับ Renault Twingo ใหม่ คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 18,000 ยูโร นอกจากนี้ Dacia ยังจะเปิดตัวรถสเตชั่นแวกอนแนวผจญภัยที่พร้อมจะแข่งขันกับ Skoda Octavia
Fiat Multipla และ Panda Fastback: Fiat กำลังเตรียมเปิดตัว SUV ขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก MPV Multipla ในตำนาน โดยจะแข่งขันกับ Dacia Bigster และจะมาพร้อมดีไซน์ที่ได้รับอิทธิพลจาก Fiat Grande Panda ใหม่ ขณะที่ Panda Fastback จะเป็นเวอร์ชันโปรดักชันของคอนเซปต์ Fastback ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Fiat และจะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, ไฮบริด, และไฟฟ้า
Ferrari Elettrica และ 849 Testarossa: Ferrari กำลังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าล้วนคันแรก Elettrica ในปี 2026 ในรูปแบบ GT 4 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ให้กำลัง 1,000 แรงม้า และมีระยะทางวิ่งประมาณ 330 ไมล์ ส่วน 849 Testarossa เป็นไฮบริดปลั๊กอินที่จะใช้ชื่อ Testarossa ในตำนาน มาพร้อมกำลัง 1,035 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 2.35 วินาที
Ford Crossover และ Mustang 4dr: Ford กำลังจะเปิดตัวรถครอสโอเวอร์ขนาดกลางในปี 2027 ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างหลังจากการยุติการผลิต Focus hatchback และอาจมีทางเลือกขุมพลังหลากหลาย รวมถึงไฟฟ้า และ REx ขณะที่ Mustang จะถูกขยายไลน์อัพให้เป็นแบรนด์ในตัวเอง โดยจะมีทั้งรุ่นราคาเข้าถึงง่าย และรุ่นพิเศษที่หรูหราขึ้น
Genesis Neolun: Genesis ได้เปิดตัว Neolun concept ซึ่งเป็น SUV ฟูลไซส์ระดับเรือธง ที่คาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรม E-GMP ร่วมกับ Kia EV9 และ Hyundai Ioniq 7
Gordon Murray Automotive T33: ซูเปอร์คาร์รุ่นที่สองจาก Gordon Murray Automotive เน้นความ “ใช้งานได้จริง” มากกว่า T50 โดยใช้เครื่องยนต์ V12 Cosworth 3.9 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อแรงบิดในรอบต่ำ
Honda 0 Series, Civic & Jazz EVs, NSX EV, และ Tesla Model 3 Rival: Honda กำลังปฏิวัติแนวทางการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าด้วย 0 Series ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ การขับขี่ และพื้นที่ภายใน โดยโมเดลแรกจะมาในปี 2026 และจะรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาแทน Civic และ Jazz ซึ่งมีความสำคัญต่อการเพิ่มปริมาณการขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาเข้าถึงง่าย นอกจากนี้ Honda ยังกำลังพัฒนา NSX EV รุ่นใหม่ที่ “มีรสชาติที่แตกต่าง” จากรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผ่านมา และรถซีดานไฟฟ้า Mass-market ที่จะเป็นคู่แข่งของ Tesla Model 3 โดยเน้นที่ “ความสนุกในการขับขี่”
Hyundai Ioniq 6 N และ Concept Three: Hyundai เตรียมเปิดตัว Ioniq 6 N ซึ่งเป็นเวอร์ชันสมรรถนะสูงของรถซีดานไฟฟ้า Ioniq 6 คาดว่าจะใช้ขุมพลังมอเตอร์คู่ 641 แรงม้า เช่นเดียวกับ Ioniq 5 N ส่วน Concept Three จะกลายเป็น Ioniq 3 รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดใกล้เคียง Volkswagen Golf โดยจะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2026
Jaecoo 8: Jaecoo 8 SUV รุ่นเรือธงจากแบรนด์จีน จะเข้ามาเป็นคู่แข่งของ Skoda Kodiaq โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 245 แรงม้า
