
สุดยอดรถยนต์ความเร็วสูงสุดในโลก: ก้าวข้ามขีดจำกัดปี 2025
ในโลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความเร็ว การวัดประสิทธิภาพของรถยนต์สามารถทำได้หลายแง่มุม แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะสูงสุด “ความเร็วปลาย” คือสิ่งที่ดึงดูดใจมากที่สุด แม้ว่าจะมีรถยนต์นับพันล้านคันทั่วโลก และจำนวนนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ แต่มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความเร็วได้อย่างแท้จริง
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงของการปรับตัวและผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิม ตัวอย่างเช่น การพัฒนารถยนต์ที่ผสานสมรรถนะระดับสนามแข่งเข้ากับระบบขับเคลื่อนไฮบริดฟอร์มูล่าวัน แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจสุดยอดรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการใช้งานบนถนนทั่วไป (Street-legal production cars) ที่ได้สร้างสถิติความเร็วสูงสุดอย่างน่าทึ่ง โดยเราจะเน้นที่ตัวเลขความเร็วที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต และจะไม่รวมรถยนต์ที่ผ่านการดัดแปลงหรือรถยนต์ต้นแบบ (Concept cars) ราคาจะแสดงเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ
Rimac Nevera: พลังไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการ
ความเร็วสูงสุด: 258 ไมล์ต่อชั่วโมง (415 กม./ชม.)
ราคาเริ่มต้น: 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 150 คัน
Rimac Nevera (เดิมคือ Rimac C Two) คือนิยามใหม่ของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ผลิตโดย Rimac Automobili จากโครเอเชีย ด้วยการทำงานที่ล้ำสมัย Nevera ได้รับการปรับแต่งเพื่อการใช้งานทั่วโลก และพร้อมส่งมอบแล้ว รถยนต์คันนี้ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรแบบระบายความร้อนด้วยของเหลว 4 ตัว (ติดตั้งที่แต่ละล้อ) ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-นิเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ออกไซด์ ขนาด 120 kWh ซึ่งสามารถชาร์จได้ถึง 80% ในเวลาไม่ถึง 30 นาที
ด้วยพละกำลังที่กล่าวอ้างว่าสูงถึง 1,914 แรงม้า และแรงบิด 1,696 ปอนด์-ฟุต Rimac Nevera สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 1.85 วินาที และ 0-300 กม./ชม. ใน 11.8 วินาที นอกจากนี้ บริษัทยังเคลมระยะทางวิ่งสูงสุด 341 ไมล์ (550 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ที่สำคัญ Nevera ยังมาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 (Level 4 Autonomous Driving), ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และเทคโนโลยีปลดล็อกด้วยการจดจำใบหน้า ถือเป็นรถที่อาจจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงไปตลอดกาล
Bugatti Veyron 16.4 Super Sport: ตำนานความเร็วที่ยังคงตราตรึง
ความเร็วสูงสุด: 267.85 ไมล์ต่อชั่วโมง (431.07 กม./ชม.)
ราคาเริ่มต้น: 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 30 คัน
Bugatti Veyron 16.4 Super Sport คือเวอร์ชันที่ได้รับการพัฒนาให้มีพละกำลังและสมรรถนะที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับ Veyron 16.4 รุ่นมาตรฐาน ด้วยการปรับปรุงชุดแอโรไดนามิกและกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ W16 ควอดเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 1,184 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 1,106 ปอนด์-ฟุต ที่ 5,000 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที
เมื่อปลดระบบจำกัดความเร็วอิเล็กทรอนิกส์ออก Bugatti Veyron Super Sport สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 267.8 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้ในขณะนั้น它 ครองตำแหน่งรถยนต์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลก (เปิดตัวปี 2010) อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของยาง ระบบจำกัดความเร็วถูกตั้งค่าไว้ที่ 258 ไมล์ต่อชั่วโมง (415 กม./ชม.) โดยทั่วไป Bugatti ผลิต Veyron Super Sport จำนวน 30 คัน ในช่วงปี 2010-2011 และมีรุ่น World Record Edition ซึ่งจำกัดการผลิตเพียง 5 คันเท่านั้น รุ่นพิเศษนี้โดดเด่นด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สีดำเปลือย ล้อสีส้ม และรายละเอียดสีส้มรอบคัน โดยไม่มีระบบจำกัดความเร็ว
Hennessey Venom GT: พลังดิบจากเท็กซัส
ความเร็วสูงสุด: 270.49 ไมล์ต่อชั่วโมง (435.31 กม./ชม.)
