• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0702554 หญ งถ งแตก กล วอายมากกว ากล วเป นหน [ตอนจบ] part 2

admin79 by admin79
February 11, 2026
in Uncategorized
0

ดูเวอร์ชั่นเต็มได้ที่กลางเว็บไซต์👇

อนาคตรถยนต์ที่น่าจับตามอง: การเดินทางสู่ยุคใหม่ระหว่างปี 2026-2030

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นอย่างแท้จริง สำหรับการมาถึงของ รถยนต์แห่งอนาคต ที่จะเข้ามานิยามนิยามใหม่ของการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ก้าวล้ำ หรือยนตรกรรมที่ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิ

ภาพสูงสุด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย อาทิ Porsche, Volkswagen, Ford และ Renault แต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงดำเนินต่อไป และยังมี รถยนต์ใหม่น่าขับ อีกหลากหลายรุ่นที่รอการเปิดตัว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ซิตี้คาร์ขนาดเล็กที่เข้าถึงได้ง่าย ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ระดับตำนานที่กำลังจะอำลาบทบาท และรถ SUV ขนาดใหญ่ที่พร้อมตอบสนองทุกการผจญภัย

บทความนี้ จะพาคุณเจาะลึกถึง รถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ที่คุณไม่ควรพลาด ตั้งแต่ปี 2026 ไปจนถึง 2030 ผมได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกและคาดการณ์เกี่ยวกับ อนาคตรถยนต์ไฟฟ้า และนวัตกรรมยานยนต์ที่จะเข้ามาเขย่าวงการนี้ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของ รถยนต์ปี 2026 และรุ่นถัดไป

การมาถึงของ Aehra: สัมผัสหรูหราและสมรรถนะที่เหนือกว่า

เริ่มต้นด้วย Aehra สตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าจากอิตาลี ที่เตรียมเปิดตัวโมเดลแรกด้วย Aehra SUV คูเป้ SUV สุดหรู ราคาประมาณ 155,000 ปอนด์ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารสี่คนได้อย่างสะดวกสบาย เสมือนการเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว โดดเด่นด้วยพละกำลังจากระบบขับเคลื่อนสามมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงถึง 794 แรงม้า การออกแบบที่เน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม สะท้อนถึงความตั้งใจของ Aehra ในการสร้างสรรค์ รถยนต์ไฟฟ้าหรู ที่แตกต่าง

ไม่เพียงเท่านั้น Aehra ยังมีแผนเปิดตัว Aehra Sedan ตามมา ซึ่งเป็นรถซีดานที่สง่างามและมีหลักอากาศพลศาสตร์ยิ่งกว่า SUV ด้วยการคาดการณ์ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 497 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง วิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง Franco Cimatti ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในการพัฒนารถยนต์ของ Lotus ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจ “หลักฟิสิกส์พื้นฐาน” ในการพัฒนารถรุ่นนี้ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความสามารถในการใช้งานจริง

Alfa Romeo: การผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีไฟฟ้า

Alfa Romeo กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยมีแผนเปิดตัว Alfa Romeo 4E ซึ่งจะเป็นรถยนต์ที่สร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ในฐานะผู้ผลิต รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง การมาถึงของรถยนต์สไปเดอร์รุ่นใหม่จะอยู่ใน “ขอบเขตที่เอื้อมถึงได้” เมื่อแบรนด์มีรถยนต์ไฟฟ้าครบ 5 รุ่น ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปได้หลังปี 2027

สำหรับ Alfa Romeo Giulia ซีดานสปอร์ตชื่อดัง จะถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม STLA Medium ใหม่ของ Stellantis เพื่อรองรับขุมพลังไฟฟ้า โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะไว้ ในรุ่น Quadrifoglio คาดว่าจะให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้า

นอกจากนี้ Alfa Romeo ยังเตรียมสานต่อตำนานของ GTV ด้วยการพัฒนารถคูเป้รุ่นใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SZ อันโด่งดัง การออกแบบยังคงดำเนินต่อไปภายใต้การดูแลของ Alejandro Mesonero-Romanos หัวหน้าฝ่ายดีไซน์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการผลิตจริงหากสถานการณ์ของแบรนด์ดีขึ้นภายใต้การบริหารของ Stellantis รถรุ่นนี้อาจมีพื้นฐานมาจาก Giulia เช่นกัน

