• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1104699_เม อคำว สงสาร กลายเป นช องทางของคนโกง_part 2

admin79 by admin79
April 15, 2026
in Uncategorized
0
N1104699_เม อคำว สงสาร กลายเป นช องทางของคนโกง_part 2 สุดยอดความเร็ว: การจัดอันดับรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 ในโลกของยานยนต์สมรรถนะสูง การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” นั้นไม่เคยมีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง แต่ละปีที่ผ่านไป ค่ายรถยนต์ชั้นนำต่างทุ่มเททรัพยากรและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่สามารถทะลายขีดจำกัดของความเร็ว ความฝันที่จะก้าวข้ามตัวเลข 200 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันอันดุเดือดที่กินเวลายาวนาน จนกระทั่งปี 1987 Ferrari F40 ได้กลายเป็นรถยนต์คันแรกที่ทำลายกำแพง 200 ไมล์ต่อชั่วโมงได้อย่างเป็นทางการ และนับแต่นั้นมา เส้นทางสู่การเป็นสมาชิกของ “ชมรม 300 ไมล์ต่อชั่วโมง” ก็ได้เริ่มต้นขึ้น การแข่งขันเพื่อชิงสถิติความเร็วสูงสุดของโลกในยุคปัจจุบันนั้นทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมีผู้เล่นหลักอย่าง Koenigsegg, Hennessey และ Bugatti ที่ผลัดกันสร้างประวัติศาสตร์ ในปี 2019 Bugatti Chiron Super Sport ได้สร้างความตะลึงให้กับวงการด้วยการทำความเร็วสูงสุดถึง 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 490.48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นสถิติที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง และในปี 2020 การเปิดตัวของบรรดารถยนต์ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ ที่ประกาศศักดาว่าจะสามารถทะลุ 300 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดนี้ ไม่เพียงแค่นั้น ในปี 2021 SSC North America ได้ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการทำให้ SSC Tuatara กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานแห่งความเร็ว โดยสามารถพิสูจน์สถิติที่น่าประทับใจได้จริง ในขณะเดียวกัน ชื่อใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมอย่าง Czinger Vehicles และตำนานที่ยังคงร้อนแรงอย่าง Gordon Murray ก็ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการนี้เช่นกัน และแน่นอนว่า Bugatti และ Koenigsegg ก็ยังคงเป็นสองยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถมองข้ามได้ ดังนั้น เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสกับสุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์ เราจึงได้รวบรวมรายชื่อรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025 มาจัดอันดับอีกครั้ง โดยในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตำแหน่งผู้นำ และแม้ว่าการแข่งขันเพื่อสถิติความเร็วสูงสุดอาจดูเหมือนมีความสำคัญน้อยลงในภาพรวม แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็ว การแข่งขันนี้ยังคงเป็นเรื่องจริงจังและน่าตื่นเต้นเสมอ หมายเหตุสำคัญ: เกณฑ์เดียวที่เราใช้ในการจัดอันดับนี้คือ “ความเร็วสูงสุด” (Top Speed) โดยรถยนต์ทุกรุ่นจะต้องมีสถิติความเร็วสูงสุดอย่างน้อย 218 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 351 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และสำหรับข้ออ้างสถิติที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการ จะมีการระบุไว้ในหมายเหตุ Porsche 918 Spyder — 218 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 351 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Porsche 918 Spyder เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของค่ายรถสปอร์ตจากเยอรมนี ที่สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับวงการยานยนต์ด้วยสมรรถนะอันน่าทึ่ง แม้ว่าในตอนแรก Porsche จะอ้างสิทธิ์ว่าความเร็วสูงสุดของรุ่นนี้อยู่ที่ 214 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ในปี 2018 ได้มีการบันทึกสถิติที่น่าประทับใจกว่านั้น คือ 218.4 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 351.