Jaguar Electric GT, SUV, และ Limousine: Jaguar กำลังเตรียมเปิดตัวรถ GT ไฟฟ้าในปี 2026 ที่คาดว่าจะแข่งขันกับ Porsche Taycan และ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé ด้วยกำลังกว่า 575 แรงม้า และระยะทางวิ่งกว่า 430 ไมล์ ตามมาด้วย SUV หรูขนาดเทียบเท่า Bentley Bentayga และรถซีดานไฟฟ้าที่เป็นเหมือนทายาททางจิตวิญญาณของ XJ
Jeep Wrangler EV: ตำนานอย่าง Wrangler จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2028 โดยจะเปลี่ยนมาใช้ขุมพลังไฟฟ้าและ REx และจะยังคงใช้โครงสร้างแบบ Body-on-frame เพื่อรักษาความสามารถในการลุย
Kia EV2: Kia จะเปิดตัวครอสโอเวอร์ขนาดเล็กสำหรับตลาดในยุโรปในปี 2026 โดยเน้นที่ราคาที่เข้าถึงง่ายประมาณ 25,000 ปอนด์
Lamborghini Lanzador: Lamborghini อาจเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก Lanzador ในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริด แทนที่จะเป็นไฟฟ้าล้วน ตามการปรับกลยุทธ์เนื่องจากการตอบรับของตลาด EV ที่ยังไม่สูงมากนัก
Land Rover Discovery และ Defender Sport: Land Rover กำลังจะยกเครื่อง Discovery ใหม่ โดยจะวางตำแหน่งให้เป็นรถที่เน้นครอบครัวมากขึ้น ขณะที่ Defender จะมีการขยายไลน์อัพด้วยรุ่นเริ่มต้น เพื่อให้มีคู่แข่งกับ Range Rover Evoque, Velar, และ Land Rover Discovery Sport
Lexus LF-ZC, LF-ZL, และ LFA Successor: Lexus ได้เปิดตัวคอนเซปต์ LF-ZC และ LF-ZL ที่จะมาเป็นเรือธงไฟฟ้าใหม่ โดยใช้สถาปัตยกรรมโมดูลาร์ใหม่ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 621 ไมล์ ส่วน LFA Successor จะมาในรูปแบบรถสปอร์ตไฟฟ้าล้วนที่ยังคงเน้นความสนุกในการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น พวงมาลัยไฟฟ้า และอาจมีเกียร์ธรรมดาจำลอง
LEVC L380: ผู้ผลิตแท็กซี่ดำในลอนดอน กำลังขยายไลน์อัพสู่รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับสาธารณะ เริ่มต้นด้วย MPV L380 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 คน และจะเริ่มจำหน่ายในสหราชอาณาจักรปี 2026
Lotus Type 134 และ Type 135: Lotus กำลังพัฒนารถคู่แข่งของ Porsche Macan โดยใช้แพลตฟอร์ม EPA เช่นเดียวกับ Eletre และ Emeya และเตรียมเปิดตัว Type 135 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าที่สืบทอดจิตวิญญาณของ Elise โดยใช้สถาปัตยกรรม LEVA และอาจมีรุ่นปลั๊กอินไฮบริดก่อน
Lucid Compact Saloon และ Earth: Lucid กำลังเตรียมรถซีดานไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อแข่งขันกับ Tesla Model 3 โดยเน้นที่ประสิทธิภาพ และจะเปิดตัว SUV ไฟฟ้า Earth ในปี 2027 ซึ่งจะเป็นโมเดลแรกที่สร้างบนแพลตฟอร์มใหม่ของ Lucid
Maserati Quattroporte: คู่แข่งของ Porsche Taycan จาก Maserati ได้ถูกเลื่อนกำหนดการเปิดตัวไปปี 2028 โดยจะใช้แพลตฟอร์ม STLA Large ของ Stellantis ซึ่งคาดว่าจะให้กำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า
Mazda MX-5 Successor: วิสัยทัศน์อนาคตของ MX-5 อาจมาในรูปแบบรถสปอร์ตที่ใช้ขุมพลัง Rotary-electric ที่ให้กำลัง 370 แรงม้า และอาจมีผลต่อรถยนต์โปรดักชันที่จะมาหลังปี 2026
