ดูเวอร์ชั่นเต็มได้ที่กลางเว็บไซต์👇
nสุดยอดรถ SUV น่าซื้อประจำปี 2025: คู่มือฉบับผู้เชี่ยวชาญสำหรับตลาดไทย
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การเลือกรถ SUV ที่ใช่สำหรับคุณในปี 2025 อาจดูเป็นเรื่องท้าทาย ตลาดเต็มไปด้วยตัวเลือกมากมาย แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป บางคนอาจมองหารถที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด บางคนให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว บางคนต้องการสมรรถนะที่เหนือกว่า หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี และได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์หลากหลายรุ่นทั่วโลก ผมเข้าใจดีถึงความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค การค้นหารถ SUV ที่ตรงใจที่สุดจึงไม่ใช่แค่การดูสเปก แต่คือการค้นหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน ความคุ้มค่า และความสุขในการขับขี่
บทความนี้ได้รวบรวมสุดยอดรถ SUV ที่น่าจับตามองประจำปี 2025 โดยพิจารณาจากเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้น ครอบคลุมปัจจัยสำคัญทั้งหมด ตั้งแต่ประสิทธิภาพ การออกแบบ ความปลอดภัย ความประหยัด ไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย ผมได้คัดสรรรถยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ
เกณฑ์การคัดเลือก: มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
การประเมินรถ SUV นั้นซับซ้อนกว่าการเปรียบเทียบตัวเลขเพียงอย่างเดียว ประสบการณ์จริงในการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายของประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจ ผมพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้:
ความคุ้มค่า (Value for Money): ไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่คือการได้รับสิ่งที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป รวมถึงค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน และราคาขายต่อในระยะยาว
สมรรถนะและความประหยัด: เครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีขณะเร่งแซง การประหยัดน้ำมันหรือพลังงานไฟฟ้าในสภาวะการขับขี่จริงในเมืองและนอกเมือง
ความสบายและความกว้างขวาง: การออกแบบภายในที่ส่งเสริมความสบายของผู้โดยสารทุกที่นั่ง รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและกิจกรรมท่องเที่ยว
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัย ถุงลมนิรภัยครบครัน และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้งานง่าย
การออกแบบและสุนทรียภาพ: รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น และการออกแบบภายในที่สะท้อนถึงรสนิยมของผู้ขับขี่
ความทนทานและความน่าเชื่อถือ: ประวัติของแบรนด์ คุณภาพวัสดุ และการรับประกัน
สุดยอดรถ SUV น่าซื้อประจำปี 2025 ในประเทศไทย
หลังจากผ่านการพิจารณาอย่างละเอียด ผมได้รวบรวม 10 สุดยอดรถ SUV ที่คุณไม่ควรพลาดในปี 2025 ดังนี้:
Skoda Kodiaq: ราชา SUV อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว
Skoda Kodiaq ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการรถที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยตัวเลือกแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง Kodiaq มอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวางอย่างน่าทึ่ง พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 910 ลิตรในรุ่น 5 ที่นั่งนั้นเพียงพอสำหรับการเดินทางไกลพร้อมสัมภาระมากมาย
จุดเด่นของ Kodiaq ไม่ได้อยู่ที่ขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปรัชญา “Simply Clever” ของ Skoda ที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ที่ขูดน้ำแข็งบนกระจก ที่เช็ดหน้าจอ หรือแม้กระทั่งที่แขวนร่มในประตู
การขับขี่ของ Kodiaq ให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้ดีเกินคาดสำหรับรถขนาดใหญ่ พวงมาลัยตอบสนองแม่นยำ และช่วงล่างสามารถรองรับสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับเครื่องยนต์ ผมแนะนำเครื่องยนต์ดีเซล TDI ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้แรงบิดสูง ขับขี่สนุก และประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าประทับใจ (ประมาณ 53 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน WLTP) นอกจากนี้ยังมีทางเลือกรุ่น Plug-in Hybrid ที่ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 75 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการปล่อยมลพิษและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางระยะสั้น
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 38,200 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ความคุ้มค่า, สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม, การออกแบบภายในที่ใช้งานง่าย
ข้อสังเกต: ล้อขนาดใหญ่ส่งผลต่อความนุ่มนวลของช่วงล่างเล็กน้อย, เบาะแถวที่สามอาจไม่กว้างขวางเท่าบางคู่แข่ง
Hyundai Santa Fe: สุนทรียภาพและความหรูหราในรูปแบบ 7 ที่นั่ง
Hyundai Santa Fe รุ่นใหม่ ได้ยกระดับภาพลักษณ์ของรถ SUV 7 ที่นั่งให้มีความน่าปรารถนามากขึ้น ด้วยการออกแบบภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง ทันสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงที่ดูเหลี่ยมสันนี้ ส่งผลดีต่อพื้นที่ภายใน ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางอย่างมาก แม้ในแถวที่สามก็ยังคงนั่งได้อย่างสบาย
หากพับเบาะแถวหลังทั้งสองแถบ พื้นที่เก็บสัมภาระจะเพิ่มขึ้นถึง 1,949 ลิตร ซึ่งรองรับทุกการใช้งานได้อย่างไร้กังวล การขับขี่ของ Santa Fe เน้นความผ่อนคลาย นุ่มนวล เหมาะกับการเดินทางไกล พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ครบครัน แม้ว่าระบบแจ้งเตือนบางอย่างอาจดูเยอะไปบ้างสำหรับบางคน
สำหรับขุมกำลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Full Hybrid และ Plug-in Hybrid รุ่น Plug-in Hybrid ที่ให้การขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนยาวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD Hybrid) หากไม่จำเป็น เนื่องจากจะส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ซึ่งทำได้ประมาณ 38 กม./ลิตร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 47,900 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ห้องโดยสารกว้างขวางมากแม้ในแถวที่สาม, อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน, ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น
ข้อสังเกต: เครื่องยนต์เบนซินอาจไม่นุ่มนวลเท่าที่ควร, ราคาสูง, ไม่มีเครื่องยนต์ดีเซล
Dacia Duster: สุดยอด SUV คุ้มค่าที่สุดในตลาด
หากงบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ยังต้องการรถ SUV ที่ใช้งานได้จริง Dacia Duster คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด Duster รุ่นใหม่ยังคงรักษาจุดแข็งด้านความคุ้มค่าสูงสุดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าวัสดุภายในอาจไม่หรูหราเท่าคู่แข่งราคาแพง แต่ความแข็งแรงทนทานและการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง ทำให้ Duster เป็นรถครอบครัวที่เหมาะสำหรับทุกสภาพการใช้งาน
พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกวัย เบาะหลังนั่งสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระก็มีขนาดใหญ่ แต่ควรระวังขอบที่สูงเล็กน้อยเวลาขนสัมภาระหนัก
การขับขี่ของ Duster นั้นเรียบง่ายตรงไปตรงมา อาจไม่ให้ความรู้สึกสปอร์ตนัก แต่ให้ความนุ่มนวลที่น่าประหลาดใจสำหรับรถในระดับราคาเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถลุยได้ดีเกินคาดในเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ
ขุมกำลังมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซินธรรมดา เครื่องยนต์ Hybrid ไปจนถึงรุ่น Bi-Fuel ที่ใช้ก๊าซ LPG ซึ่งให้ความประหยัดสูงสุด โดยทุกรุ่นสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยมากกว่า 40 กม./ลิตร และรุ่น Hybrid สามารถทำได้ถึง 55.3 กม./ลิตร (ตามมาตรฐาน WLTP)
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 19,400 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ราคาเข้าถึงง่าย, ความคุ้มค่าสูงสุด, ห้องโดยสารกว้างขวาง
ข้อสังเกต: ขอบช่องเก็บสัมภาระสูง, เสียงลมปะทะที่ความเร็วสูง, วัสดุภายในบางส่วนแข็ง
Tesla Model Y: มาตรฐานใหม่ของ SUV ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
Tesla Model Y ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในสุดยอด SUV ไฟฟ้าที่น่าซื้อที่สุด ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้น และเครือข่าย Supercharger ที่กว้างขวาง
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะบรรทุกผู้โดยสารเต็ม 5 ที่นั่ง พื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาดใหญ่มาก มาพร้อมกับขอบที่ต่ำ ทำให้ขนสัมภาระได้สะดวก และยังมีพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมด้านหน้า
การปรับโฉมล่าสุดได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอย่างมาก ทั้งความนุ่มนวลและความเงียบภายในห้องโดยสาร สมรรถนะการขับขี่นั้นน่าประทับใจ ตั้งแต่การเร่งความเร็วที่รวดเร็วไปจนถึงความสบายในการเดินทาง การขับขี่ของ Model Y รู้สึกถึงความล้ำสมัย ด้วยระบบ Regenerative Braking ที่ทำงานได้อย่างราบรื่น ช่วยในการชะลอความเร็วได้อย่างนุ่มนวล
ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Model Y อยู่ในระดับสูงสุด โดยรุ่น Long Range สามารถวิ่งได้ถึง 387 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรุ่น Standard Range ก็ทำได้ถึง 311 ไมล์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและเดินทางไกล
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 45,000 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ประสิทธิภาพและพิสัยการขับขี่ที่เป็นเลิศ, เครือข่าย Supercharger ที่ยอดเยี่ยม, ห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่
ข้อสังเกต: พวงมาลัยอาจรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ, การควบคุมฟังก์ชันส่วนใหญ่ผ่านหน้าจอสัมผัส, ทัศนวิสัยด้านหลังอาจมีข้อจำกัด
BMW X3: SUV พรีเมียมที่ผสมผสานความสนุกในการขับขี่และความหรูหรา
BMW X3 คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า SUV สำหรับครอบครัวไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความสนุกในการขับขี่ X3 นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทั้งการควบคุมที่เฉียบคม ช่วงล่างที่ยืดหยุ่น และขุมกำลังที่หลากหลาย
แม้จะจัดอยู่ในประเภท Mid-size SUV แต่พื้นที่ภายในห้องโดยสารก็มีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสาร 4 คน และมีพื้นที่สำหรับติดตั้งเบาะ ISOFIX ได้อย่างสะดวก พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 570 ลิตร ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน
BMW X3 ไม่ได้เน้นเพียงสมรรถนะ แต่ยังมอบความสบายในการขับขี่ด้วย ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงกระแทกจากสภาพถนนที่ไม่เรียบได้เป็นอย่างดี ทำให้การขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่น หากต้องการสมรรถนะสูงสุด รุ่น X3 M50 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร Twin-turbo ให้กำลัง 393 แรงม้า จะตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน
สำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รุ่น Plug-in Hybrid X3 30e xDrive เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองตามทฤษฎีที่สูงถึง 282.5 กม./ลิตร และการปล่อยมลพิษต่ำ แม้ว่าในความเป็นจริงอาจทำได้ยาก แต่ก็ยังคงประหยัดกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด หากมีการชาร์จแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 51,600 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม, เครื่องยนต์หลากหลาย, เทคโนโลยีภายในที่ล้ำสมัย
ข้อสังเกต: พื้นที่เบาะหลังอาจไม่กว้างขวางเท่าคู่แข่งบางรุ่น, คุณภาพภายในบางส่วนอาจไม่สมกับราคา, ดีไซน์อาจไม่ถูกใจทุกคน
Skoda Elroq: SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่คุ้มค่าน่าลอง
Skoda Elroq เป็นชื่อใหม่ที่อาจยังไม่คุ้นหูนัก แต่ให้คิดเสียว่าเป็น Enyaq ในขนาดที่เล็กลง แต่ยังคงความกว้างขวางและสมรรถนะที่น่าประทับใจ Elroq มีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 476 ลิตร ซึ่งยังถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป และที่สำคัญคือราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า Enyaq ประมาณ 6,000 ปอนด์
ภายในห้องโดยสารของ Elroq ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โปร่งโล่ง ผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีพื้นที่ให้เหยียดขาได้อย่างสบาย พร้อมด้วยการจัดเก็บสิ่งของที่ชาญฉลาดตามสไตล์ Skoda
แม้ว่าพื้นรถจะสูงขึ้นเล็กน้อยจากการติดตั้งแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ แต่เบาะนั่งได้รับการออกแบบมาให้รองรับต้นขาได้ดี เพิ่มความสบายในการนั่ง
Elroq มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ และตอบสนองได้ดี โดยเฉพาะรุ่น vRS ที่เป็น Skoda EV ที่เร่งได้เร็วที่สุด (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 5.4 วินาที) ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า Elroq ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมาก แม้ว่าภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่การชาร์จไฟที่บ้านยังคงประหยัดกว่าการเติมน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 31,700 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ความสบาย, ภายในที่กว้างขวาง, หรูหรา และใช้งานได้ดี, ฟีเจอร์ “Simply Clever”