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งทำให้ 918 Spyder เป็นรถยนต์โปรดักชันที่เร็วที่สุดเท่าที่ Porsche เคยผลิตมา หัวใจของ 918 Spyder คือระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่ทรงพลัง ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.6 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) ที่ให้กำลัง 599 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่เพิ่มกำลังได้อีก 282 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุดถึง 875 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 944 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 1,280 นิวตัน-เมตร) ที่พร้อมปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดในการทะยานไปข้างหน้า Aston Martin One-77 — 220 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 354 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Aston Martin One-77 คือนิยามของซูเปอร์คาร์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และความพิเศษ ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 77 คันทั่วโลก (ปัจจุบันเหลือเพียง 76 คันเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งหนึ่งในเอเชีย) ตัวรถมาพร้อมกับฝากระโปรงหน้าที่ยาวภายใต้การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร จาก Cosworth ที่สามารถรีดกำลังได้ถึง 750 แรงม้า และแรงบิด 553 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 750 นิวตัน-เมตร) ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ทำจากอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ One-77 มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแกร่ง สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 96.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้ภายในเวลาเพียง 3.5 วินาที จากการทดสอบของ Aston Martin แสดงให้เห็นว่ารถยนต์คันนี้มีความสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 220 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 354 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลานั้น Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae — 221 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 355.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae คือการปิดฉากตำนานอันยิ่งใหญ่ของ Aventador ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดของซีรีส์นี้ ตัวอักษร “Ultimae” บ่งบอกถึงการเป็นสุดยอดสมรรถนะที่รวบรวมทุกสิ่งที่ดีที่สุดของ Aventador ไว้ในคันเดียว ภายใต้รูปลักษณ์ที่อาจจะดูสุขุมกว่ารุ่นอื่นๆ ของ Lamborghini แต่ยังคงไว้ซึ่งความดุดัน เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ ได้รับการปรับแต่งให้รีดกำลังได้สูงสุดถึง 769 แรงม้า และแรงบิด 531 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 720 นิวตัน-เมตร) แตกต่างจากรุ่น LP 700-4 ปี 2011 ที่มีกำลัง 690 แรงม้า และแรงบิด 509 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 690 นิวตัน-เมตร) แม้จะยังคงใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ Single-Clutch ที่อาจดูเก่าแก่ไปบ้าง แต่ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ทำให้ Ultimae สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 221 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 355.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แม้ว่า Lamborghini จะกำลังก้าวไปสู่ยุคของซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า แต่ Ultimae จะยังคงเป็น Aventador เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล Gordon Murray Automotive T.50 — 230 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 370 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) Gordon Murray คือบุคคลเบื้องหลังความสำเร็จของ McLaren F1 ซูเปอร์คาร์ระดับตำนานที่เคยสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะและความเร็วสูงสุดถึง 240.1 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 386.