
สุดยอดรถสปอร์ตอเมริกัน: 20 รุ่นที่เร็วที่สุดตลอดกาล
ในโลกแห่งยานยนต์ ความหลงใหลในความเร็วและสมรรถนะอันยอดเยี่ยมได้ผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ชาวอเมริกันก้าวข้ามขีดจำกัดมาอย่างต่อเนื่อง จากยุคของเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลัง ไปจนถึงเทคโนโลยีไฮบริดและพลังงานไฟฟ้าสมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐอเมริกาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่น่าทึ่ง ซึ่งสามารถทำความเร็วเหนือจินตนาการได้ การเดินทางจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่ปรากฏในรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ยุคปัจจุบัน ที่นั่งของคุณจะถูกกดติดเบาะด้วยแรง G มหาศาล ขณะที่สถิติความเร็วสูงสุดถูกท้าทายอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและสมรรถนะระดับสูง การแสวงหารถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกคือการเดินทางที่น่าตื่นเต้น ในบทความนี้ ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี จะพาคุณไปสำรวจ 20 รถยนต์อเมริกันที่เร็วที่สุดตลอดกาล โดยพิจารณาจากสถิติความเร็วสูงสุดที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
SSC Tuatara: 295 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 475 กม./ชม.)
SSC Tuatara คือสุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์อเมริกันที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ ที่รีดพละกำลังได้ถึง 1,750 แรงม้าบนเชื้อเพลิง E85 และจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบกึ่งคลัทช์ 7 จังหวะ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงช่วยลดแรงต้านและเพิ่มแรงกด เพื่อให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2020 SSC Tuatara ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำลายสถิติความเร็วสูงสุดสำหรับรถยนต์โปรดักชั่น โดยทำความเร็วได้ถึง 295 ไมล์ต่อชั่วโมง (475 กม./ชม.) และความเร็วเฉลี่ยสองรอบการวิ่งอยู่ที่ 283 ไมล์ต่อชั่วโมง (455 กม./ชม.) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Shelby Super Cars ในการแข่งขันเพื่อความเร็วของสหรัฐอเมริกา
Hennessey Venom GT: 265.6 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 427.5 กม./ชม.)
Hennessey Venom GT เป็นรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ที่น่าทึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Lotus Exige แต่ได้รับการปรับปรุงอย่างมหาศาลเพื่อเพิ่มสมรรถนะ การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์และอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Venom GT กลายเป็นตำนาน ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 7.0 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,244 แรงม้า รถคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และเคยครองตำแหน่งรถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลกในปี 2014 ด้วยความเร็วสูงสุด 265.6 ไมล์ต่อชั่วโมง (427.5 กม./ชม.) การผลิตจำนวนจำกัดเพียง 13 คัน ทำให้ Venom GT เป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
SSC Ultimate Aero TT: 257 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 413.6 กม./ชม.)
SSC Ultimate Aero TT ที่ผลิตโดย Shelby Super Cars (SSC) ในช่วงปี 2006-2007 เป็นหนึ่งในรถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในยุคสมัยของมัน ด้วยการวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลาง และตัวถังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.3 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ รีดกำลังได้ถึง 1,183 แรงม้า ทำให้ Ultimate Aero TT สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 257 ไมล์ต่อชั่วโมง (413.6 กม./ชม.) และเคยครองสถิติรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกในช่วงปี 2007-2009 อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 2.5 วินาที ทำให้มันเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในสนามแข่ง การผลิตจำนวนจำกัดเพียง 24 คัน ทำให้ Ultimate Aero TT เป็นรถที่หายากและมีมูลค่าสูง
Czinger 21C: 253 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 407.2 กม./ชม.)
Czinger 21C คือนิยามใหม่ของรถยนต์ไฮเปอร์คาร์แห่งอนาคต ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงอย่างการพิมพ์ 3 มิติ เข้ากับระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ทรงพลังอย่างไม่เคยมีมาก่อน พัฒนาโดย Czinger Vehicles บริษัทจากลอสแอนเจลิส 21C ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 2.9 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ ที่พัฒนาร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 1,233 แรงม้า การเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.9 วินาที เป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง แม้จะมีราคา 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตจำกัดเพียง 80 คัน แต่ Czinger 21C ก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ยุคใหม่
Saleen S7 Twin Turbo: 248 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 399.1 กม./ชม.)