ข้อสังเกต: ระยะทางวิ่งสำหรับรุ่นพื้นฐานอาจไม่มากนัก, ไม่มีปุ่มควบคุมอุณหภูมิแบบกายภาพ, การรับประกันมาตรฐานทั่วไป
Renault 4: ความคลาสสิกในดีไซน์ใหม่ที่ใช้งานได้จริง
Renault 4 รุ่นใหม่ เป็นการนำตำนานรถยนต์ที่หลายคนรักกลับมาสู่ยุคปัจจุบัน ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัย พร้อมทั้งยังคงความอเนกประสงค์และใช้งานได้จริง
การใช้แพลตฟอร์มที่ยาวขึ้นจาก Renault 5 ทำให้ 4 มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางขึ้นอย่างมาก ผู้โดยสารตอนหลังสามารถนั่งได้อย่างสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 420 ลิตร ก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน Renault ยังคงรักษาการออกแบบปากช่องเก็บสัมภาระให้ต่ำ เพื่อให้ขนของได้สะดวก
Renault 4 ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและผ่อนคลายมากกว่ารุ่น 5 อย่างชัดเจน ระบบอินโฟเทนเมนต์ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ทีมทดสอบชื่นชอบ ด้วยการควบคุมที่ใช้งานง่าย และปุ่มสัมผัสที่หลากหลาย
ในด้านประสิทธิภาพ รุ่นนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 247 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน และที่น่าประทับใจที่สุดคือราคาเริ่มต้นที่เพียง 25,500 ปอนด์ ทำให้เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 25,500 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง, เทคโนโลยีภายในที่ยอดเยี่ยม, ความสบายและการเก็บเสียงที่ดี
ข้อสังเกต: คู่แข่งบางรุ่นอาจประหยัดพลังงานกว่า, เทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุดมีเฉพาะในรุ่นท็อป, ก้านเกียร์อาจสับสนกับที่ปัดน้ำฝน
Volkswagen Tayron: SUV 7 ที่นั่งที่ขับขี่คล่องตัว
Volkswagen Tayron คือชื่อใหม่ของ Tiguan Allspace เดิม ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความแตกต่างจาก Tiguan รุ่นปกติมากขึ้น Tayron มีการออกแบบท้ายรถที่ยาวและกว้างขึ้น เพื่อรองรับเบาะนั่งแถวที่สาม
แม้ว่าพื้นที่เบาะแถวที่สามอาจไม่กว้างขวางเท่าคู่แข่งบางรุ่น แต่ Tayron ให้ความรู้สึกในการขับขี่เหมือนรถ SUV ขนาดกะทัดรัดมากกว่ารถ 7 ที่นั่งขนาดใหญ่ ทำให้คล่องตัวในการขับขี่ในเมือง
Tayron ให้ความสบายในการขับขี่เป็นหลัก สามารถรองรับสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เบนซิน Mild-hybrid, Plug-in Hybrid ไปจนถึงดีเซล
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 40,200 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ขับขี่สบาย, คล่องตัวกว่าคู่แข่ง 7 ที่นั่ง, อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน
ข้อสังเกต: Kodiaq มีประโยชน์ใช้สอยคล้ายกันในราคาที่ถูกกว่า, การออกแบบภายในอาจไม่ลงตัวเท่า Kodiaq, รุ่น PHEV เป็นแบบ 5 ที่นั่งเท่านั้น
Hyundai Tucson: SUV ขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และเทคโนโลยี
Hyundai Tucson คือรถ SUV ขนาดกลางที่ได้รับรางวัล “Mid-size SUV of the Year” จาก Auto Express มาอย่างต่อเนื่องหลายปี ด้วยการออกแบบภายนอกที่โดดเด่น และภายในที่ทันสมัยและกว้างขวาง
Tucson รุ่นล่าสุด ให้ความรู้สึกพรีเมียมทั้งภายนอกและภายใน การตกแต่งภายในใช้วัสดุคุณภาพดี และมีการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ที่ลงตัว ให้พื้นที่เพียงพอสำหรับผู้โดยสาร 4 คน และมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 620 ลิตร (ลดลงเหลือ 577 ลิตรในรุ่น Hybrid และ Plug-in Hybrid)
การขับขี่ของ Tucson นั้นนุ่มนวลและมั่นคง ให้ความรู้สึกปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Hybrid ที่มีตัวเลือกหลากหลาย ทั้ง Mild-hybrid, Full hybrid และ Plug-in hybrid รุ่น Plug-in Hybrid ให้ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานที่สูงมาก (สูงสุด 201.8 กม./ลิตร ตามทฤษฎี) หากมีการชาร์จแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 33,100 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: การออกแบบภายนอกที่โดดเด่น, ภายในที่ทันสมัยและกว้างขวาง, เทคโนโลยีบนรถที่ดีเยี่ยม
ข้อสังเกต: รุ่น PHEV ราคาสูง, เสียงเครื่องยนต์อาจไม่นุ่มนวลนัก, ไม่ได้เน้นความสนุกในการขับขี่
Dacia Bigster: SUV ขนาดใหญ่ที่คุ้มค่าเกินราคา
Dacia Bigster แม้ชื่ออาจจะดูธรรมดา แต่ตัวรถกลับไม่ธรรมดาเลย Bigster ยึดมั่นในจุดแข็งของ Dacia คือความทนทาน ความคุ้มค่า และราคาที่เข้าถึงง่าย โดยเป็น SUV ที่มีขนาดใกล้เคียงกับ Hyundai Tucson แต่เริ่มต้นในราคาประมาณ 25,000 ปอนด์
แม้ว่าวัสดุภายในอาจไม่หรูหราเท่าคู่แข่ง แต่พื้นที่ภายในที่ใหญ่โต และขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ทำให้ Bigster เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว
พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 612 ลิตร และพื้นที่โดยสารที่กว้างขวาง ทำให้ Bigster เป็นรถครอบครัวที่ใช้งานได้จริง การขับขี่โดยรวมถือว่าสบายและนุ่มนวล แม้ในความเร็วสูง
ในด้านสมรรถนะ Bigster ไม่ได้เน้นความเร็วสูงสุด โดยรุ่นที่เร็วที่สุดจะทำอัตราเร่ง 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงใน 9.7 วินาที แต่สำหรับผู้ที่มองหา SUV ที่เน้นความคุ้มค่าและใช้งานได้จริง Bigster ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี รุ่น Hybrid เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยความประหยัดน้ำมันที่มากกว่า 50 กม./ลิตร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 25,200 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น)
จุดเด่น: ราคาเข้าถึงง่าย, ห้องโดยสารกว้างขวางมาก, ทางเลือกรุ่น Hybrid ที่ประหยัด
ข้อสังเกต: ขาดเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่บางอย่าง, รุ่น Hybrid อาจไม่นุ่มนวลนักเมื่อต้องเร่งความเร็วสูง, ช่วงล่างอาจกระด้างเล็กน้อย
การตัดสินใจขั้นสุดท้าย: รถ SUV ที่ใช่สำหรับคุณ
การเลือกรถ SUV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องของการหา “สุดยอด” เพียงคันเดียว แต่เป็นการหา “รถที่ใช่” สำหรับไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และงบประมาณของคุณ ไม่ว่าคุณจะมองหารถครอบครัวที่กว้างขวาง รถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง หรือ SUV ที่คุ้มค่าที่สุด ตลาดในปีนี้มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากมาย
ผมหวังว่าข้อมูลเชิงลึกจากประสบการณ์ 10 ปีของผม จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะเจาะจงสำหรับการใช้งานในประเทศไทย โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำปรึกษาที่ตรงจุดและเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญของคุณ
เริ่มต้นการเดินทางสู่รถ SUV ในฝันของคุณวันนี้!
สุดยอดรถ SUV น่าซื้อประจำปี 2025: คู่มือฉบับเซียนอุตสาหกรรม
การเลือกซื้อรถ SUV ที่ใช่ที่สุดในปี 2025 นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ด้วยตัวเลือกที่มีมากมายมหาศาลในตลาดปัจจุบัน ประกอบกับความคาดหวังที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจมองหา SUV ที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ในขณะที่อีกคนอาจให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะอันเร้าใจ ราคาที่คุ้มค่า หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย บางทีอาจเป็นการผสมผสานคุณสมบัติเฉพาะตัวที่อยู่ในใจของแต่ละคน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่า 10 ปี ผมได้สัมผัสและทดสอบรถ SUV เกือบทุกรุ่นที่จำหน่ายในตลาดประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย บทความนี้ผมได้รวบรวมสุดยอดรถ SUV ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นตามเกณฑ์มาตรฐานของเรา พร้อมนำเสนอรถหลากหลายสไตล์เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
หากคุณมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถพิจารณาได้จากหัวข้อเหล่านี้:
รถ SUV ไฮบริดที่ดีที่สุด
รถ SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุด
รถ SUV ขนาดเล็กที่ดีที่สุด
รถ SUV ขนาดกลางที่ดีที่สุด
รถ SUV ขนาดใหญ่ที่ดีที่สุด
รถ SUV หรูที่ดีที่สุด
รถ SUV ประหยัดน้ำมันที่สุด
รถ SUV 7 ที่นั่งที่ดีที่สุด
รายชื่อสุดยอดรถ SUV ที่นำเสนอต่อไปนี้ครอบคลุมช่วงงบประมาณและความต้องการที่หลากหลาย
1. Skoda Elroq: ความสบายที่เหนือระดับในราคาที่เข้าถึงได้
Skoda Elroq แม้จะเป็นชื่อที่อาจไม่คุ้นหูนักสำหรับบางท่าน แต่ให้คิดเสียว่าเป็น Enyaq ในเวอร์ชันที่เล็กลงแต่ยังคงความกว้างขวางของพื้นที่เก็บสัมภาระที่ 476 ลิตร และที่สำคัญที่สุดคือ ราคาที่ประหยัดกว่ารุ่นพี่ถึงเกือบ 6,000 ปอนด์ (หรือเทียบเท่าประมาณ 250,000 บาท) สำหรับรุ่นที่มีสเปกใกล้เคียงกัน
แม้จะมีขนาดเล็กกว่า Enyaq แต่ Elroq ยังคงให้ความรู้สึกกว้างขวางอย่างน่าทึ่ง พื้นที่สำหรับผู้โดยสารทั้งเบาะหน้าและเบาะหลังมีเพียงพอให้นั่งเหยียดขาได้อย่างสบาย ในขณะที่โซลูชันการจัดเก็บ “Simply Clever” ของ Skoda ช่วยให้ภายในรถเป็นระเบียบเรียบร้อย
ข้อสังเกตเล็กน้อยคือ ด้วยการออกแบบที่วางแบตเตอรี่ไว้ใต้ท้องรถ ทำให้พื้นห้องโดยสารของ Elroq ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจสังเกตเห็นได้ชัดเจนเมื่อนั่งเบาะหลัง อย่างไรก็ตาม เบาะนั่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มการรองรับต้นขาและความสบายโดยรวม ขนาดพื้นที่เก็บสัมภาระ 470 ลิตร แม้จะน้อยกว่า Renault Scenic ที่มีถึง 545 ลิตร แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่
นอกเหนือจากความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ครบครันแล้ว Elroq ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ระบบส่งกำลังมีความนุ่มนวล ตอบสนองดี และเงียบสงัด การเลือกใช้รุ่น vRS ที่แรงขึ้นจะทำให้คุณได้สัมผัสกับ Skoda ที่อัตราเร่งเร็วที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา (0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที)
ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า Elroq มอบโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับ SUV ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี VED อีกต่อไป แต่หากคุณสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ คุณจะยังคงประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมัน นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ใช้รถเป็นรถประจำตำแหน่ง (Company Car) ยังสามารถเพลิดเพลินกับอัตราภาษี Benefit-in-Kind ที่ต่ำ
“Elroq ดีมากจนทำให้ Skoda ต้องคิดหนัก: ทำไมใครๆ ถึงยังต้องการ Enyaq อีกตอนนี้” – Ellis Hyde, ผู้สื่อข่าว ที่ได้ทดลองขับ Elroq ในสหราชอาณาจักร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.4 ล้านบาท (คำนวณจาก £31,700)
จุดเด่น: ความสบายเหนือชั้น, ภายในกว้างขวาง ซับซ้อน และใช้งานได้จริง, ฟีเจอร์ ‘Simply Clever’ ของ Skoda
ข้อสังเกต: ระยะทางวิ่งของรุ่นพื้นฐานปานกลาง, ไม่มีปุ่มควบคุมอุณหภูมิแบบกายภาพ, การรับประกันมาตรฐานปานกลาง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: รถ SUV ไฟฟ้า ราคาดี, รถยนต์ไฟฟ้า 2025, Skoda EV ไทย
2. Renault 4: การกลับมาของตำนานที่ผสานความคลาสสิกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
Renault 5 E-Tech คือรถซูเปอร์มินิไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม แต่มีข้อจำกัดเล็กน้อยคือพื้นที่เบาะหลังค่อนข้างจำกัด แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะ Renault 4 คันใหม่นี้คือคำตอบ
Renault 4 รุ่นดั้งเดิมได้รับความรักจากผู้คนมากมายด้วยความเรียบง่าย ทนทาน และใช้งานได้จริง แม้รุ่นใหม่จะมีความหรูหรามากขึ้น แต่ปรัชญาด้านการใช้งานยังคงอยู่
การใช้แพลตฟอร์ม 5 ที่ยาวขึ้น ทำให้ Renault 4 ได้รับสิ่งที่เราชื่นชอบจากรุ่นซูเปอร์มินิ แต่มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางขึ้นมาก ผู้ใหญ่สามารถนั่งเบาะหลังได้อย่างสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระ 420 ลิตร ก็เพียงพอต่อขนาดของรถ Renault ยังคงให้ความสำคัญกับการออกแบบช่องเปิดท้ายรถให้มีความสูงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม
Renault 4 ยังมอบการขับขี่ที่นุ่มนวลกว่ารุ่นพี่อย่าง Renault 5 และนอกเหนือจากก้านควบคุมจำนวนมากหลังพวงมาลัยแล้ว นี่คือรถที่ใช้งานง่ายอย่างน่าประหลาดใจ