Mercedes-Benz ‘Little G’, A-Class Successor, C-Class EV, E-Class EV, และ Vision Iconic: Mercedes-Benz กำลังขยายไลน์ G-Class ด้วย ‘Little G’ รถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เน้นการใช้งานในเมือง ซึ่งจะมาในปี 2026 ส่วน A-Class จะถูกแทนที่ด้วยรถแฮทช์แบ็กใหม่ที่มีทั้งเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า โดยใช้แพลตฟอร์ม MMA และจะเป็นคู่แข่งของ Audi A3 และ BMW 1 Series C-Class EV จะมาเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW 3 Series EV โดยใช้แพลตฟอร์ม MB.EA และให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 497 ไมล์ E-Class EV เจเนอเรชันที่ 7 จะมาแทนที่ EQE ในปี 2027 พร้อมระยะทางวิ่ง 500 ไมล์ และชาร์จเร็วด้วย 800V สถาปัตยกรรม ส่วน Vision Iconic คือภาพร่างอนาคตของ S-Class Coupé ซึ่งแสดงถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติแบบไร้สายตา
MG 2: MG กำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาประมาณ 20,000 ปอนด์ ซึ่งอาจใช้ชื่อ MG 2 และคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2026
Nissan GT-R, Juke, และ Qashqai: Nissan GT-R รุ่นต่อไปจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน และอาจเป็นรถยนต์โปรดักชันคันแรกที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตต โดยคาดว่าจะให้กำลัง 1,341 แรงม้า และเปิดตัวประมาณปี 2028 ขณะที่ Juke และ Qashqai จะถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่จะยังคงผลิตในซันเดอร์แลนด์
Polestar 2 Successor, 6, และ 7: Polestar 2 จะมีรุ่นใหม่ในช่วงปลายทศวรรษนี้ เพื่อรักษาไลน์อัพ 5 รุ่นให้สมบูรณ์ Polestar 6 จะถูกนำเข้าสู่สายการผลิตจริง หลังจากได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากคอนเซปต์ O2 โดยใช้แพลตฟอร์มอลูมิเนียมแบบเดียวกันกับ Polestar 5 และอาจใช้ขุมพลังมอเตอร์คู่ 874 แรงม้า ส่วน Polestar 7 จะเป็น SUV ขนาดกลางที่มาแข่งขันกับ Range Rover Evoque และจะเป็นรถ Polestar รุ่นแรกที่ผลิตในยุโรป
Porsche Mission X, Boxster/Cayman, K1 SUV, M1 SUV, Panamera Facelift, และ 911 GT2 RS: Porsche Mission X คือไฮเปอร์คาร์คอนเซปต์ที่อาจเป็นผู้สืบทอดของ Carrera GT และ 918 Spyder โดยให้กำลังประมาณ 1,500 แรงม้า และตั้งเป้าทำลายสถิติสนาม Nürburgring ส่วน 718 Boxster และ Cayman รุ่นต่อไปจะยังคงมีรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในสำหรับรุ่นสมรรถนะสูง เช่น GT4 และ GT4 RS ขณะที่รุ่นมาตรฐานจะเป็นไฟฟ้าล้วน K1 SUV จะเปิดตัวพร้อมขุมพลังสันดาปภายในและปลั๊กอินไฮบริด ส่วน M1 SUV จะมาแทนที่ Macan เครื่องยนต์สันดาปในปี 2028 และจะเน้นการขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นหลัก Panamera จะได้รับการปรับโฉมในปี 2028 และ 911 GT2 RS รุ่นต่อไปจะเป็นเวอร์ชันที่แรงที่สุดของ 911 โดยใช้ระบบไฮบริดที่พัฒนาจากรถแข่ง Le Mans คาดว่าจะให้กำลังมากกว่า 750 แรงม้า
Renault Clio และ Megane E-Tech Facelift: Renault Clio เจเนอเรชันที่ 6 จะมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ Embleme โดยมีทางเลือกขุมพลังเบนซินและไฮบริด ส่วน Megane E-Tech จะได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ พร้อมรุ่นสมรรถนะสูงที่อาจใช้ขุมพลังเดียวกับ Alpine A390
Skoda Epiq Concept และ 7S: Skoda Epiq concept จะกลายเป็น SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กของแบรนด์ที่พร้อมเปิดตัวในปี 2026 ด้วยราคาต่ำกว่า 30,000 ปอนด์ และระยะทางวิ่งสูงสุด 264 ไมล์ ขณะที่ Skoda 7S concept จะกลายเป็น SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่งขนาดใหญ่ ที่จะมาในปี 2026 โดยใช้แพลตฟอร์ม MEB และแบตเตอรี่ 86kWh
