
ที่สุดของตลาดรถยนต์หรู: 10 สุดยอดรถยนต์ที่ทำรายได้สูงสุดจากการประมูล Bonhams|Cars ในปี 2024
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ปี 2024 ถือเป็นอีกปีที่น่าจับตามองในตลาดซื้อขายรถยนต์หรูและรถยนต์สะสม การประมูลยังคงเป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงและความต้องการที่ไม่มีวันเสื่อมคลายของรถยนต์คลาสสิกและซูเปอร์คาร์ระดับตำนาน แม้ว่าภาพรวมของตลาดอาจมีความผันผวน แต่เราก็ได้เห็นการประมูลที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Bonhams|Cars ซึ่งเป็นผู้จัดงานประมูลชั้นนำของโลกที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขายรถยนต์ที่ทำราคาทะลุหลักล้านปอนด์ไปหลายคัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 10 สุดยอดรถยนต์ที่ทำรายได้สูงสุดจากการประมูลของ Bonhams|Cars ในปี 2024 ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มและความนิยมในตลาดรถยนต์หรูระดับโลก
1969 Lamborghini Miura P400 S – ราคาประมูล €954,000 (ประมาณ 39.2 ล้านบาท)
เริ่มต้นที่อันดับ 10 กับรถยนต์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของโลกอย่าง Lamborghini Miura P400 S ปี 1969 การปรากฏตัวของ Miura ในตลาดประมูลเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเสมอ และรุ่น S นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยรูปทรงอันงดงามที่ผสมผสานความสง่างามแบบอิตาลีเข้ากับสมรรถนะที่เหนือชั้น รถคันนี้ถูกซื้อใหม่ในปารีสเมื่อปี 1969 และเป็นรุ่น S ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะดีขึ้นกว่ารุ่น P400 เดิม สีเหลืองสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini ยิ่งขับเน้นความโดดเด่นของมัน การบูรณะครั้งใหญ่ที่รวมถึงการเปลี่ยนอะไหล่จาก Miura คันอื่นๆ ทำให้รถคันนี้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ แม้จะมีประวัติการใช้งานที่น่าสนใจ โดยแสดงระยะทาง 53,000 กม. แต่ข้อมูลการใช้งานก่อนปี 1986 และระหว่างปี 1986-2008 กลับดูไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าขบคิดสำหรับนักสะสม
2015 McLaren P1 – ราคาประมูล CHF966,000 (ประมาณ 39.6 ล้านบาท)
McLaren P1 หนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่ดีที่สุดของ McLaren ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดประมูล แม้จะมีราคาประมูลที่เกือบถึงหลักล้านสวิสฟรังก์ แต่เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพและสถานะของมัน หลายคนอาจมองว่านี่คือ “การซื้อที่คุ้มค่า” รถคันนี้มาพร้อมกับแพ็กเกจ “Steal Pack” และสีม่วงสดใสที่เรียกว่า Mauvine Metallic ซึ่งเป็นออปชันพิเศษจาก McLaren Special Operations การเลือกสีรถที่โดดเด่นเช่นนี้ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคายังไม่ทะลุหลักล้าน แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่ง การเปลี่ยนสีหุ้มรถ (re-wrap) ก็ไม่ใช่เรื่องยาก รถคันนี้เป็นคันที่ 99 จากการผลิตทั้งหมด 375 คัน และมีระยะทางวิ่งเพียง 14,000 กม. แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการใช้งานและความสนุกที่ยังคงเหลืออยู่มากมาย
1957 Mercedes-Benz 300SL Roadster – ราคาประมูล $1,160,000 (ประมาณ 43.1 ล้านบาท)
Mercedes-Benz 300SL Gullwing หรือ Roadster คือหนึ่งในรถยนต์ที่สวยงามที่สุดตลอดกาล และรุ่น Roadster ปี 1957 คันนี้ก็เช่นกัน ตลาดรถยนต์รุ่นนี้มีความผันผวนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาเคยพุ่งสูงไปถึงเกือบ 2 ล้านปอนด์ และก็เคยตกลงมาต่ำกว่าหลักล้านปอนด์ รถคันนี้ถูกประมูลไปในงาน Audrain Concours ซึ่งเป็นงานแสดงรถยนต์คลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ ผู้ครอบครองคนก่อนคือ Peter Mullin นักสะสมรถยนต์ผู้เป็นตำนาน และเป็นส่วนสำคัญของ Petersen Museum ทำให้รถคันนี้มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่น่าสนใจ
1936 Bugatti Type 57 Atlante Sunroof Coupé – ราคาประมูล $1,380,000 (ประมาณ 51.3 ล้านบาท)
งานประมูลที่ Scottsdale ของ Bonhams ไม่เพียงแต่นำเสนอรถยนต์ที่น่าประทับใจเพียงคันเดียว แต่ยังได้รถยนต์จากฝั่งฝรั่งเศสถึงสองคัน โดยคันแรกคือ Bugatti Type 57 Atlante Sunroof Coupé ปี 1936 ที่สวยงาม ราคาประมูลทะลุหลักล้านปอนด์เป็นครั้งแรก รถคันนี้ไม่ได้ถูกจอดเก็บไว้ในโรงรถเพียงอย่างเดียว แต่ยังเคยผ่านการแข่งขันแรลลี่อันดุเดือดในประเทศฝรั่งเศสมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ Rallye des Alpes ปี 1938 ไปจนถึงการแข่งขัน Monte Carlo Rally อันเลื่องชื่อ หลังจากนั้น รถคันนี้ได้เปลี่ยนมือเจ้าของหลายคน และเคยถูกจัดแสดงในงาน Concours ทั่วโลก รวมถึงงาน Cartier Style et Luxe ของ Bonhams ในปี 2003 เรื่องราวที่น่าประทับใจอีกอย่างคือ เจ้าของเดิม Charles Olivero ได้รับอนุญาตให้นำ Daisy ซึ่งเป็นแฟนสาวของเขาไปเป็นผู้ช่วยนำทางในการแข่งขันแรลลี่บางรายการ เพราะภรรยาของเขาไม่ชอบรถยนต์ที่วิ่งเร็วและ “ไม่คัดค้าน” นี่คือภาพสะท้อนของไลฟ์สไตล์ของคนร่ำรวยและมีชื่อเสียงในยุคนั้น
2011 Aston Martin One-77 – ราคาประมูล €1,473,000 (ประมาณ 60.6 ล้านบาท)
Aston Martin One-77 ถือเป็นรถยนต์ที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin เป็นรถยนต์ระดับ Halo Car ที่มาพร้อมกับสมรรถนะและความหรูหราสูงสุด โดยไม่มีรุ่นที่ใกล้เคียงกันทั้งก่อนหน้าและหลังจากนั้น หากเทียบกับ Valkyrie ก็จะพบว่ารถทั้งสองคันมีบทบาทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง One-77 คือสุดยอดแห่งความหรูหราและความเร็ว ขณะที่ Valkyrie เน้นสมรรถนะสุดขีดที่อาจทำให้ผู้ขับขวัญผวาได้ รถคันนี้มีหมายเลขประจำรถคือ “หนึ่ง” จากทั้งหมด 77 คันที่ผลิต และมาพร้อมสี Bronze Pearl (น้ำตาลเข้ม) ตัดกับภายในหนัง Kestrel Tan (น้ำตาลอ่อน) จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดคือสวิตช์ที่ทำจากทองคำสีกุหลาบ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ปอนด์ในปี 2011 ราคานี้เพียงพอที่จะซื้อ Audi RS4 ใหม่เอี่ยมได้หนึ่งคัน และอาจจะวิ่งได้ไกลกว่าระยะทางรวม 550 กม. ของ One-77 คันนี้ด้วยซ้ำ
2011 Ferrari SP30 Berlinetta – ราคาประมูล $2,296,000 (ประมาณ 85.4 ล้านบาท)
Ferrari SP30 Berlinetta คันนี้ เป็นรถยนต์ “คันเดียวในโลก” (one-of-one) ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ 599 GTO และวิ่งมาเพียง 121 ไมล์เท่านั้น นี่คือสูตรสำเร็จของรถยนต์ที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจดู “ท้าทาย” สำหรับบางคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า SP30 เป็นรถที่มีความพิเศษอย่างแท้จริง ชิ้นส่วนแอโรไดนามิกที่ดูซับซ้อนนั้นชวนให้นึกถึง 599 XX ซึ่งเป็นรถที่ผลิตมาเพื่อลงสนามแข่งโดยเฉพาะ ส่วนช่องดักอากาศก็ดูคล้ายกับ F12 TdF ไม่ว่าจะมองมุมไหน นี่คือรถยนต์ที่หาคู่เปรียบได้ยากในตลาดปัจจุบัน และได้รับการดูแลรักษาอย่างดี แม้จะวิ่งไปเพียง 121 ไมล์ แต่ก็ได้รับการเข้ารับบริการเต็มรูปแบบล่าสุดในปี 2022 จนกระทั่งฟิล์มพลาสติกบนหน้าจอระบบนำทางภายในรถยังคงไม่ถูกแกะออก ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพียงเพื่อการแกะฟิล์มลง Instagram ก็เป็นได้
1956 Porsche 550s RS Spyder – ราคาประมูล €2,530,000 (ประมาณ 103.9 ล้านบาท)
Porsche 550 RS Spyder คันนี้ คือรถแข่งตัวจริงคันเดียวที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อนี้ ด้วยสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ของทีม Equipe National Belge รถคันนี้เป็นหนึ่งใน 90 คันที่ผลิต และเป็นหนึ่งในสิบที่เคยเข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans อันทรงเกียรติ การแข่งขันที่สำคัญที่สุดของรถคันนี้คือ Le Mans ปี 1957 ซึ่งแม้จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันเนื่องจากละเมิดกฎ แต่ก่อนหน้านั้น รถคันนี้ก็เคยคว้าชัยชนะในรุ่นของตนเองในการแข่งขัน 1,000 km of Monthlery ปี 1956 และได้อันดับที่สามในการแข่งขัน 12 Hours of Reims ในปีเดียวกัน หลังจากนั้น รถคันนี้ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Hillclimb และแรลลี่ทั่วทวีปยุโรป ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนรูปทรงเป็น Coupé ในช่วงทศวรรษ 1960 และได้รับการบูรณะกลับสู่รูปทรงเดิมในปี 2000 ด้วยเจ้าของคนใหม่ เราอาจจะได้เห็นรถคันนี้กลับไปปรากฏตัวในงานอย่าง Le Mans Classic ในปีต่อๆ ไป
2010 Mercedes-Benz SLR McLaren Stirling Moss – ราคาประมูล €3,220,000 (ประมาณ 132.5 ล้านบาท)
คุณจะไม่มีทางพลาดรถคันนี้ได้อย่างแน่นอน Mercedes-Benz SLR McLaren นั้นมีรูปลักษณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่แล้ว การเลือกสีแดงสดใสยิ่งทำให้มันสะดุดตา และการถอดหลังคาออกก็ยิ่งทำให้ผู้คนต้องหันมอง หรือแม้กระทั่งวิ่งตามถ่ายวิดีโอ รถคันนี้มีเพียง 75 คันที่ผลิตออกมาทั่วโลก รวมถึงคันนี้ที่มาพร้อมสีพิเศษที่ไม่มีชื่อเรียก เพียงแต่มีรหัสสี 000U จานเบรกสีทอง และภายในสีแดงพร้อมการเย็บด้ายสีเหลือง เป็นการผสมผสานที่ท้าทายสายตาอย่างแท้จริง เป็นไปได้ว่าด้วยเหตุนี้ รถคันนี้จึงถูกขับใช้งานเพียง 50 กม. เท่านั้น ก่อนที่จะถูกนำมาประมูล
2004 Ferrari Enzo – ราคาประมูล €3,910,000 (ประมาณ 161.1 ล้านบาท)
คันนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่ Ferrari ทุกคันที่ควรจะถูกสั่งทำเป็นสี Rosso Corsa สีน้ำเงินเข้มของรถคันนี้ แสดงให้เห็นถึงความสวยงามที่ภาพถ่ายอาจไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ มี Ferrari Enzo เพียง 12 คันเท่านั้นที่ถูกทำสี Nero Daytona และมีเพียง 3 คันเท่านั้นที่มีภายในเป็นสีแดง เช่นเดียวกับคันนี้ เป็นการผสมผสานที่ลงตัวและสวยงามอย่างยิ่ง นี่คืออีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าทำไมเราถึงมองว่า Enzo เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ “แก่ตัว” ได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ เจ้าของคนก่อนถึงกับต้องจัดแสดงรถคันนี้ไว้ในใจกลางบ้าน ทั้งๆ ที่ไม่สามารถขับมันได้อีกต่อไป
2022 Bugatti Chiron Super Sport 300+ – ราคาประมูล $5,175,000 (ประมาณ 192.3 ล้านบาท)
เรากลับมาที่ Scottsdale และ Bugatti อีกครั้ง สำหรับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Bonhams ในปี 2024 Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ณ ขณะที่ถูกผลิตขึ้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำความเร็วเกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และมีเพียง 30 คันเท่านั้นที่ถูกผลิตขึ้น แม้ว่า Chiron Super Sport 300+ อาจจะไม่ได้สวยงามเท่ารถคันอื่นๆ ในรายชื่อนี้ แต่ความสำเร็จทางด้านวิศวกรรมและความเร็วของมันนั้นหาใครเทียบได้ยาก Andy Wallace คือผู้ที่ทำลายกำแพงความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมงได้สำเร็จ ด้วยความเร็ว 304.777 ไมล์ต่อชั่วโมง ในปี 2019 และสามปีต่อมา Bugatti ก็ได้อนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถซื้อรถสเปกเดียวกันนี้ไปขับได้จริงบนถนน รถคันนี้เจ้าของคนแรกรับมอบรถที่วิ่งไปแล้ว 250 ไมล์ และเพิ่มเป็น 255 ไมล์ก่อนนำมาขาย ตอนนี้อาจถึงเวลาแล้วที่รถสีส้ม-ดำคันงามคันนี้จะได้กลับออกสู่ท้องถนนอีกครั้ง
อนาคตของตลาดรถยนต์หรู: การลงทุนที่น่าสนใจและทรงคุณค่า
การประมูลรถยนต์หรูเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดรถยนต์คลาสสิกและซูเปอร์คาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นรุ่นพิเศษ หรือมีสมรรถนะที่เหนือชั้น การลงทุนในรถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนทางการเงิน แต่ยังเป็นการลงทุนในประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวิศวกรรมยานยนต์ สำหรับนักสะสมและนักลงทุนที่มองหาโอกาสในตลาดนี้ การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด การประเมินสภาพรถ และการทำความเข้าใจแนวโน้มของตลาด เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในรถยนต์ที่ทรงคุณค่า หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดรถยนต์หรูและรถยนต์สะสมในประเทศไทยและทั่วโลก เราขอเชิญชวนให้คุณเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้ชื่นชอบรถยนต์ระดับโลก หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำในการก้าวเข้าสู่โลกแห่งการสะสมรถยนต์หรูอันน่าตื่นเต้นนี้