สำหรับตลาดที่ใหญ่ขึ้น Alfa Romeo วางแผนเปิดตัวรถซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่ในราวปี 2027 ซึ่งจะแข่งขันกับ BMW 5 Series โดยมีเป้าหมายหลักคือตลาดจีนและอเมริกาเหนือ รถรุ่นนี้จะใช้แพลตฟอร์ม STLA Large ของ Stellantis ที่รองรับความยาวตัวถังได้ตั้งแต่ 4.76 เมตร ไปจนถึง 5.13 เมตร และให้สมรรถนะที่น่าทึ่ง ด้วยอัตราเร่ง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 2.0 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 500 ไมล์

ส่วน Alfa Romeo Stelvio SUV คู่หูของ Giulia ก็จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยคาดว่าจะมาในปี 2027 พร้อมเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์ม STLA Large เช่นกัน โดยจะรองรับทั้งขุมพลังไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาด

Alpine: การกลับมาของตำนานในรูปแบบไฟฟ้า

Alpine A110 EV คือการสานต่อความสำเร็จของรถสปอร์ตที่ได้รับการยกย่องในทศวรรษที่ผ่านมา โดยจะใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นเองหลังจากการเจรจาร่วมพัฒนากับ Lotus ยุติลง Alpine É-ternite concept คือภาพร่างเบื้องต้นของ A110 ไฟฟ้า ที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยว 239 แรงม้า และแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่ง 261 ไมล์ พร้อมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นปัจจุบัน 258 กก.

Alpine ยังมีแผนฟื้นคืนชีพ Alpine A310 ในรูปแบบ GT ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายไลน์อัพสู่ 7 รุ่น โดยจะใช้แพลตฟอร์ม Alpine Performance Platform (APP) เช่นเดียวกับ A110 รุ่นใหม่ที่จะมาในปี 2027 แต่จะมีความจุมากขึ้นด้วยการเป็นแบบ 2+2 ที่นั่ง

นอกจากนี้ Alpine ยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์เปิดประทุนใหม่ 2 รุ่นภายในปี 2030 ซึ่งรวมถึงรุ่นเปิดประทุนของ A110 และ A310 GT ใหม่ ทั้งสองรุ่นจะใช้แพลตฟอร์ม APP เช่นกัน

Ariel: ความดิบ เถื่อน และประสิทธิภาพขั้นสุด

Ariel Hipercar สมชื่อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่ให้กำลังรวมถึง 1,180 แรงม้า พร้อมด้วยเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์เพื่อยืดระยะทางวิ่งของแบตเตอรี่ 62kWh เป็นอีกหนึ่ง รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่น่าจับตามอง

Ariel E-Nomad คือรถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นที่กำลังจะมา โดยคาดว่าจะมีสมรรถนะใกล้เคียงกับ Ariel Nomad 2 แต่มีราคาที่สูงกว่าเล็กน้อย ด้วยกำลัง 281 แรงม้า และแรงบิด 360 ปอนด์-ฟุต ที่ส่งไปยังล้อหลัง พร้อมอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 3.5 วินาที

Aston Martin: สู่ยุคไฟฟ้าเต็มตัว

Aston Martin กำลังจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ซึ่งจะเป็น SUV สมรรถนะสูง โดยใช้เทคโนโลยีมอเตอร์และแบตเตอรี่จาก Lucid ความสามารถของมอเตอร์รุ่นปัจจุบันจาก Lucid สามารถให้กำลังสูงถึง 670 แรงม้าต่อหนึ่งหน่วย

นอกจากนี้ Aston Martin ยังมีแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ 4×4 สุดสมบุกสมบันภายใต้รหัส ‘Project Rambo’ เพื่อแข่งขันกับ Mercedes-Benz G-Class แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายไลน์อัพไปยังเซกเมนต์ที่แตกต่าง

Audi: ก้าวสู่ยุคดิจิทัลและสปอร์ตไฟฟ้า

Audi เตรียมนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ รุ่นใหม่ โดยจะมาแทนที่ A1 และ Q2 ด้วยรถแฮทช์แบ็ก-ครอสโอเวอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก A2 รุ่นในตำนาน รถรุ่นนี้จะใช้แพลตฟอร์ม MEB ของ Volkswagen Group และแข่งขันกับ BMW iX1 และ Mercedes-Benz GLA EV

Audi A3 รุ่นต่อไป จะถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม MEB เช่นกัน โดยอาจมีการผลิตควบคู่ไปกับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการปรับปรุง

ในปี 2028 Audi จะเปิดตัว A4 E-tron ซึ่งจะแข่งขันกับ BMW 3 Series EV และ Mercedes-Benz C-Class EV ใหม่ รถรุ่นนี้จะมาพร้อมภาษาการออกแบบ ‘Radical Next’ และใช้แพลตฟอร์ม SSP ใหม่ของ Volkswagen Group Audi กำลังมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และ A4 E-tron จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกลยุทธ์ใหม่นี้ โดยอาจเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นแรกๆ ที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาร่วมกับ Rivian

Audi ยังกำลังพิจารณาพัฒนารถยนต์ 4×4 สำหรับการขับขี่แบบ Off-road โดยเฉพาะ ซึ่งอาจใช้พื้นฐานจาก Scout แบรนด์ลูกใหม่ของ VW Group เพื่อแข่งขันกับ Land Rover Defender และ Mercedes-Benz G-Class

Audi R8 successor รถสปอร์ตซูเปอร์คาร์รุ่นต่อไปของ Audi จะถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม EV ที่พัฒนาร่วมกับ Porsche และคาดว่าจะมีพละกำลังมากกว่ารถยนต์รุ่นใดๆ ของ Audi ที่เคยมีมา

Audi Concept C คือภาพร่างของรถสปอร์ต 2 ที่นั่ง ที่จะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2027 และได้รับแรงบันดาลใจจาก Auto Union Type C, Audi TT และ R8 ถือเป็นการกลับมาสู่ตลาดรถสปอร์ตของ Audi หลังจากยุติการผลิต TT และ R8 ไป

Bentley: ความหรูหราในรูปแบบไฟฟ้า

Bentley ‘Luxury Urban SUV’ จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่า Bentayga และใช้แพลตฟอร์ม Premium Platform Electric (PPE) ที่พัฒนาร่วมกับ Audi และ Porsche คาดว่าจะเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จได้เร็วที่สุด โดยสามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ 100 ไมล์ภายในเวลาเพียง 6.5 นาที

BMW: Neue Klasse ขับเคลื่อนอนาคต

BMW i3 รุ่นใหม่ จะมาแทนที่ 3 Series ซีดานไฟฟ้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพ Neue Klasse ที่ใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้า Gen6 แบบ 800V คาดว่าจะมีระยะทางวิ่งมากกว่า 500 ไมล์ และอาจใช้ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์คู่เช่นเดียวกับ iX3 ที่ให้กำลัง 464 แรงม้า

BMW M3 Neue Klasse จะเป็น M3 ไฟฟ้าคันแรก โดยจะมาพร้อมระบบควบคุมแชสซี ‘Heart of Joy’ ใหม่ ที่คาดว่าจะมอบสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน

Caterham: สปอร์ตไลท์ สไตล์อังกฤษ

Caterham Project V คือวิสัยทัศน์รถสปอร์ตไฟฟ้า 3 ที่นั่ง ที่มีน้ำหนัก 1,190 กก. ระยะทางวิ่ง 249 ไมล์ และราคาต่ำกว่า 80,000 ปอนด์ มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2026

Citroën: ตำนาน 2CV กลับมาอีกครั้ง

Citroën เตรียมนำ 2CV รถซิตี้คาร์ระดับตำนานกลับมาสู่ตลาดอีกครั้งในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ดีไซน์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเบื้องต้น

Cupra: นวัตกรรม REx กับ Tindaya

Cupra Tindaya คือรถยนต์รุ่นใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ที่พัฒนาบนพื้นฐานของรถยนต์แนวคิด โดยมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่สายการผลิตในรูปแบบที่ปรับปรุงให้เรียบง่ายขึ้น อาจเป็นผู้สืบทอดของ Formentor รถรุ่นนี้ใช้ระบบขับเคลื่อน Range-Extender (REx) ที่เป็นนวัตกรรมใหม่

Dacia: รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้

Dacia กำลังพัฒนารถยนต์ซิตี้คาร์ไฟฟ้าสำหรับตลาดยุโรป ซึ่งจะผลิตในยุโรป และมีพื้นฐานมาจาก Renault Twingo ใหม่ คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นไม่เกิน 18,000 ยูโร

Dacia ยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์สเตชั่นแวกอนที่ทนทานในรูปแบบออฟโรด เพื่อแข่งขันกับ Skoda Octavia โดยจะใช้ชื่อรหัส C-Neo ซึ่งเป็นการยืดและยกสูงของ Sandero คาดว่าจะมีราคาประมาณ 25,000 ปอนด์