Smart #2, #4, และ #6: Smart จะฟื้นคืนชีพ Fortwo ในรูปแบบรถ EV ขนาดเล็ก #2 ที่จะวางตำแหน่งต่ำกว่า #1 โดยจะออกแบบโดย Mercedes-Benz แต่ผลิตในจีน Smart #4 จะมาแทนที่ Forfour ก่อนสิ้นทศวรรษนี้ โดยจะออกแบบและวิศวกรรมในยุโรป ส่วน Smart #6 จะเป็นรถซีดานที่เร็วและล้ำสมัยที่สุดของแบรนด์ โดยเป็นฝาแฝดกับ Zeekr 007 และจะเข้าสู่โชว์รูมต้นปี 2026
Toyota Celica, FT-3e, FT-Se, และ Hilux EV: Toyota Chairman Akio Toyoda ได้แสดงความปรารถนาที่จะนำ Celica กลับมา โดยอาจมาในรูปแบบคูเป้ขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่บนสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ใหม่ FT-3e และ FT-Se จะนำเสนอสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่ Arene ซึ่งจะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota สามารถปรับแต่งสมรรถนะได้หลากหลาย FT-Se จะเป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าสไตล์ MR2 ที่เน้นการขับขี่สนุก Hilux รถกระบะที่ขายดีที่สุดในโลก จะมีทางเลือกขุมพลังไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในปีหน้า พร้อมระยะทางวิ่ง 150 ไมล์ และ Toyota ยังมีแผนพัฒนารุ่นเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนภายในปี 2028
Volkswagen ID 1, ID Polo, ID Cross, ID GTI, Golf R, และ Scirocco EV: Volkswagen ID 1 จะเปิดตัวในปี 2027 ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาประมาณ 17,000 ปอนด์ เป็นรุ่นเริ่มต้นของตระกูล ID โดยจะใช้แพลตฟอร์ม MEB Entry ID Polo (เดิมคือ ID 2all) จะเป็นซูเปอร์มินิไฟฟ้าที่มีพื้นที่ภายในเทียบเท่า Golf โดยมีราคาต่ำกว่า 22,000 ปอนด์ ID Cross จะเป็นครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่คล้าย T-Cross โดยจะเปิดตัวในปี 2026 ด้วยราคาประมาณ 25,000 ปอนด์ ID GTI จะเป็นรุ่นสมรรถนะสูงของ ID Polo และจะเป็นรถยนต์ GTI ไฟฟ้าคันแรกของ VW Golf R จะมีเวอร์ชันพิเศษที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบของ Audi RS3 ส่วน Scirocco อาจกลับมาในรูปแบบคูเป้ไฟฟ้า ที่จะวางตำแหน่งเหนือ Golf ไฟฟ้า
บทสรุป: อนาคตที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้
ทศวรรษนี้จะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ การมาถึงของ รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ที่หลากหลาย จะเปลี่ยนวิธีที่เราเดินทาง และนิยามใหม่ของประสบการณ์การขับขี่ แม้ว่าจะมีรถยนต์หลายรุ่นที่น่าจับตามอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือก รถยนต์ที่ใช่ สำหรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณ
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด หรือ รถยนต์ไฮบริดใหม่ ที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ราคารถยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต เราขอเชิญชวนให้คุณติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของยานยนต์ที่ก้าวล้ำที่สุดแห่งยุค
การลงทุนใน รถยนต์พลังงานสะอาด ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อตัวคุณเอง แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของโลกใบนี้อีกด้วย เริ่มต้นการเดินทางสู่อนาคตแห่งยานยนต์วันนี้!