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในปี 1998 ด้วยเครื่องยนต์ V12 จาก BMW และโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์อันล้ำสมัย ปัจจุบัน Murray ได้ก่อตั้งแบรนด์รถยนต์ของตนเองและได้เปิดตัว T.50 รถยนต์ที่ยังคงยึดมั่นในปรัชญาเดิม คือ น้ำหนักเบา และเครื่องยนต์ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ แต่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร ที่สร้างโดย Cosworth ให้กำลัง 654 แรงม้า และแรงบิด 344 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 466 นิวตัน-เมตร) ที่สามารถหมุนได้ถึง 12,100 รอบต่อนาที Murray อ้างว่า T.50 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 230 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 370 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งน้อยกว่าสถิติของ F1 เล็กน้อย แต่ก็ต้องพิจารณาว่า T.50 มีความจุกระบอกสูบที่น้อยกว่า และมีน้ำหนักเพียง 2,174 ปอนด์ (ประมาณ 986 กิโลกรัม) เท่านั้น จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือ พัดลมขนาด 15.7 นิ้ว ที่ด้านหลังรถ ซึ่งช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ให้กับตัวรถได้อย่างมหาศาล Pagani Huayra — 238 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 383 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Huayra คือทายาทแห่งความสำเร็จของ Zonda รถยนต์ที่พลิกวงการซูเปอร์คาร์ จากฝีมือของ Horacio Pagani สุดยอดนักออกแบบชาวอิตาเลียน ชื่อ “Huayra” มาจากภาษา Quechua ที่แปลว่า “เทพเจ้าแห่งสายลม” ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับสมรรถนะอันรวดเร็วของรถยนต์คันนี้ หัวใจของ Huayra คือเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ ขนาด 6.0 ลิตร จาก Mercedes-AMG ที่ให้กำลัง 720 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบ Single-Clutch ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่หนักแน่นและรวดเร็ว ช่วยให้ Huayra สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที Pagani Huayra BC Roadster — 240 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 386 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (ประเมิน)
ตัวอักษร “BC” ในชื่อรุ่นนี้ เป็นการรำลึกถึง Benny Caiola นักธุรกิจชาวอิตาเลียน-อเมริกัน ผู้เป็นเจ้าของ Zonda คันแรกที่ซื้อจาก Horacio Pagani ด้วยตนเอง และกลายเป็นเพื่อนสนิทของเขา Huayra BC Roadster เปิดตัวในปี 2019 หลังจากที่ Pagani ได้รับคำสั่งซื้อพิเศษสำหรับรุ่น Roadster ที่มีความดุดันมากขึ้นถึง 5 คัน ณ งาน Geneva International Motor Show ส่งผลให้เกิดเป็นเครื่องจักรที่น่าทึ่งนี้ขึ้นมา เครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ จาก Mercedes-AMG ถูกปรับแต่งให้มีกำลังสูงขึ้นกว่ารุ่น Coupe ของ BC ประมาณ 7% เป็น 791 แรงม้า ซึ่งเพียงพอที่จะผลักดันซูเปอร์คาร์เปิดประทุนคันนี้ที่มีราคา 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 386 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) McLaren F1 — 240.1 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 386.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) McLaren F1 คือรถยนต์ที่ปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง ด้วยแนวคิดการออกแบบอันชาญฉลาดของ Gordon Murray สร้างขึ้นในปี 1993 เป็นรถยนต์โปรดักชันคันแรกของโลกที่ใช้โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.1 ลิตร จาก BMW ที่ให้กำลัง 618 แรงม้า และแรงบิด 479 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 650 นิวตัน-เมตร) ด้วยราคา 500,000 ปอนด์ในสมัยนั้น (ปัจจุบันมีมูลค่าสูงขึ้นมาก) คุณจะได้รับสมรรถนะที่น่าทึ่ง อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และ 0-100 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเพียง 6.3 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าเป็นเครื่องยนต์แบบไร้ระบบอัดอากาศ F1 ได้สร้างสถิติโลกความเร็วสูงสุดในปี 1998 และสถิตินี้ก็ยังคงอยู่จนถึงปี 2005 ก่อนที่จะถูก Koenigsegg CCR ทำลายไปเพียง 1 ไมล์ต่อชั่วโมง Saleen S7 Twin Turbo — 248 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 399 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Steve Saleen มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างรถยนต์ที่มาท้าชน Bugatti Veyron และ Saleen S7 Twin Turbo คือผลลัพธ์ที่ได้ รถยนต์คันนี้เป็นรถแข่งที่ถูกกฎหมายสำหรับการใช้งานบนถนน และเป็นหนึ่งในรถยนต์สมรรถนะสูงวางเครื่องกลางลำรุ่นแรกๆ ที่ผลิตในอเมริกา Saleen S7 สร้างขึ้นด้วยมือ 100% โดยใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 7.0 ลิตร แบบทวินเทอร์โบ ซึ่งเป็น Ford 351 Windsor Small Block ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างหนัก ให้กำลังสูงถึง 750 แรงม้า ทำให้รถยนต์คูเป้ดีไซน์สวยงามคันนี้มีความเร็วสูงสุดที่น่าประทับใจ Koenigsegg CCXR — 249 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 400.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Koenigsegg CCXR คือวิวัฒนาการของ CCX โดยใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.7 ลิตร แต่ได้รับการปรับแต่งให้สามารถรองรับการใช้เชื้อเพลิง E85 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำหรับแข่งขัน ส่งผลให้กำลังเครื่องยนต์พุ่งทะยานจาก 795 แรงม้า ไปสู่ตัวเลขระดับสี่หลักอย่าง 1,004 แรงม้า ด้วยชุดแอโรไดนามิกส์ที่ได้รับการอัพเกรดและเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ทำให้ CCXR เป็นรถยนต์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในการทดสอบความเร็วสูงสุดในสนามที่ตรงยาว แทนที่จะเป็นการวิ่งบนสนามรูปวงรี ซึ่งเป็นวิธีที่ Koenigsegg CCR เคยใช้ในการทำสถิติ Koenigsegg Gemera — 249 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 400.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) Gemera คือไฮเปอร์คาร์อีกรุ่นจาก Koenigsegg ที่ผู้ก่อตั้ง Christian von Koenigsegg เรียกว่า “Mega GT” ไม่ใช่แค่เพราะมันมีสมรรถนะที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ยังเพราะมันสามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 4 คนอย่างสบายๆ (และยังมีพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางแบบ Carry-on สำหรับผู้โดยสารแต่ละคนอีกด้วย) Gemera มาพร้อมกำลังสูงถึง 1,700 แรงม้า และแรงบิด 2,581 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 3,500 นิวตัน-เมตร) ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที ซึ่งเร็วกว่าที่คุณจะอ่านประโยคนี้จบเสียอีก Tesla Roadster — 250+ ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 402.3+ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) Tesla Roadster ถือเป็นการกลับสู่รากเหง้าของ Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla ซึ่งเริ่มต้นด้วยรถยนต์คูเป้ และครั้งนี้เขาได้ยกระดับทุกอย่างให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น Tesla อ้างว่าแบตเตอรี่ขนาด 200 kWh จะให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 620 ไมล์ (ประมาณ 998 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมอเตอร์สามตัวจะช่วยผลักดันซูเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งคันนี้ที่มีราคามากกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้เร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที อัตราเร่งที่น่าทึ่งนี้ ทำให้สามารถวิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ในเวลาเพียง 8.8 วินาที Aston Martin Valkyrie — 250 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 402.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) เมื่อวิศวกรจาก Aston Martin และ Red Bull Racing จับมือกัน โลกก็ได้รับประโยชน์ Aston Martin Valkyrie หรือที่รู้จักในชื่อ AM-RB 001 ในช่วงการพัฒนา คือไฮเปอร์คาร์ที่มีรูปลักษณ์ล้ำสมัยจนน่าทึ่ง เบาะหลังของรถ คือที่ตั้งของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร จาก Cosworth ที่ให้กำลัง 1,160 แรงม้า ซึ่งเพียงพอที่จะอัดผู้ขับขี่ให้ติดเบาะในขณะที่รถทะยานจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.3 วินาที McLaren Speedtail — 250 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 402.