Fiat: คัมแบ็ก Multipla สไตล์ SUV

Fiat เตรียมเปิดตัว SUV ขนาดใหญ่ในแนวคิดเดียวกับ MPV Multipla ในตำนาน คาดว่าจะมาในปี 2027 เพื่อแข่งขันกับ Dacia Bigster รถรุ่นนี้จะมีขนาดประมาณ 4.5 เมตร และได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจาก Grande Panda ใหม่

Fiat Panda Fastback จะเป็นรุ่นโปรดักชันของคอนเซ็ปต์ Fastback ปี 2024 โดยจะเป็นรถยนต์รุ่นที่ใหญ่ที่สุดของ Fiat และใช้แพลตฟอร์ม Smart Car ร่วมกับ Grande Panda มีตัวเลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, ไฮบริด และไฟฟ้า

Ferrari: สู่ยุคไฟฟ้าเต็มพิกัด

Ferrari Elettrica รถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกของ Ferrari คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 ในรูปแบบ GT 4 ประตู 4 ที่นั่ง กำลังสูงสุด 1,000 แรงม้า ซึ่งจะมาแทนที่ FF และ GTC4 Lusso อย่างไม่เป็นทางการ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว และแบตเตอรี่ 122kWh ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 330 ไมล์ อัตราเร่ง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5 วินาที

Ferrari 849 Testarossa คือการกลับมาของชื่อรุ่น Testarossa ในรูปแบบ Plug-in Hybrid ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยกำลัง 1,035 แรงม้า อัตราเร่ง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงเพียง 2.35 วินาที ความเร็วสูงสุด 205 ไมล์ต่อชั่วโมง จะเริ่มส่งมอบในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026

Ford: ก้าวสู่ยุคใหม่ของ Mustang และ Crossover

Ford กำลังเตรียมเปิดตัว Crossover ขนาดกลางในปี 2027 เพื่อเข้ามาแทนที่ Focus แฮทช์แบ็กที่กำลังจะเลิกผลิต รถรุ่นใหม่นี้คาดว่าจะมาพร้อมทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย รวมถึงรุ่นไฟฟ้า และอาจมีรุ่น Range-Extender (REx) ด้วย

Ford Mustang จะขยายไลน์อัพให้กว้างขึ้น โดยมีแนวคิดในการสร้าง Mustang ให้เป็นแบรนด์ในตัวเอง ทั้งรุ่นที่เข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าทั่วไป และรุ่นพิเศษที่เน้นความหรูหราและการแข่งขัน เปรียบเสมือนแนวทางของ Porsche กับ 911

Genesis: ความหรูหราสไตล์เกาหลี

Genesis Neolun คือ SUV เรือธงรุ่นใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาเกาหลีแบบดั้งเดิม คาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรม E-GMP ร่วมกับ Kia EV9 และ Hyundai Ioniq 7

Honda: นวัตกรรม 0 Series และรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้

Honda 0 Series คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Honda ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นประสิทธิภาพ ความรู้สึกในการขับขี่ และพื้นที่ภายใน รุ่นแรกจะเปิดตัวในปี 2026

0 Series จะรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่ Civic และ Jazz โดยคาดว่าจะปรากฏตัวในช่วงปลายทศวรรษนี้ Honda CEO Toshihiro Mibe เน้นย้ำถึงความสำคัญของรถยนต์เหล่านี้ในการเพิ่มปริมาณยอดขาย และการมี รถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาเข้าถึงง่าย

Honda NSX EV คือการยกเครื่อง NSX ครั้งใหญ่ โดย Honda กำลังพัฒนารถสปอร์ตไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายทศวรรษนี้ และจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากรถยนต์สมรรถนะสูงของ Honda ที่เคยมีมา

Honda ยังยืนยันการพัฒนารถซีดานไฟฟ้าสำหรับตลาดmass-market เพื่อแข่งขันกับ Tesla Model 3 โดยจะเน้น “ความสุขในการขับขี่” ผ่านการลดน้ำหนักและความซับซ้อน

Hyundai: สมรรถนะ N และ Ioniq 3

Hyundai Ioniq 6 N คือรุ่นสมรรถนะสูงของ Ioniq 6 ซีดาน โดยคาดว่าจะใช้ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์คู่ 641 แรงม้า เช่นเดียวกับ Ioniq 5 N พร้อมแพ็กเกจออปติกแอโรไดนามิกส์ที่ดุดัน