Saleen S7 คือรถยนต์ซูเปอร์คาร์สัญชาติอเมริกันที่ผลิตในช่วงปี 2000-2009 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เหนือกาลเวลา เส้นสายที่เฉียบคม และประตูแบบปีกผีเสื้อ เครื่องยนต์ V8 ขนาด 7.0 ลิตรที่วางกลางลำ ให้กำลัง 550 แรงม้า ในรุ่นแรก และได้รับการอัปเกรดเป็นรุ่น Twin Turbo ที่ให้กำลังสูงถึง 1,000 แรงม้า ทำให้ S7 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้เกือบ 250 ไมล์ต่อชั่วโมง (399.1 กม./ชม.) และเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที ด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบาและตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ Saleen S7 ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฮเปอร์คาร์อเมริกันที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการของนักสะสม
Vector W8: 242 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 389.5 กม./ชม.)
Vector W8 ซึ่งเปิดตัวในปี 1989 เป็นผลงานชิ้นเอกด้านการออกแบบและวิศวกรรมของ Vector Motors ด้วยรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย เส้นสายที่คมชัด และประตูแบบ Gull-wing ทำให้ W8 มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ทรงอากาศพลศาสตร์ คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.0 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ ที่ให้กำลัง 625 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 3 จังหวะ W8 สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 242 ไมล์ต่อชั่วโมง (389.5 กม./ชม.) แม้จะผลิตในจำนวนจำกัดเพียงไม่ถึง 20 คัน แต่ Vector W8 ก็ยังคงเป็นที่จดจำในฐานะรถยนต์ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล
Chevrolet Camaro ZL1 1LE: 217 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 349.2 กม./ชม.)
Chevrolet Camaro ZL1 1LE คือรุ่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็วสูงสุด ทั้งบนถนนและสนามแข่ง ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ระบบซูเปอร์ชาร์จ รีดกำลังได้ 650 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต ทำให้ Camaro คันนี้สามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 217 ไมล์ต่อชั่วโมง (349.2 กม./ชม.) การผลิตจำกัดเพียง 350 คัน ทำให้ ZL1 1LE เป็นที่หมายปองของนักสะสม และยังเคยลงแข่งขันใน NASCAR โดยคว้าชัยชนะ Daytona 500 ในปีแรกที่ลงสนาม
Chevrolet Corvette ZR1 C-7: 216 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 347.6 กม./ชม.)
Chevrolet Corvette ZR1 C-7 เป็นรุ่นสมรรถนะสูงที่เน้นการขับขี่ในสนามแข่ง และเป็นเวอร์ชันที่ทรงพลังที่สุดของ Corvette ในขณะนั้น ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร LT5 ระบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลัง 755 แรงม้า และแรงบิด 715 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 216 ไมล์ต่อชั่วโมง (347.6 กม./ชม.) การผลิตที่จำกัดเพียงไม่ถึง 5,000 คัน ทำให้ ZR1 C-7 เป็นรถที่หายากและมีมูลค่า
Dodge Challenger SRT Demon: 211 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 339.6 กม./ชม.)
Dodge Challenger SRT Demon คือรถยนต์มัสเซิลคาร์ที่ผลิตในจำนวนจำกัด ซึ่งยกระดับคำว่า “สมรรถนะสูง” ไปสู่อีกระดับหนึ่ง Demon ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันแดร็กโดยเฉพาะ ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร HEMI ระบบซูเปอร์ชาร์จ ที่ปรับแต่งให้รีดกำลังได้ถึง 808 แรงม้าเมื่อใช้เชื้อเพลิงปกติ และ 840 แรงม้าเมื่อใช้เชื้อเพลิงออกเทนสูง สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.3 วินาที การผลิตที่จำกัดและการประกาศยุติสายการผลิต Challenger ทำให้ Demon กลายเป็นรถยนต์สะสมยอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มนักแข่งแดร็ก
Cadillac CTS-V: 208 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 334.7 กม./ชม.)
Cadillac CTS-V คือรถยนต์ซีดานหรูสมรรถนะสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับแนวหน้าของกลุ่มสปอร์ตซีดาน การผสมผสานระหว่างความหรูหราและความทรงพลัง ทำให้ CTS-V เป็นที่น่าประทับใจ สำหรับรุ่นที่สาม (2016-2019) มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ระบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลัง 640 แรงม้า และแรงบิด 630 ปอนด์-ฟุต ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 208 ไมล์ต่อชั่วโมง (334.7 กม./ชม.) ซึ่งถือว่าน่าทึ่งสำหรับรถซีดาน ราคาเริ่มต้นที่ 84,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 และการผลิตจำนวนจำกัดเพียงไม่ถึง 7,000 คัน ทำให้ CTS-V เป็นรถที่หาได้ยาก
SRT Viper: 206 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 331.5 กม./ชม.)
SRT Viper โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นที่ห้า ซึ่งกลับมาผลิตอีกครั้งในปี 2012 ภายใต้แบรนด์ Street and Racing Technology (SRT) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Dodge Viper ในภายหลัง คือรถสปอร์ตอเมริกันที่ขึ้นชื่อในเรื่องเครื่องยนต์ V10 อันทรงพลัง แม้ว่าอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. อาจจะไม่น่าประทับใจเท่าคู่แข่ง ด้วยเวลา 3.5 วินาที แต่ Viper ก็ชดเชยด้วยความเร็วสูงสุดที่ 206 ไมล์ต่อชั่วโมง (331.5 กม./ชม.) รุ่น Gen V ที่ผลิตระหว่างปี 2013-2017 และมีจำนวนการผลิตน้อยกว่า 2,500 คัน ถือเป็น Viper ที่หายากที่สุด
2006 Ford GT: 205 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 330 กม./ชม.)
Ford GT รุ่นปี 2006 ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชัยชนะ 1-2-3 ของ Ford ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ปี 1966 และยังคงสานต่อตำนานด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์อันงดงาม เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ EcoBoost ให้กำลัง 660 แรงม้า พา GT เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.0 วินาที ด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบาจากคาร์บอนไฟเบอร์และเกียร์ Dual-clutch 7 จังหวะ ทำให้ GT มีสมรรถนะและความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยม ด้วยราคาเริ่มต้น 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียงไม่ถึง 2,000 คัน ทำให้ Ford GT ปี 2006 เป็นรถคลาสสิกที่ทรงคุณค่า
Dodge Charger SRT Hellcat/Redeye: 203 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 326.7 กม./ชม.)
Dodge Charger SRT Hellcat Redeye คือรถยนต์ซีดานสมรรถนะสูงสัญชาติอเมริกัน ที่ผสมผสานพละกำลังและความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ฝากระโปรงคือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร HEMI ระบบซูเปอร์ชาร์จ ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 797 แรงม้า และแรงบิด 707 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที ด้วยน้ำหนักตัวที่ใกล้เคียงกับ Challenger Hellcat Charger Hellcat Redeye ปี 2023 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 203 ไมล์ต่อชั่วโมง (326.7 กม./ชม.) โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 86,365 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรุ่นปี 2024 Charger ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินจะถูกแทนที่ด้วย Charger Daytona SRT ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
Dodge Challenger SRT Hellcat Widebody: 203 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 326.7 กม./ชม.)
Dodge Challenger SRT Hellcat Widebody คือการตีความรถยนต์มัสเซิลคาร์อเมริกันคลาสสิกในยุคใหม่ ด้วยการออกแบบที่เน้นสมรรถนะ Widebody รุ่นนี้ได้ยกระดับ Challenger ไปอีกขั้น เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร HEMI ระบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงถึง 717 แรงม้า และแรงบิด 656 ปอนด์-ฟุต ทำให้ Hellcat Widebody เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.7 วินาที แม้จะดูช้ากว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากถึง 4,500 ปอนด์ แต่ก็ยังคงทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 203 ไมล์ต่อชั่วโมง (326.7 กม./ชม.) Challenger ได้ยุติสายการผลิตในปี 2023 เพื่อเปิดทางให้กับรถยนต์ไฟฟ้า Charger Daytona SRT
Tesla Model S Plaid: 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 321.9 กม./ชม.)
Tesla Model S Plaid คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพียงรุ่นเดียวในรายชื่อนี้ ที่กำลังปฏิวัติขอบเขตของสมรรถนะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยระบบขับเคลื่อนสามมอเตอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 1,020 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.1 วินาที ทำให้เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในตลาดปัจจุบัน Model S Plaid มีความเร็วสูงสุด 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (321.9 กม./ชม.) และระยะทางวิ่ง 400 ไมล์ ด้วยราคา MSRP 136,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรุ่นปี 2024 Tesla ได้พัฒนาและปรับปรุง Model S Plaid อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นรถยนต์ขายดีที่มีรายการรอคอยประมาณ 1-3 เดือน
Cadillac CT5-V Blackwing: 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 321.9 กม./ชม.)