ระบบ Infotainment เป็นหนึ่งในรายการโปรดของนักทดสอบของเรา มีปุ่มควบคุมแบบสัมผัสจริงจำนวนมาก และระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการสูงสุด 247 ไมล์ (ประมาณ 397 กิโลเมตร) ก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป
ข่าวดีที่สุดอาจเป็นราคาเริ่มต้นเพียง £25,500 (ประมาณ 1.15 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ Renault 4 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
“บนท้องถนน R4 ยังคงสร้างความประทับใจ มันให้ความรู้สึกที่ควบคุมได้ดี แม้ Renault จะอ้างว่ามีการตั้งค่าที่นุ่มนวลกว่า 5 เล็กน้อยก็ตาม พร้อมความกระตือรือร้นในการเปลี่ยนทิศทางที่รถคู่แข่งหลายรุ่นไม่มี” – Richard Ingram, รองบรรณาธิการ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.15 ล้านบาท (คำนวณจาก £25,500)
จุดเด่น: ห้องโดยสารและท้ายรถกว้างขวาง, เทคโนโลยีภายในสุดยอด, ความสบายและการเก็บเสียงที่ดี
ข้อสังเกต: รถคู่แข่งบางรุ่นประหยัดกว่า, เฉพาะรุ่นท็อปที่ได้เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ดีที่สุด, ก้านเกียร์อาจสับสนกับที่ปัดน้ำฝน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก, รถยนต์ครอบครัวราคาประหยัด, Renault EV
3. Skoda Kodiaq: SUV ครอบครัวขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
Skoda Kodiaq ได้กลายเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวในอุดมคติสำหรับผู้ขับขี่หลายคน และก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจว่าทำไม
Kodiaq แตกต่างจากรถบางรุ่นในรายการนี้ตรงที่มีตัวเลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง คุณสามารถเลือกระหว่างการมีพื้นที่สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือครอบครัวขนาดเล็กพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระจำนวนมาก รุ่น 7 ที่นั่งยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 340 ลิตร ส่วนรุ่น 5 ที่นั่งให้พื้นที่สูงสุดถึง 910 ลิตร
คุณจะพบกับฟีเจอร์ ‘Simply Clever’ ของแบรนด์มากมาย รวมถึงที่ขูดน้ำแข็ง, ผ้าเช็ดหน้าจอ, และแม้กระทั่งร่มที่ติดประตู นักทดสอบของเรายังชื่นชอบ ‘Smart dials’ ซึ่งเป็นปุ่มหมุนแบบกายภาพที่ปรับแต่งได้ ให้การเข้าถึงฟังก์ชันที่ใช้บ่อยบนระบบควบคุมได้อย่างรวดเร็วและสะดวก
แม้ Kodiaq จะเป็น SUV ขนาดใหญ่ แต่ก็สามารถควบคุมการเข้าโค้งได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมีอาการโคลงเคลงของตัวถังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้รู้สึกไม่สบาย
ผู้ซื้อมีตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่แข็งแกร่งให้เลือก เราแนะนำเครื่องยนต์ดีเซล โดยเฉพาะรุ่น 2.0 TDI ที่มีแรงบิดสูง เหมาะกับรถยนต์ประเภทนี้ และยังคงให้การประหยัดน้ำมันมากกว่า 53 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 18.8 กม./ลิตร) ในการทดสอบอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ถึง 75 ไมล์ (ประมาณ 120 กม.) ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 25.7kWh แต่มีเฉพาะในรุ่น 5 ที่นั่งเท่านั้น
“Kodiaq กว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน และมีฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย ในขณะที่ห้องโดยสารได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นแรก” – Dean Gibson, บรรณาธิการฝ่ายทดสอบอาวุโส ผู้ขับ Kodiaq ในสหราชอาณาจักร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.75 ล้านบาท (คำนวณจาก £38,200)
จุดเด่น: คุ้มค่าคุ้มราคา, สมรรถนะการขับขี่ดีกว่าคู่แข่ง, การออกแบบภายในห้องโดยสารยอดเยี่ยม
ข้อสังเกต: รุ่น PHEV มีเฉพาะ 5 ที่นั่ง, ล้อขนาดใหญ่ส่งผลต่อความนุ่มนวล, คู่แข่งบางรุ่นมีพื้นที่แถวสามกว้างกว่า
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: รถ SUV 7 ที่นั่ง, รถครอบครัวขนาดใหญ่, Skoda Kodiaq ไทย, SUV family car
4. Dacia Bigster: ความคุ้มค่าเกินราคาในสไตล์ SUV ที่แข็งแกร่ง
ชื่อ Bigster อาจจะฟังดูไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์เท่าไรนัก แต่ก็เป็นเพียงสิ่งเดียวเกี่ยวกับ Dacia Bigster ที่รู้สึกว่าทำออกมาแบบครึ่งๆ กลางๆ
Bigster ยึดมั่นในจุดแข็งของ Dacia คือความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ความทนทาน และความคุ้มค่า SUV ขนาดเท่า Hyundai Tucson คันนี้ เริ่มต้นในราคาประมาณ 25,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.15 ล้านบาท)
แม้ห้องโดยสารจะไม่ได้หรูหราเท่าคู่แข่งราคาสูงกว่า แต่พื้นที่อันกว้างขวางของ Bigster ขุมพลังที่หลากหลาย และราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋า จะทำให้คุณลืมข้อด้อยนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
ผู้ที่มองหารถครอบครัวคันใหม่จะได้รับประโยชน์จากพื้นที่เก็บสัมภาระ 612 ลิตร และพื้นที่โดยสารที่กว้างขวาง
เมื่อคุณเหยียบคันเร่งใน Bigster ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่หวือหวามากนัก (รุ่นที่เร็วที่สุดใช้เวลา 9.7 วินาทีในการเร่งจาก 0-100 กม./ชม.) แต่เราพนันได้เลยว่าน้อยคนนักที่จะมองหา SUV ราคาประหยัดที่เน้นความทนทานคันนี้ด้วยสมรรถนะเป็นหลัก สิ่งที่ Bigster ทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจคือการมอบการขับขี่ที่สบายและนุ่มนวล แม้จะวิ่งบนทางหลวงก็ตาม
รุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่สิ้นเปลืองที่สุดทำได้ 46 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 16.3 กม./ลิตร) ในรอบการทดสอบ WLTP ส่วนผู้ที่ต้องการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำสุด ควรมองหารุ่น TCe 140 ขับเคลื่อนสองล้อ หรือรุ่นไฮบริด ทั้งสองรุ่นสามารถทำได้มากกว่า 50 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 17.7 กม./ลิตร) และรุ่นไฮบริดก็ตอบสนองได้ดีเมื่อต้องการ
“Bigster เป็นรถเดินทางไกลที่ยอดเยี่ยมบนทางหลวง ด้วยความรู้สึกที่ลอยตัวขณะขับขี่ซึ่งช่วยเพิ่มความสบาย รุ่นไฮบริดสลับระหว่างโหมดเครื่องยนต์และไฟฟ้าแม้ที่ความเร็ว 70 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยไม่มีอาการลังเลของระบบส่งกำลังขณะเร่งความเร็ว” – Dean Gibson, บรรณาธิการฝ่ายทดสอบถนนอาวุโส
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.15 ล้านบาท (คำนวณจาก £25,200)
จุดเด่น: ราคาถูกสุดๆ, มีตัวเลือกไฮบริดที่ประหยัด, ห้องโดยสารกว้างขวางมาก
ข้อสังเกต: ขาดเทคโนโลยีช่วยเหลือความปลอดภัยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง, เครื่องยนต์ไฮบริดไม่นุ่มนวลเมื่อเร่งเครื่อง, การขับขี่อาจกระด้างเล็กน้อย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: Dacia SUV ราคาถูก, รถ SUV อเนกประสงค์, Dacia Bigster ราคา
5. Hyundai Santa Fe: SUV 7 ที่นั่ง ดีไซน์โดดเด่น พร้อมพื้นที่กว้างขวาง
การที่รถ 7 ที่นั่งจะมีความอเนกประสงค์อย่างเดียวโดยปราศจากเสน่ห์ดึงดูดนั้นเป็นไปไม่ได้ และ Hyundai Santa Fe พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและสะดุดตา
Santa Fe มีแนวทางการออกแบบที่เน้นความเหลี่ยมสัน ซึ่งก็มีข้อดีภายในเช่นกัน ห้องโดยสารของ Santa Fe กว้างขวางมาก และพื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สามก็ทัดเทียมกับคู่แข่งทุกราย หากคุณไม่ต้องการใช้เบาะทั้งสามแถว คุณสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,949 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลังลง
ประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายนั้นเข้ากันได้ดีกับบุคลิกของ Santa Fe ซึ่งเมื่อรวมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ทำให้เป็นหนึ่งในรถ 7 ที่นั่งที่น่าปรารถนาที่สุด เช่นเดียวกับรถยนต์ Hyundai รุ่นอื่นๆ มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงมากมายคอยดูแลทุกอย่างให้ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เสียงเตือนที่ดังอย่างต่อเนื่องอาจสร้างความรำคาญเล็กน้อยต่อนักทดสอบของเรา
ไม่มีรุ่นไฟฟ้าล้วน แต่ Santa Fe มาพร้อมกับขุมพลังแบบ Full Hybrid หรือ Plug-in Hybrid เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงรุ่น Hybrid ขับเคลื่อนสี่ล้อ เว้นแต่จำเป็นต่อความต้องการของคุณอย่างแท้จริง เนื่องจากรุ่นนี้ทำได้ประมาณ 38 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 13.5 กม./ลิตร) เท่านั้น
“ตำแหน่งการขับขี่ที่สูงของ Santa Fe ให้ทัศนวิสัยที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ในขณะที่ทุกรุ่นมาพร้อมเซ็นเซอร์ถอยหลังและกล้องมองหลังเพื่อช่วยในการจอดรถ พวงมาลัยที่เบายังเป็นข้อดีอีกด้วย” – Dean Gibson, บรรณาธิการฝ่ายทดสอบถนนอาวุโส
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.2 ล้านบาท (คำนวณจาก £47,900)
จุดเด่น: ห้องโดยสารกว้างขวาง แม้แต่แถวสาม, อุปกรณ์ครบครัน, รูปลักษณ์สะดุดตา
ข้อสังเกต: เครื่องยนต์เบนซินค่อนข้างหยาบ, ราคาสูง, ไม่มีเครื่องยนต์ดีเซล
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: Hyundai Santa Fe 7 ที่นั่ง, SUV ดีไซน์หรู, รถครอบครัวไฮบริด
6. Dacia Duster: SUV ที่คุ้มค่าที่สุด ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้จริง
ความคุ้มค่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากในปัจจุบัน แต่ Dacia Duster กลับให้ความรู้สึกที่เกินกว่าราคาที่จ่ายไปอย่างชัดเจน
แม้ภายในจะให้ความรู้สึกหรูหราน้อยกว่าคู่แข่งที่มีราคาสูงกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้สำหรับระดับราคานี้ แต่ Duster ก็ยังคงมีความแข็งแกร่งและออกแบบมาอย่างประณีต สิ่งนี้จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มองหารถครอบครัว เนื่องจากไม่ต้องกังวลมากเกินไปเรื่องความเสียหาย การสึกหรอ หรือรอยขีดข่วน
สิ่งที่ SUV ของ Dacia ขาดในเรื่องความหรูหรา ก็ชดเชยด้วยพื้นที่ภายใน เนื่องจากผู้โดยสารทุกคนมีพื้นที่ศีรษะและพื้นที่วางขาที่เพียงพอ พื้นที่เก็บสัมภาระก็กว้างขวางเช่นกัน แต่ขอบยกของท้ายรถค่อนข้างสูง ดังนั้นควรระวังในการยกของ
Duster ขับขี่ได้ง่ายมาก ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสมบุกสมบันอยู่เล็กน้อย แม้ว่าเราจะรู้สึกว่าไม่นุ่มนวลเท่ารุ่นก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นเพราะรูปทรงที่ดูเป็นกล่องทำให้เกิดเสียงลมดังเมื่อใช้ความเร็ว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อก็ทำผลงานได้น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ราคาประหยัด
จุดเด่นสำคัญของ Dacia Duster คือราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 20,000 ปอนด์ (ประมาณ 920,000 บาท) และยังเป็นมิตรกับงบประมาณในชีวิตประจำวันด้วย ทุกรุ่นสามารถทำได้มากกว่า 40 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 14.2 กม./ลิตร) และรุ่นไฮบริดเป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุด โดยมีตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ 55.3 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 19.6 กม./ลิตร) ยังมีรุ่น Bi-fuel ที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) แต่ปั๊ม LPG อาจหาได้ยาก
“Duster ไม่ได้หลงทางไปไหน เพราะ SUV เจเนอเรชันที่สามมอบการขับขี่ที่คุ้มค่าและความอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวในราคาที่เข้าถึงได้” – Alex Ingram, หัวหน้าบรรณาธิการ ผู้ขับ Duster ในสหราชอาณาจักร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 920,000 บาท (คำนวณจาก £19,400)
จุดเด่น: คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด, ประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายดาย, ห้องโดยสารกว้างขวาง
ข้อสังเกต: ขอบท้ายรถสูง, เสียงลมดังที่ความเร็วสูง, พลาสติกภายในบางส่วนแข็ง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: SUV ราคาถูก, Dacia Duster hybrid, รถครอบครัวอเนกประสงค์
7. Tesla Model Y: SUV ไฟฟ้าชั้นนำด้านสมรรถนะและระยะทางวิ่ง
Tesla มักจะปรากฏเป็นข่าวเสมอ และไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเป็นไปในทางที่ดี แต่ Tesla Model Y ยังคงเป็นหนึ่งในรถ SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด
แม้จะบรรทุกผู้โดยสารเต็ม 5 ที่นั่ง แต่ทุกคนก็มีพื้นที่เพียงพอที่จะนั่งได้อย่างสบายด้วยเบาะหลังขนาดใหญ่และพื้นรถที่เรียบ แม้ Tesla จะไม่ได้วัดขนาดท้ายรถด้วยวิธีดั้งเดิม แต่นักทดสอบของเรายืนยันได้ว่า Model Y มอบพื้นที่เก็บสัมภาระจำนวนมหาศาล ขอบท้ายรถต่ำ และโซลูชันการจัดเก็บเพิ่มเติมที่ล้วนมีประโยชน์อย่างยิ่ง
แม้ Model Y รุ่นก่อนหน้าจะมีจุดอ่อนบางประการในเรื่องการขับขี่ โดยเฉพาะความสบายในการขับขี่และการเก็บเสียง แต่น่าดีใจที่การปรับโฉมกลางคันได้ปรับปรุงข้อบกพร่องเหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญ มีเสียงรบกวนภายในน้อยลงอย่างมาก แม้จะที่ความเร็วเดินทางสูง ในขณะที่พละกำลังที่มีให้เลือกนั้นมีตั้งแต่รวดเร็วไปจนถึงเร็วแบบบ้าคลั่ง ตัวอย่างเช่น Tesla Model Y AWD สามารถเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึงห้าวินาที
การปรับโฉมของ Tesla ยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้ Model Y ก้าวไปข้างหน้าเหนือคู่แข่งมากขึ้น Model Y Long Range ตอนนี้เคลมระยะทางวิ่ง 387 ไมล์ (ประมาณ 623 กม.) แต่แม้แต่รุ่น Standard Range ระดับเริ่มต้นก็ไม่ได้ห่างไกลนัก ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุด 311 ไมล์ (ประมาณ 500 กม.)
“การเบรกแบบ Regenerative braking ของ Tesla นั้นควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีรถรุ่นใดในคลาสนี้ที่สามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลราวกับคนขับรถลีมูซีนเหมือน Model Y ซึ่งทำให้การขับขี่ในความเร็วต่ำผ่อนคลายอย่างยิ่ง” – Alex Ingram, หัวหน้าบรรณาธิการ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.1 ล้านบาท (คำนวณจาก £45,000)
จุดเด่น: สมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้พลังงานชั้นนำ, เครือข่าย Supercharger ที่ยอดเยี่ยม, ภายในและท้ายรถกว้างขวาง
ข้อสังเกต: พวงมาลัยให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ, พึ่งพาการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสมากเกินไป, ทัศนวิสัยด้านหลังไม่ดี
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: Tesla Model Y ราคา, รถ SUV ไฟฟ้า 2025, รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์
8. Volkswagen Tayron: SUV 7 ที่นั่งที่ขับขี่สบายและคล่องตัว
ชื่อ Tiguan Allspace อาจไม่เพียงพอที่จะแยกความแตกต่างระหว่างรถ 7 ที่นั่งกับรุ่น Tiguan ที่เล็กกว่า ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนชื่อ – ขอต้อนรับสู่ Volkswagen Tayron
เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า Tayron มีลักษณะคล้ายกับ Tiguan จนถึงเบาะแถวที่สอง ซึ่งส่วนท้ายจะใหญ่ขึ้นและดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้นเพื่อรองรับที่นั่งเพิ่มเติมอีกคู่ แม้ว่าคู่แข่งบางรุ่นจะมีพื้นที่มากกว่า แต่ Tayron ให้ความรู้สึกเหมือน SUV ขนาดกะทัดรัดมากกว่า SUV 7 ที่นั่งขนาดใหญ่เมื่อขับขี่
แม้ Tayron จะไม่ได้มอบความตื่นเต้นในการขับขี่มากนัก แต่ก็ให้ความรู้สึกสบายมากกว่า Tiguan Allspace ที่เคยผลิตมา เราพบว่า Tayron รับมือกับหลุมบ่อมากมายบนถนนในสหราชอาณาจักรได้เป็นอย่างดีระหว่างการทดสอบ
แม้จะเป็น SUV 7 ที่นั่งที่มีน้ำหนักมาก แต่ Tayron ก็มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่ดี มีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย ทั้งเบนซิน, Mild-hybrid, Plug-in Hybrid และดีเซลแบบดั้งเดิม
“รถ 7 ที่นั่งคันนี้ใช้เบาะแถวกลางแบบเลื่อนได้เพื่อทำให้การเข้าถึงเบาะสองแถวหลังค่อนข้างง่าย และคุณสามารถเลื่อนเบาะกลางไปข้างหน้าได้ด้วยมือเดียว” – Alastair Crooks, ผู้สื่อข่าวอาวุโส
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.85 ล้านบาท (คำนวณจาก £40,200)
จุดเด่น: การขับขี่ที่สบาย, คล่องตัวกว่า SUV 7 ที่นั่งคู่แข่ง, อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน
ข้อสังเกต: Kodiaq ให้ประโยชน์คล้ายกันในราคาที่ถูกกว่า, การออกแบบภายในด้อยกว่า Kodiaq, รุ่น PHEV มีเฉพาะ 5 ที่นั่ง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: Volkswagen Tayron ราคา, SUV 7 ที่นั่ง 2025, รถยนต์ครอบครัว VW
9. BMW X3: สุดยอด SUV ระดับพรีเมียม ด้วยการขับขี่ที่เหนือชั้น
BMW X3 มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดในบรรดารถ SUV ในรายการนี้ เราให้คะแนนการขับขี่ การควบคุม และระบบส่งกำลังในระดับสูงเทียบเท่ากับรถรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน
X3 จัดอยู่ในกลุ่ม SUV ขนาดกลาง แต่ปริมาณพื้นที่สำหรับผู้โดยสารนั้นไม่ถือว่าโดดเด่นนัก อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครจะรู้สึกไม่สบาย และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับที่นั่งเด็ก ISOFIX ในเบาะหลัง ข่าวดีที่สุดเกี่ยวกับความอเนกประสงค์คือความจุท้ายรถที่โดดเด่นถึง 570 ลิตร BMW ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานที่มีประโยชน์มากมาย เช่น ตาข่ายกันสัมภาระ, ชั้นวางสัมภาระแบบเลื่อนได้ และพื้นห้องเก็บสัมภาระที่ปรับระดับได้
แม้หลายคนจะเชื่อว่าการซื้อรถที่เหมาะสำหรับครอบครัวหมายถึงการต้องละทิ้งความสนุกในการขับขี่ แต่ BMW X3 เป็นข้อยกเว้นของกฎที่ไม่เป็นทางการนี้ แม้จะยังห่างไกลจากประสบการณ์ที่รถสปอร์ตชั้นยอดของแบรนด์เยอรมันมอบให้ แต่ X3 ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงและตอบสนองได้ดีเกินขนาด นักทดสอบของเรามีความมั่นใจในการขับขี่ผ่านโค้งด้วยความเร็วสูง (แต่ไม่ถึงกับสุดโต่ง) และระบบช่วงล่างก็ไม่เสียสมดุลได้ง่ายจากความไม่สมบูรณ์ของพื้นถนน สำหรับความเร้าใจสูงสุด คุณจะต้องเลือกรุ่น X3 M50 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร Twin-turbo ที่ให้กำลัง 393 แรงม้า
X3 เป็น SUV ระดับพรีเมียม ดังนั้นคุณจะต้องจ่ายเพิ่มสำหรับความพิเศษ หากคุณต้องการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างน้อยที่สุด รุ่น Plug-in Hybrid X3 30e xDrive จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด บนกระดาษ รุ่นนี้สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 282.5 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 100 กม./ลิตร) ในรอบการทดสอบ WLTP และการปล่อยมลพิษต่ำถึง 22 กรัม/กม. แม้ว่าการทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสามหลักในโลกแห่งความเป็นจริงจะเป็นเรื่องยากมาก แต่รุ่น PHEV ก็ควรจะประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นอื่นอย่างมาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำ)
“พลวัตการขับขี่และเทคโนโลยีเป็นสองจุดเด่นของ X3 รุ่นล่าสุด ในขณะที่ในส่วนที่อ่อนแอที่สุดก็ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ราคาก็ยังสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก” – Alex Ingram, หัวหน้าบรรณาธิการ ผู้ขับ BMW X3 ในสหราชอาณาจักร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.37 ล้านบาท (คำนวณจาก £51,600)
จุดเด่น: การขับขี่และการควบคุมที่ยอดเยี่ยม, กลุ่มเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม, เทคโนโลยีในรถที่ยอดเยี่ยม
ข้อสังเกต: พื้นที่เบาะหลังปานกลาง, คุณภาพภายในห้องโดยสารมีข้อกังขา, รูปลักษณ์อาจไม่ถูกใจทุกคน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: BMW X3 ราคา, SUV พรีเมียม, รถยนต์ SUV ขับดี
10. Hyundai Tucson: SUV ขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และเทคโนโลยี
Hyundai Tucson ได้รับรางวัล Mid-size SUV of the Year จาก Auto Express สี่ปีซ้อน ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น และห้องโดยสารภายในที่ดูทันสมัยและกว้างขวาง พร้อมการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่ดี
แม้รุ่นก่อนหน้าจะค่อนข้างจืดชืด แต่ Tucson รุ่นล่าสุดมีรูปลักษณ์และความรู้สึกเหมือนรถยนต์ในกลุ่มราคาสูงกว่า ไม่เพียงแต่ดูเหมือนรถพรีเมียมภายนอกเท่านั้น แต่ห้องโดยสารก็มีความน่าใช้เช่นกัน อีกทั้งยังประกอบมาอย่างดีเยี่ยม นอกจากวัสดุและเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่สี่คน รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระ 620 ลิตร (แม้จะลดลงเหลือ 577 ลิตรในรุ่น Hybrid และ Plug-in Hybrid)
การขับขี่อย่างระมัดระวังจะมอบประสบการณ์ที่สงบอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้คล่องแคล่วเท่าที่รูปลักษณ์ภายนอกบ่งบอก แต่ก็มีกำลังเพียงพอสำหรับการแซงและการขับขี่บนทางหลวง ขุมพลังแบบ Hybrid มีทั้งแบบ Mild, Full และ Plug-in ให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากมาย และแม้ว่า Tucson จะไม่ใช่ SUV ที่ขับสนุกที่สุด แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนักสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ ด้วยการควบคุมที่มั่นใจและให้ความสบายที่ดีเยี่ยม
Tucson Plug-in Hybrid มีความโดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แม้ว่า Hyundai จะเคลมตัวเลขที่สูงถึง 201.8 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 71.3 กม./ลิตร) ซึ่งจะทำได้ยากมากในสภาพแวดล้อมจริง แต่รุ่นนี้ก็ควรจะประหยัดน้ำมันได้อย่างมาก (ตราบใดที่แบตเตอรี่ได้รับการชาร์จอย่างสม่ำเสมอ) หากคุณไม่ต้องการเสียบปลั๊ก รุ่นเบนซินและ Hybrid ก็ยังคงทำได้มากกว่า 40 ไมล์ต่อแกลลอน (ประมาณ 14.2 กม./ลิตร)
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.52 ล้านบาท (คำนวณจาก £33,100)
จุดเด่น: มีตัวเลือกขุมพลัง Hybrid, เทคโนโลยีภายในดีเยี่ยม, ให้ความรู้สึกพรีเมียม
ข้อสังเกต: รุ่น PHEV ราคาค่อนข้างสูง, เสียงเครื่องยนต์หยาบ, ไม่ได้ขับสนุกมากนัก
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: Hyundai Tucson ราคา, SUV ขนาดกลาง, รถยนต์ Hybrid 2025
หวังว่าคู่มือฉบับเซียนอุตสาหกรรมนี้ จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจเลือกซื้อรถ SUV ที่ใช่สำหรับคุณในปี 2025 ได้ง่ายขึ้นนะครับ หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์รถ SUV ที่ดีที่สุด หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงินและการจำนำรถยนต์ โปรดติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุด!