Hyundai Concept Three จะกลายเป็น Ioniq 3 รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้า 5 ประตู ขนาดใกล้เคียง Volkswagen Golf โดยจะสืบทอดการออกแบบส่วนใหญ่จากคอนเซ็ปต์ ซึ่งมีหลังคาที่ลาดเอียงและสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์

Jaguar: สู่ยุคใหม่ของ GT และ SUV ไฟฟ้า

Jaguar GT ไฟฟ้า คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 เพื่อแข่งขันกับ Porsche Taycan และ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé ใหม่ ด้วยกำลังมากกว่า 575 แรงม้า ระยะทางวิ่งกว่า 430 ไมล์ และราคามากกว่า 100,000 ปอนด์

Jaguar ยังมีแผนเปิดตัว SUV ไฟฟ้าระดับหรูขนาดเท่า Bentley Bentayga และรถซีดานไฟฟ้าที่จะเป็นผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณของ XJ

Jeep: Wrangler EV ขับเคลื่อนอนาคต Off-road

Jeep Wrangler จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2028 โดยจะเปลี่ยนไปใช้ขุมพลังไฟฟ้าและ Range-Extender แทนเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยจะยังคงใช้โครงสร้างแบบ Body-on-frame เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขับขี่แบบ Off-road

Kia: EV2 ทางเลือกใหม่ในยุโรป

Kia EV2 จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็กสำหรับตลาดยุโรป โดยจะเน้นที่ราคาที่เข้าถึงได้ประมาณ 25,000 ปอนด์

Lamborghini: Lanzador ทางเลือก Plug-in Hybrid

Lamborghini Lanzador ซึ่งเดิมทีเป็นคอนเซ็ปต์รถยนต์ไฟฟ้า 4 ที่นั่ง อาจได้รับการเปิดตัวในรูปแบบ Plug-in Hybrid แทน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป

Land Rover: Discovery และ Defender Sport ใหม่

Land Rover Discovery รุ่นที่ 6 จะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยจะเน้นความเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวมากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขายและแยกตัวออกจาก Defender

Defender จะมีรุ่นเริ่มต้นใหม่มาเสริมไลน์อัพ เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

Lexus: LF-ZC และ LF-ZL สู่ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น

Lexus LF-ZC และ LF-ZL คือรถยนต์ไฟฟ้าเรือธงรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ใหม่ คาดว่ารุ่นโปรดักชันจะมอบระยะทางวิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย LF-ZC อาจทำได้ถึง 621 ไมล์

Lexus LFA Successor: จิตวิญญาณแห่ง V10 สู่ยุคไฟฟ้า

Lexus LFA Successor จะใช้แชสซี GT3, ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ และอาจมีเกียร์ธรรมดาสัญญาณเพื่อเพิ่มความรู้สึกในการขับขี่

Lotus: Type 134 และ Type 135 สปอร์ตไฟฟ้า

Lotus Type 134 จะเป็นคู่แข่งของ Porsche Macan โดยจะใช้สถาปัตยกรรม EPA ร่วมกับ Eletre และ Emeya

Lotus Type 135 คือรถสปอร์ตไฟฟ้าที่สืบทอดจิตวิญญาณของ Elise โดยจะใช้สถาปัตยกรรม Lightweight Electric Vehicle Architecture (LEVA) พร้อมแบตเตอรี่ที่ติดตั้งบริเวณกลางรถ เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ

Lucid: เข้าถึงง่ายด้วย Compact Saloon และ Earth SUV

Lucid กำลังพัฒนารถซีดานขนาดเล็กและราคาเข้าถึงง่าย เพื่อเป็นคู่แข่งกับ Tesla Model 3 โดยจะเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

Lucid Earth SUV จะเปิดตัวในปี 2027 และจะเป็นรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มโมดูลาร์ใหม่ของ Lucid โดยจะแข่งขันกับ Tesla Model Y

Maserati: Quattroporte ไฟฟ้า

Maserati Quattroporte ไฟฟ้า คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2028 โดยจะใช้แพลตฟอร์ม STLA Large ของ Stellantis ซึ่งอาจให้กำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า

Mazda: MX-5 สู่ยุค Rotary-Electric

Mazda Iconic SP คือวิสัยทัศน์อนาคตของ MX-5 โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน Rotary-Electric ที่ให้กำลัง 370 แรงม้า คาดว่าจะส่งอิทธิพลต่อรถยนต์รุ่นโปรดักชันที่จะมาหลังปี 2026