Cadillac CT5-V Blackwing คือเรือธงของตระกูล Cadillac V-Series ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย ความหรูหรา และความเร็วไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ระบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลัง 668 แรงม้า และแรงบิด 659 ปอนด์-ฟุต ทำให้เป็น Cadillac ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (321.9 กม./ชม.) ด้วยราคาในหลักแสนดอลลาร์สหรัฐ จึงไม่น่าแปลกใจที่รุ่นปี 2024 จะมีรายการรอคอย
Chevrolet Camaro ZL1: 198 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 318.6 กม./ชม.)
Chevrolet Camaro ZL1 คือรุ่นสมรรถนะสูงในตระกูล Camaro ที่สะท้อนจิตวิญญาณของ American Muscle ที่มาพร้อมพละกำลังที่เหนือกว่า ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ระบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลัง 650 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 4.0 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่เกือบจะถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 318.6 กม./ชม.) Camaro ZL1 มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างแท้จริง Chevrolet ประกาศยุติสายการผลิต Camaro รวมถึง ZL1 หลังจากปี 2024
Chevrolet Corvette Stingray: 194 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 312.2 กม./ชม.)
Chevrolet Corvette Stingray คือรถสปอร์ตอเมริกันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสมรรถนะและสไตล์มานานหลายทศวรรษ Corvette รุ่นที่แปดที่เปิดตัวในปี 2020 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยหันมาใช้การวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางเพื่อการทรงตัวและการควบคุมที่ดีขึ้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ที่ทรงพลัง ให้กำลัง 490 แรงม้า และแรงบิด 465 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.8 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 194 ไมล์ต่อชั่วโมง (312.2 กม./ชม.) Stingray ยังคงรักษามาตรฐานอันยอดเยี่ยมในสนามแข่งได้เป็นอย่างดี ราคาอยู่ในช่วง 72,000-75,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Acura NSX: 191 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 307.4 กม./ชม.)
Acura NSX คือรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่ผลิตในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เป็นรถยนต์ไฮบริดสปอร์ต ที่มาพร้อมเครื่องยนต์วางกลาง V6 ระบบเทอร์โบคู่ และมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว NSX สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 191 ไมล์ต่อชั่วโมง (307.4 กม./ชม.) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1991 ด้วยราคาเริ่มต้น 60,600 ดอลลาร์สหรัฐ NSX แสดงให้เห็นถึงความสามารถของอเมริกาในการผลิตรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ทันสมัย การผลิตสิ้นสุดลงในปี 2022 อันเป็นผลมาจากการยอดขายที่ลดลงและการเปลี่ยนทิศทางของบริษัทไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า
Cadillac ATS-V: 189 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 304.2 กม./ชม.)
Cadillac ATS-V คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราและสมรรถนะสปอร์ต ผลิตระหว่างปี 2013 ถึง 2019 ด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.6 ลิตร ระบบเทอร์โบคู่ ที่ให้สมรรถนะที่น่าประทับใจ เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในประมาณ 3.8 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 189 ไมล์ต่อชั่วโมง (304.2 กม./ชม.) ATS-V คือรถยนต์ที่เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ของรถโรดสเตอร์ที่สง่างาม ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 68,335 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกันได้สร้างสรรค์ผลงานอันน่าทึ่งที่ผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์อยู่เสมอ ตั้งแต่รถมัสเซิลคาร์ในตำนาน ไปจนถึงไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า รถยนต์เหล่านี้คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่งในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและสมรรถนะอันไร้คู่แข่ง
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็วและกำลังมองหารถยนต์ที่สามารถมอบประสบการณ์สุดขีด ผมขอเชิญชวนให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เหล่านี้ หรือหากคุณสนใจที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันทรงพลังเหล่านี้ด้วยตนเอง การเยี่ยมชมโชว์รูมหรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายรถยนต์สมรรถนะสูงในพื้นที่ของคุณ คือก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นที่คุณไม่ควรพลาด