ราคาเริ่มต้น: 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 13 คัน
Hennessey Venom GT คือผลผลิตจาก Hennessey Performance Engineering ในรัฐเท็กซัส ซึ่งผลิตรถยนต์ทั้งหมด 13 คัน (7 คูเป้ และ 6 สไปเดอร์) ในช่วงปี 2011 ถึง 2017 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ทีมงาน Hennessey ได้บันทึกสถิติความเร็วสูงสุดไว้ที่ 270.49 ไมล์ต่อชั่วโมง บนระยะทางที่จำกัด 2.3 ไมล์ ที่ลานลงจอดกระสวยอวกาศของ NASA ในฟลอริดา
Venom GT ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ GM LS7 V8 ขนาด 7 ลิตร แบบทวินเทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 1,244 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 1,155 ปอนด์-ฟุต ที่ 4,400 รอบต่อนาที ด้วยน้ำหนักตัวเพียง 2,743 ปอนด์ ซึ่งได้มาจากการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในส่วนของล้อและตัวถัง ทำให้ Venom GT มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่น่าทึ่ง รุ่น Venom GT Coupe คือรุ่นที่ทรงพลังที่สุด โดยผลิตจำกัดเพียง 3 คัน ซึ่งถูกจำหน่ายให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็วหลังจากที่ผู้ผลิตประกาศการผลิต
Koenigsegg Agera RS: ความสมบูรณ์แบบของวิศวกรรมสวีเดน
ความเร็วสูงสุด: 277.87 ไมล์ต่อชั่วโมง (447.19 กม./ชม.)
ราคาเริ่มต้น: 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 25 คัน
Koenigsegg Agera RS ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Geneva Motor Show ปี 2015 โดยเป็นการผสมผสานคุณสมบัติที่ดีที่สุดของ Agera R และ Agera S การพัฒนาใหม่ๆ ประกอบด้วย ระบบเก็บเสียงน้ำหนักเบาขั้นสูง, สปอยเลอร์หน้าสำหรับสนามแข่ง, ระบบปรับอากาศใต้ท้องรถแบบไดนามิก และสปอยเลอร์หลังที่ปรับการทำงานได้ เพื่อเพิ่มแรงกด (Downforce) ที่ 992 ปอนด์ ที่ความเร็ว 155 ไมล์ต่อชั่วโมง
เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5 ลิตร แบบทวินเทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 1,160 แรงม้า เมื่อใช้กับน้ำมันเบนซินทั่วไป แต่แพ็กเกจ 1-Megawatt (มีใน 11 คัน) จะเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ขึ้นไปอีกเป็น 1,341 แรงม้า ในปี 2017 Agera RS ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นรถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยสถิติความเร็วสูงสุดทางตรงที่ 285 ไมล์ต่อชั่วโมง (458 กม./ชม.) และค่าเฉลี่ยความเร็วสองทิศทางที่ 278 ไมล์ต่อชั่วโมง (447 กม./ชม.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำและความสมบูรณ์แบบในการออกแบบ
Koenigsegg Jesko: ศิลปะแห่งความเร็วที่ไร้ขีดจำกัด
ความเร็วสูงสุด: 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (482.8 กม./ชม.) (คาดการณ์)
ราคาเริ่มต้น: 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 125 คัน
Koenigsegg Jesko เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Geneva Motor Show ปี 2019 สามารถผลิตกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 หรือ 1,280 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมันเบนซินทั่วไป ชื่อรุ่นตั้งตามชื่อบิดาผู้ก่อตั้งบริษัท Jesko von Koenigsegg หัวใจของเครื่องยนต์ที่ออกแบบใหม่คือเพลาข้อเหวี่ยง V8 ที่เบาที่สุดในโลก น้ำหนักเพียง 12.5 กิโลกรัม ทำให้ Jesko สามารถผลิตกำลังได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 8,500 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ 9 สปีดแบบมัลติ-คลัตช์ใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า ‘Light Speed Transmission’ ซึ่งมีชุดเกียร์ 21 รูปแบบ และคลัตช์ 7 ตัว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ไปยังเกียร์ใดก็ได้ทันที โดยใช้เวลาเพียง 20-30 มิลลิวินาที การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของ Jesko โดดเด่นด้วยปีกหลังแบบสองชั้นที่ติดตั้งด้านบน และสปลิตเตอร์หน้าขนาดใหญ่พร้อมช่องรับอากาศใต้ท้องรถที่ปรับการทำงานได้ บริษัทจะผลิต Jesko เพียง 125 คันเท่านั้น และแม้จะมีราคาสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ 90 คัน ได้ถูกจองล่วงหน้าไปก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
SSC Tuatara: การก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยนวัตกรรม
ความเร็วสูงสุด: 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (482.8 กม./ชม.) (เป้าหมาย)
ราคาเริ่มต้น: 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 100 คัน
SSC Tuatara คือซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงที่ผลิตโดย SSC North America ได้รับแรงบันดาลใจจากสมรรถนะและอากาศพลศาสตร์ของเครื่องบินขับไล่ ทำให้ Tuatara มีรูปลักษณ์ที่ทั้งทรงพลังและเรียบง่าย ชื่อของรถมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่มีการวิวัฒนาการของ DNA เร็วที่สุดในโลก
เดิมที Tuatara วางแผนจะใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 6.9 ลิตร แต่ต่อมาได้ปรับลดขนาดเป็น 5.9 ลิตร เพื่อให้สามารถเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 8,800 รอบต่อนาที ให้กำลัง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 และ 1,350 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิงออกเทน 91 ด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำที่สุด (0.279) และระบบเกียร์ 7 สปีดแบบโรโบติกที่ตั้งค่าสำหรับการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วเพียง 50 มิลลิวินาที SSC ตั้งเป้าที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสถิติความเร็วของรถโปรดักชัน
Bugatti Chiron Super Sport 300+: การพิชิตความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง
ความเร็วสูงสุด: 304.77 ไมล์ต่อชั่วโมง (490.48 กม./ชม.)