Mercedes-Benz: Little G, A-Class, C-Class, E-Class และ Vision Iconic

Mercedes-Benz ‘Little G’ คือ G-Class ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง โดยจะใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่

Mercedes-Benz A-Class Successor จะเป็นแฮทช์แบ็กขนาดเล็กในระดับเริ่มต้น ที่จะเข้ามาแทนที่ A-Class โดยจะมีทั้งเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า คาดว่าจะมาในปี 2028

Mercedes-Benz C-Class EV จะเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW 3 Series EV โดยจะใช้แพลตฟอร์ม MB.EA เดียวกันกับ GLC SUV และจะวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 497 ไมล์

Mercedes-Benz E-Class EV จะมาแทนที่ EQE ในปี 2027 ด้วยระยะทางวิ่ง 500 ไมล์ และใช้แพลตฟอร์ม MB.EA เดียวกันกับ GLC SUV โดยจะผลิตในรูปแบบซีดานเท่านั้น

Mercedes-Benz Vision Iconic คือภาพร่างของ S-Class Coupé ในอนาคต ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงระบบขับขี่อัตโนมัติที่สามารถละมือจากพวงมาลัยได้

MG: MG 2 City Car ไฟฟ้า

MG กำลังพัฒนารถซิตี้คาร์ไฟฟ้า MG 2 โดยมีเป้าหมายราคาประมาณ 20,000 ปอนด์ และคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2026

Nissan: GT-R, Juke และ Qashqai สู่ยุคไฟฟ้า

Nissan GT-R รุ่นต่อไป จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% และอาจเป็นรถยนต์โปรดักชันคันแรกที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตต คาดว่าจะให้กำลัง 1,341 แรงม้า และเปิดตัวประมาณปี 2028

Nissan Juke และ Qashqai รุ่นต่อไป จะเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด และยังคงผลิตใน Sunderland

Polestar: การขยายไลน์อัพสู่ 7 รุ่น

Polestar 2 Successor จะเข้ามาแทนที่ Polestar 2 ในช่วงปลายทศวรรษนี้ เพื่อเสริมไลน์อัพของแบรนด์ให้ครบ 5 รุ่น

Polestar 6 คือรถสปอร์ตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ O2 และจะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2026 โดยใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Polestar 5

Polestar 7 จะเป็น SUV ขนาดกลาง ที่จะมาแข่งขันกับ Range Rover Evoque และจะเป็นรถยนต์ Polestar รุ่นแรกที่ผลิตในยุโรป

Porsche: Mission X, 718, K1, M1 และ 911 GT2 RS

Porsche Mission X คือไฮเปอร์คาร์คอนเซ็ปต์ ที่อาจเป็นตัวตายตัวแทนของ Carrera GT และ 918 Spyder ด้วยกำลังประมาณ 1,500 แรงม้า

Porsche 718 Boxster และ Cayman รุ่นต่อไป จะมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในสำหรับรุ่นสมรรถนะสูง และรุ่นไฟฟ้าสำหรับรุ่นมาตรฐาน

Porsche K1 SUV จะเปิดตัวพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในและ Plug-in Hybrid

Porsche M1 SUV จะเข้ามาแทนที่ Macan ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยจะมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในและ Plug-in Hybrid

Porsche 911 GT2 RS รุ่นต่อไป คาดว่าจะเป็น 911 เวอร์ชั่นที่ดุดันที่สุด โดยจะใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดใหม่ที่มาจากรถแข่ง Le Mans และคาดว่าจะมีกำลังมากกว่า 750 แรงม้า

Renault: Clio และ Megane E-Tech Facelift

Renault Clio รุ่นที่ 6 จะมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ Embleme โดยมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและไฮบริด

Renault Megane E-Tech จะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยจะมีรุ่นสมรรถนะสูงที่ reposition เป็น Hot Hatchback

Skoda: Epiq Concept และ 7S SUV

Skoda Epiq Concept คือภาพร่างของ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่จะเปิดตัวในปี 2026 โดยมีราคาต่ำกว่า 30,000 ปอนด์ และระยะทางวิ่งสูงสุด 264 ไมล์

Skoda 7S จะเป็น SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง ที่จะเปิดตัวในปี 2026 โดยใช้แพลตฟอร์ม MEB ของ Volkswagen Group และแบตเตอรี่ 86kWh ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 300 ไมล์

Smart: #2, #4 และ #6

Smart #2 จะเป็นรถยนต์ซิตี้คาร์ไฟฟ้า 2 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กกว่า #1 โดยจะได้รับการออกแบบโดย Mercedes-Benz และผลิตในจีน

Smart #4 จะเป็นผู้สืบทอดของ Forfour โดยคาดว่าจะเปิดตัวก่อนสิ้นทศวรรษนี้ และจะได้รับการออกแบบและวิศวกรรมในยุโรป

Smart #6 จะเป็นรถยนต์ที่เร็วและล้ำสมัยที่สุดของแบรนด์ โดยมีกำลังมากกว่า 630 แรงม้า และจะเข้าสู่โชว์รูมในช่วงต้นปี 2026

Toyota: Celica, FT-3e, FT-Se และ Hilux EV

Toyota Celica มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาอีกครั้ง โดยอาจใช้สถาปัตยกรรมโมดูลาร์ใหม่ และมีรูปแบบตัวถังคูเป้แบบเครื่องยนต์หน้า

Toyota FT-3e คือการนำเสนอสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่ ที่จะเข้ามาปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota โดยซอฟต์แวร์ Arene จะทำให้รถยนต์สามารถจำลองการตอบสนองการขับขี่ของรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้

Toyota FT-Se คือภาพร่างของรถสปอร์ตไฟฟ้าสไตล์ MR2 โดยจะใช้ซอฟต์แวร์ Arene เช่นกัน เพื่อให้สามารถปรับแต่งลักษณะการขับขี่ได้ผ่านการอัปเดต และอาจมีระบบเกียร์ธรรมดาสัญญาณ

Toyota Hilux EV จะเป็นครั้งแรกที่กระบะที่ขายดีที่สุดในโลกจะมีทางเลือกขุมพลังไฟฟ้า โดยคาดว่าจะวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 150 ไมล์ นอกจากนี้ Toyota ยังมีแผนพัฒนารุ่นเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนภายในปี 2028

Volkswagen: ID 1, Polo, Cross, GTI และ Golf R

Volkswagen ID 1 จะเปิดตัวในปี 2027 ในฐานะรถซิตี้คาร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ราคาประมาณ 17,000 ปอนด์ และจะเป็นรุ่นเริ่มต้นของไลน์อัพ ID

Volkswagen ID Polo จะเป็นซูเปอร์มินิไฟฟ้า ที่มีพื้นที่ภายในเทียบเท่า Golf โดยใช้แพลตฟอร์ม MEB Entry และคาดว่าจะมีราคาต่ำกว่า 22,000 ปอนด์

Volkswagen ID Cross คือครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดซูเปอร์มินิ ที่จะเปิดตัวในปี 2026 ด้วยราคาประมาณ 25,000 ปอนด์

Volkswagen ID GTI จะเป็นรถ GTI ไฟฟ้าคันแรกของ Volkswagen โดยจะเน้นการขับขี่ที่สนุกสนาน

Volkswagen Golf R รุ่นต่อไป จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบ เทอร์โบชาร์จ 2.5 ลิตร จาก Audi RS3

อนาคตที่สดใสของยานยนต์

การเดินทางสู่ยุคใหม่ของยานยนต์กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยการมาถึงของ รถยนต์ใหม่ล่าสุด ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ รถยนต์สปอร์ต ที่เร้าใจ, รถ SUV อเนกประสงค์ ที่พร้อมทุกการเดินทาง, หรือ รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โลกยานยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและหลากหลายให้กับคุณอย่างแน่นอน

หากคุณพร้อมที่จะก้าวไปสู่โลกแห่งยานยนต์แห่งอนาคตแล้ว เริ่มต้นค้นหา รถยนต์ที่ใช่ สำหรับคุณตั้งแต่วันนี้ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์!

Previous Post

N0702553 ปากเส ยพอทน นดานเส ยพอเลย [ตอน Part 2

Next Post

N0702555 ปากเส ยพอทน นดานเส ยพอเลย [ตอนจบ] part 2

Next Post

N0702555 ปากเส ยพอทน นดานเส ยพอเลย [ตอนจบ] part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Video 21
  • Video 20
  • N1104241_คนข บรถ…คนใหม_part 2
  • N1104240_เม ยผ เส ยสละ_part 2
  • N1104239_ำใจท กทรยศ_part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.