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) McLaren Speedtail ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ให้กำลังรวม 1,035 แรงม้า รูปลักษณ์ที่เพรียวบางและโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ถูกออกแบบมาเพื่อการทำความเร็วสูงสุดที่ 250 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยเฉพาะ McLaren อ้างว่ารถคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 186 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 299.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้ในเวลาเพียง 12.8 วินาที ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจอย่างยิ่ง Czinger 21C V Max — 253 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 407.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) Czinger Vehicles สตาร์ทอัพไฮเปอร์คาร์จากอเมริกา มีเป้าหมายที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการนำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และการออกแบบที่อาศัย AI มาใช้ในการผลิตจำนวนมาก Czinger วางแผนที่จะสร้างไฮเปอร์คาร์ที่เหนือกว่าใคร เริ่มต้นด้วย 21C ซึ่งเป็นรถยนต์แบบ 1+1 ที่ไม่เหมือนใคร และได้สร้างสถิติเวลาต่อรอบที่ WeatherTech Raceway Laguna Seca และ Circuit of the Americas ด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2R ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนถนนได้ ที่งาน Monterey Car Week เมื่อเดือนสิงหาคม 2022 Czinger ได้เปิดตัว 21C เวอร์ชันที่ปรับปรุงแอโรไดนามิกส์ให้ลู่ลมมากขึ้นและมีช่วงท้ายที่ยาวขึ้น เพื่อลดแรงต้านทานอากาศ โดยใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 2.88 ลิตร ทวินเทอร์โบ คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 1,250 แรงม้า ขับเคลื่อนสี่ล้อ ด้วยน้ำหนักแห้งเพียง 2,756 ปอนด์ (ประมาณ 1,250 กิโลกรัม) Czinger อ้างว่า V Max สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาต่ำกว่า 1.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 253 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 407.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) SSC Ultimate Aero TT — 256.1 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 412.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) SSC Ultimate Aero TT จาก SSC North America ในปี 2007 เป็นรถยนต์ที่ได้รับการรับรองจาก Guinness Book of Records ว่ามีความเร็วสูงสุดที่ 256.18 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 412.27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แม้ว่าสถิตินี้จะถูกทำลายไปแล้วโดยรุ่นต่อมาอย่าง SSC Tuatara แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความน่าทึ่งของรถยนต์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคันคันนี้ กำลังขับเคลื่อนมาจากเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ที่ดัดแปลงจาก Corvette C5R ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้มีกำลังมากกว่า 1,100 แรงม้า และแรงบิด 1,094 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 1,483 นิวตัน-เมตร) อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำได้ใน 2.7 วินาที และเพื่อช่วยในการชะลอความเร็วอันมหาศาล รถยนต์คันนี้ยังมาพร้อมกับเบรกอากาศคู่ที่กางออกจากปีกหลัง Rimac Nevera — 258 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 415.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Rimac Nevera คือไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับพละกำลังเป็นสองเท่าของรถ Formula 1 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที และมีราคา 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้แม้แต่เจ้าของไฮเปอร์คาร์ที่มีประสบการณ์ก็ยังต้องเกรงขาม อย่างไรก็ตาม Mate Rimac ผู้ก่อตั้งวัย 33 ปี ตั้งใจให้ Nevera เป็นรถยนต์ Grand Tourer ที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย แล้วมันคือ Hyde หรือ Jekyll กันแน่? คำตอบจากหลังพวงมาลัย น่าทึ่งที่ว่ามันคือทั้งสองอย่าง! Rimac Nevera ที่ให้กำลัง 1,914 แรงม้า คือรถยนต์โปรดักชันที่อัตราเร่งเร็วที่สุดในโลก และเมื่อขับเต็มสมรรถนะ Nevera ก็ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าที่เงียบเชียบอย่างที่ใครๆ คาดคิด เสียงของมันที่ดังสนั่นด้วยกำลัง 1.4 เมกะวัตต์ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจทั้งทางจิตใจและร่างกายในแบบที่รถยนต์ทั่วไปไม่สามารถเทียบเคียงได้ ทำให้เป็นรถยนต์ที่มีบุคลิกซับซ้อน น่าหลงใหล และคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ Bugatti Mistral — 261 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 420 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์, หลังคาเปิด)
แทบจะทุกรุ่นของ Bugatti ก็สมควรที่จะติดอันดับรถยนต์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกอยู่แล้ว ด้วยเครื่องยนต์ W-16 แบบ Quad-Turbo ที่เปิดศักราชใหม่ของกำลังเครื่องยนต์ระดับสี่หลักมาตั้งแต่ปี 2005 ในรุ่น Veyron Veyron ทำความเร็วสูงสุดได้ 253 ไมล์ต่อชั่วโมง ในตอนนั้น และ Bugatti ก็ได้ปรับปรุงตัวเลขนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่ง Chiron Super Sport 300+ ทำสถิติ 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง ในทิศทางเดียวในปี 2019 แต่ Veyron, Chiron, Bolide และรุ่นอื่นๆ ล้วนเป็นรถยนต์คูเป้ แต่บัดนี้ Bugatti วางแผนที่จะนำสถิติโลกใหม่กลับสู่ Molsheim ด้วย Mistral โรดสเตอร์รุ่นสุดท้ายที่จะใช้เครื่องยนต์ W-16 อันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนที่ Bugatti จะร่วมมือกับ Rimac และก้าวเข้าสู่ยุคของระบบไฮบริดและระบบไฟฟ้าในอนาคต สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ Mistral ต้องมีการปรับปรุงภาษาการออกแบบของ Bugatti อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) และระบบระบายความร้อนที่เพียงพอต่อการทำความเร็วสูงสุดอันน่าเหลือเชื่อที่ 261 ไมล์ต่อชั่วโมง และที่น่าทึ่งคือ Mistral จะทำความเร็วนี้ได้แม้ขณะที่เปิดหลังคาอยู่ Bugatti Veyron Super Sport — 267.8 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) นี่คืออีกหนึ่ง Bugatti ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2010 โดยมีวัตถุประสงค์เดียวคือการคว้าตำแหน่ง “รถยนต์โปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลก” และ Veyron Super Sport ก็ทำสำเร็จตามการรับรองของ Guinness จากเครื่องยนต์ W-16 ตัวเดียวกัน วิศวกรสามารถเพิ่มกำลังได้อีก 180 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุด 1,184 แรงม้า ในการปลดล็อกศักยภาพความเร็วสูงสุด คุณจะต้องใช้กุญแจดอกที่สอง ซึ่งจะปลดล็อกการควบคุมเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์ Hennessey Venom GT — 270.4 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 435.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) กลุ่มวิศวกรรมยานยนต์ Hennessey Performance Engineering ที่มี John Hennessey เป็นหัวเรือใหญ่ หมกมุ่นอยู่กับพละกำลังและความเร็วอย่างไม่ลดละ พวกเขาได้นำเครื่องยนต์อันทรงพลังใส่เข้าไปในรถยนต์จากผู้ผลิตรายอื่น และต่อมา Hennessey ก็ได้สร้างซูเปอร์คาร์ของตนเองขึ้นในปี 2014 Venom GT ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 7.0 ลิตร จาก GM ที่ให้กำลัง 1,244 แรงม้า และแรงบิด 1,287 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 1,745 นิวตัน-เมตร) Venom สามารถทำความเร็ว 270.4 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 435.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่ลานจอดเครื่องบินของ Kennedy Space Center ที่มีความยาว 3.2 ไมล์ แต่เป็นการวิ่งในทิศทางเดียวเท่านั้น เนื่องจากสถิติที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการต้องเป็นการวิ่งในสองทิศทาง และต้องมีการผลิตรถยนต์อย่างน้อย 30 คัน (ปัจจุบัน Venom ถูกขายไปเพียง 13 คัน) Hennessey จึงไม่สามารถเข้าเกณฑ์สำหรับการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการได้ แต่ถึงกระนั้น ความเร็วที่เหนือ 270 ไมล์ต่อชั่วโมง ก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง Koenigsegg Agera RS — 277.8 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 447.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 Koenigsegg Agera RS ซึ่งใช้เชื้อเพลิง E85 (ให้กำลัง 1,360 แรงม้า) ถูกขับโดยนักขับทดสอบของโรงงาน ทำความเร็วเฉลี่ยสองทิศทางได้ 277.8 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 447.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) บนถนนปิดยาว 11 ไมล์ ในรัฐเนวาดา ในการทดสอบครั้งนั้น รถยนต์ซึ่งเป็นของลูกค้าที่แนะนำให้ทำการทดสอบนี้ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 284.5 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 457.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ ในเวลานั้น Agera RS ยังได้ทำสถิติอื่นๆ อีกด้วย เช่น อัตราเร่ง 0-250 ไมล์ต่อชั่วโมง-0 ที่เร็วที่สุด (33.2 วินาที), ความเร็วเฉลี่ยสูงสุดในการวิ่งกิโลเมตรที่เร็วที่สุด (268 ไมล์ต่อชั่วโมง) และในการวิ่งไมล์บนถนนสาธารณะที่เร็วที่สุด (276.3 ไมล์ต่อชั่วโมง) SSC Tuatara — 295 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 474.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในเดือนตุลาคม ปี 2020 Jerod Shelby ผู้ก่อตั้ง SSC North America ได้นำไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดของเขาไปทดสอบที่ทะเลทรายในเนวาดา และทำความเร็วที่ถูกอ้างว่ามีค่าเฉลี่ยถึง 316.11 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 508.73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ตได้ตั้งข้อกังขาและตรวจสอบข้อมูลการทดสอบครั้งนั้นอย่างละเอียด จนทำให้สถิติไม่ได้รับการยอมรับ ในเดือนมกราคม ปี 2021 Shelby ได้ย้ายสถานที่ทดสอบไปยังสนามทดสอบของ Kennedy Space Center พร้อมกับอุปกรณ์บันทึกข้อมูลจำนวนมากและคณะกรรมการภายนอกเพื่อตรวจสอบ ผลการทดสอบครั้งนั้น คือความเร็ว 279.2 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 449.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในการวิ่งขึ้นทิศเหนือ และ 286.1 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 460.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในการวิ่งลงทิศใต้ สถิติที่ได้รับการรับรองนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 282.9 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 455.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ SSC Tuatara ก้าวขึ้นมาอยู่เหนือ Koenigsegg Agera RS ในรายชื่อนี้ Hennessey Venom F5 — 300+ ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 482.8+ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) Hennessey Venom F5 คือการสืบทอดเจตนารมณ์ของรุ่นพี่อย่าง Venom GT และพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 6.6 ลิตร ให้กำลัง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,193 ฟุต-ปอนด์ (ประมาณ 1,617 นิวตัน-เมตร) ซึ่งช่วยผลักดันรถยนต์คูเป้ที่มีน้ำหนักเพียง 2,950 ปอนด์ (ประมาณ 1,338 กิโลกรัม) ให้เร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้ในเวลาต่ำกว่า 2 วินาที ชื่อ “F5” เป็นการอ้างอิงถึงระดับความรุนแรงสูงสุดของพายุทอร์นาโดตามมาตรา Fujita ซึ่งบ่งบอกถึงสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดของรถยนต์คันนี้ Bugatti Chiron Super Sport — 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 490.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตำแหน่งสูงสุดของซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกตกเป็นของ Bugatti อีกครั้ง ในปี 2019 นักแข่ง Andy Wallace ได้ขับ Bugatti Chiron Super Sport รุ่นที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษ ซึ่งให้กำลัง 1,600 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 8.0 ลิตร แบบ Quad-Turbo บนสนามทดสอบ Ehra-Lessien การปรับแต่งประกอบด้วยการยืดตัวถังรถออก 10 นิ้ว ทำให้เตี้ยลง และติดตั้งชุดแอโรไดนามิกส์ด้านท้ายใหม่ รวมถึงระบบไอเสียที่ออกแบบใหม่ แต่ฮีโร่ที่แท้จริงอาจจะเป็นยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ที่ได้รับการเอ็กซ์เรย์ก่อนการติดตั้งเพื่อรับประกันความสมบูรณ์แบบทางโครงสร้าง Bugatti Bolide — 311 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 500.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) Bugatti Bolide ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบ Vision Le Mans concept ของ Molsheim ผู้ผลิตแห่งนี้ ผสมผสานภาษาการออกแบบรูปตัว X อันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับขุมพลัง W-16 อันไร้คู่แข่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ว่าเกินกว่า 311 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 500.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) Bolide เสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้าง Monocoque น้ำหนักเบาที่ใช้วัสดุไทเทเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ นำเสนอรูปลักษณ์ที่ราวกับหลุดมาจากโลกอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขสมรรถนะที่ถูกกล่าวขานว่าเหนือธรรมชาติ ตัวเลขสมรรถนะที่ได้รับการยืนยัน ได้แก่ อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่ต่ำกว่า 2 วินาที Koenigsegg Jesko Absolut — 330 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 531.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) (อ้างสิทธิ์) เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 5.0 ลิตร ของ Koenigsegg ค่ายรถสัญชาติสวีเดน จับคู่กับระบบเกียร์ Light Speed อันเป็นเอกลักษณ์ ที่สามารถรองรับกำลังมหาศาล ซึ่งสามารถไปได้ถึง 1,600 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าเกี่ยวกับ Jesko คือแอโรไดนามิกส์ ในรุ่น Jesko Attack ที่ผลิตจำนวนจำกัด สามารถสร้างแรงกด (Downforce) ได้มากกว่า 3,000 ปอนด์ (ประมาณ 1,360 กิโลกรัม) แม้ว่า Jesko ทั้ง 125 คัน จะถูกขายหมดแล้ว เราคาดการณ์ว่ารุ่นมาตรฐานควรจะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ (และอาจจะทะลุ) ตัวเลขที่ Christian von Koenigsegg คาดการณ์ไว้ที่ 278 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 447.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) สำหรับรุ่นที่เร็วที่สุดคือ Jesko Absolut มีการอ้างสิทธิ์ว่าสามารถทำความเร็วได้ถึง 330 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 531.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ด้วยการปรับแต่งแอโรไดนามิกส์ ลดแรงต้านทานอากาศ และเพิ่มเสถียรภาพ Koenigsegg คาดว่าจะทำการทดสอบสถิติความเร็วใหม่กับ Jesko Absolut ในปีนี้ สรุป: การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” ยังคงเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ และความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมหยุดนิ่งของค่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก รถยนต์แต่ละคันในรายชื่อนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความเร็ว แต่ยังเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะ วิทยาศาสตร์ และความหลงใหลในสมรรถนะขั้นสูง
หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในโลกของซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ และต้องการสัมผัสประสบการณ์ความเร็วเหนือระดับ การศึกษาข้อมูลและการทำความเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องหลังรถยนต์เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด อย่าพลาดการติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะวงการยานยนต์สมรรถนะสูงยังคงมีเรื่องน่าตื่นเต้นอีกมากมายรอให้เราค้นพบ!
Previous Post

N1104698_สาวจ ตใจด วยเหล อเด กจรจ ดคนน ไว โดยท เธอไม าเด กคนน อล กสาวท านประธาน_part 2

Next Post

N1104700_ตท ไร เม ดท ายก องคลานไปขอเม_part 2

Next Post

N1104700_ตท ไร เม ดท ายก องคลานไปขอเม_part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2904771_ลูกกลับจากโรงเรียน บังเอิญมาเจอแม่กอดกับผู้ชายคนอื่น_part 2
  • N2904770_ถูกหวยรางวัลที่1 เลิกกับเมียสายฟ้าแลบ_part 2
  • N2904769_งานเลี้ยงเพื่อนแบบนี้ ไม่ไปจะดีกว่า_part 2
  • N2904768_ยายเฉิ่ม พบรักกับท่านประธานโดยบังเอิญ เขาสองคนจะรักกันยังไง #ยายเฉิ่มกับท่านประธาน_part 2
  • N2904767_ตอนจบ ยายเฉิ่มพบรักกับท่านประธานโดยบังเอิญ พวกเขาจะรักกันยังไง_part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.