ราคาเริ่มต้น: 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 30 คัน
ในเดือนสิงหาคม 2019 Andy Wallace นักแข่งรถมืออาชีพ ได้บันทึกความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งด้วย Bugatti Chiron Super Sport 300+ ซึ่งเป็นรถต้นแบบก่อนการผลิตจริง รถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ควอดเทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 1,578 แรงม้า แตกต่างจาก Chiron รุ่นมาตรฐาน Chiron Super Sport 300+ มีความเร็วสูงสุดที่เพิ่มขึ้น, ระบบเกียร์ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีอัตราทดที่ยาวขึ้น และชุดสีพิเศษที่เผยให้เห็นตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย
ทั้งกันชนหน้าและหลังได้รับการปรับปรุงให้มีหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหมาะสมกับความเร็วสูง ซึ่งเพิ่มความยาวโดยรวมของรถขึ้น 9.8 นิ้ว เพื่อความปลอดภัย ความเร็วสูงสุดของรถถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ 261 ไมล์ต่อชั่วโมง (420 กม./ชม.) อย่างไรก็ตาม Bugatti จะปรับแต่งรถตามความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทดสอบสมรรถนะสูงสุดที่สนาม Ehra-Lessien บริษัทจะผลิตรถรุ่นนี้จำนวน 30 คัน และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงกลางปี 2021
Hennessey Venom F5: สัตว์ร้ายแห่งสายลม
ความเร็วสูงสุด: 310.7+ ไมล์ต่อชั่วโมง (500+ กม./ชม.) (คาดการณ์)
ราคาเริ่มต้น: 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จำนวนการผลิต: 24 คัน
Hennessey Special Vehicles บริษัทผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ เตรียมเปิดตัวรถสปอร์ตสมรรถนะสูงชื่อ Hennessey Venom F5 ชื่อ F5 มาจาก F5 Tornado ซึ่งเป็นพายุทอร์นาโดที่แข็งแกร่งที่สุดในมาตราส่วน Fujita
Venom F5 ใช้สถาปัตยกรรมเครื่องยนต์ V8 ที่ให้กำลัง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,193 ปอนด์-ฟุต ที่ 8,000 รอบต่อนาที มาพร้อมเทอร์โบชาร์จคู่ Precision แบบบอลแบร์ริ่ง และชิ้นส่วนน้ำหนักเบา เช่น เพลาข้อเหวี่ยง ลูกสูบ ก้านสูบ และเสื้อสูบแบบสั่งทำพิเศษ ตำแหน่งของอินเตอร์คูลเลอร์ระหว่างท่อร่วมไอดีและฝาสูบ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของอากาศและประสิทธิภาพของกำลังเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีระบบหล่อลื่นแบบ Dry-sump แบบหลายขั้นตอน ที่รักษาการไหลของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ให้หล่อลื่นหัวใจของเครื่องยนต์ตลอดเวลา แม้จะอยู่ที่รอบสูงสุด 8,000 รอบต่อนาที
ตามคำกล่าวของผู้ก่อตั้งและ CEO John Hennessey ตัวถังทั้งหมดของ Venom F5 ซึ่งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อผลักดันรถให้มีความเร็วเกินกว่า 310.7 ไมล์ต่อชั่วโมง (500+ กม./ชม.) Venom F5 จะเปิดตัวที่งาน The Quail ในช่วง Monterey Car Week เดือนสิงหาคม 2020 บริษัทวางแผนผลิต 12 คันสำหรับตลาดอเมริกา และอีก 12 คันสำหรับตลาดต่างประเทศ
อนาคตแห่งความเร็ว: การแสวงหาความเร็วสูงสุดที่ไม่สิ้นสุด
โลกของรถยนต์สมรรถนะสูงยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือด ผู้ผลิตต่างทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อผลักดันขีดจำกัดของความเร็วให้ไกลกว่าเดิม รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2025 และปีต่อๆ ไป อาจนำเสนอสมรรถนะที่เหนือกว่าสถิติที่เราเห็นในปัจจุบัน
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็วและความเป็นที่สุดของวิศวกรรมยานยนต์ ไม่ควรพลาดที่จะติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการนี้ หรือหากคุณคือเจ้าของรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น การได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็วสูงสุดบนเส้นทางที่เหมาะสมและปลอดภัย ถือเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่า
หากคุณกำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูง หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุดยอดรถยนต์เหล่านี้ โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของเรา หรือเยี่ยมชมโชว์รูมที่ใกล้ที่สุดเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง