• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2403488[ตอนต่อไป] ไม อะไรได มาง ายๆ part 2

admin79 by admin79
March 26, 2026
in Uncategorized
0
N2403488[ตอนต่อไป] ไม อะไรได มาง ายๆ part 2 ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2567: แบรนด์ใดเติบโตและแบรนด์ใดถดถอย? โดย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมรถยนต์ ประสบการณ์ 10 ปี ปี 2567 เป็นปีแห่งการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจ โดยมีทั้งแบรนด์ที่สามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างน่าประทับใจ และแบรนด์ที่เผชิญกับความท้าทายและมียอดขายที่ลดลง การวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า แบรนด์รถยนต์ใดบ้างที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และแบรนด์ใดบ้างที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดรถยนต์ไทย ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยปี 2567: สถิติและแนวโน้ม จากรายงานยอดขายล่าสุด พบว่ายอดขายรวมของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทย (CAMPI) ในปี 2567 อยู่ที่ 463,646 คัน ลดลงเล็กน้อย 0.8% เมื่อเทียบกับ 467,252 คัน ในปี 2566 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญกับการเติบโตเชิงลบหลังจากปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนทำให้ยอดขายรถยนต์ลดลงถึง 47% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อมูลอุตสาหกรรมทั้งหมด ซึ่งรวมถึงยอดขายจากผู้ผลิตที่ไม่ได้เป็นสมาชิก CAMPI ด้วย ยอดขายรวมทั้งอุตสาหกรรมในปี 2567 กลับสูงถึง 491,395 คัน เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับ 473,842 คัน ในปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ตลาดรถยนต์ไทยโดยรวมยังคงมีการเติบโต แม้ว่ากลุ่มผู้ผลิตหลักจะมียอดขายลดลงเล็กน้อยก็ตาม บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกถึงแบรนด์รถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในปี 2567 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Cars) รถยนต์อเนกประสงค์ (MPVs) และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (Light Commercial Vehicles) สำหรับการใช้งานส่วนบุคคล เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าแบรนด์ใดสามารถสร้างผลงานโดดเด่นและแบรนด์ใดที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย แบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในปี 2567 BYD: มังกรไฟฟ้าที่ผงาดขึ้นสู่แถวหน้า BYD สร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในปี 2567 ด้วยยอดขายที่สูงถึง 26,122 คัน คิดเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดถึง 446% เมื่อเทียบกับปี 2566 ยอดขายดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนถึง 94.14% ของยอดขายรถยนต์จากผู้ผลิตที่ไม่ได้เป็นสมาชิก CAMPI ทำให้ BYD ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ยอดขายสูงสุดอันดับสามของตลาดไทย แซงหน้าแบรนด์เก่าแก่หลายแบรนด์ เช่น Suzuki, Ford และ Nissan ความสำเร็จของ BYD มาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา ประกอบกับการทำตลาดที่เข้มข้นและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่หลากหลาย เช่น BYD Tech Tour นอกจากนี้ ผู้จัดจำหน่าย ACMobility ยังคงขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ BYD สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ทางเลือก (xEVs): การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ แม้จะไม่ใช่แบรนด์รถยนต์โดยตรง แต่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ทางเลือก (xEVs) สมควรได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษ โดยในปี 2567 สัดส่วนของ xEVs ในตลาดรวมอยู่ที่ 12% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.5% ในปี 2566 คิดเป็นยอดขาย 58,905 คัน ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEVs) รถยนต์ไฮบริด (HEVs) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)
ที่น่าสนใจคือ Tesla ซึ่งเป็นการดำเนินงานเต็มปีครั้งแรกในประเทศไทย สามารถทำยอดขายได้ถึง 2,424 คัน ส่งผลให้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ ติดอันดับ 12 ของ CAMPI (หรืออันดับ 13 หากนับรวม BYD) การเติบโตของกลุ่ม xEVs ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Kia: พลังจากกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ Kia ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลี ทำยอดขายได้ 7,810 คันในปี 2567 คิดเป็นการเติบโต 16.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ (Commercial Vehicles) ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ (AUVs), รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCVs), รถบรรทุกขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ รวมถึงรถโดยสาร ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 22.50% ในขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของ Kia กลับลดลงถึง 43.20% Honda, Toyota, และ Suzuki: การปรับสมดุลระหว่างรถยนต์นั่งและรถเพื่อการพาณิชย์ Honda ยังคงรักษามาตรฐานการเติบโตไว้ได้ โดยมียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 1% และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้น 7.6% ทำให้มียอดขายรวมเติบโต 4.80% โดย Honda จัดกลุ่มรถยนต์อย่าง BR-V, HR-V และ CR-V อยู่ในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota และ Suzuki ก็สามารถทำยอดขายรวมเติบโตได้ที่ 5.20% และ 7.90% ตามลำดับ แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะมียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลลดลงอย่างเห็นได้ชัด (-22.20% สำหรับ Toyota และ -2.50% สำหรับ Suzuki) แต่ก็สามารถชดเชยด้วยยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (+16.40% สำหรับ Toyota และ +17.2% สำหรับ Suzuki) การปรับกลยุทธ์ของแบรนด์เหล่านี้ในการเน้นกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดนี้ BMW และ Ferrari: ความหรูหราและการเติบโตที่ไม่คาดคิด ทั้ง BMW และ Ferrari ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดจำหน่ายของกลุ่มบริษัทในเครือ San Miguel Corporation อาจไม่ใช่แบรนด์ที่มีปริมาณการขายสูง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าสนใจ Ferrari สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จาก 16 คันในปี 2566 เป็น 32 คันในปี 2567 คิดเป็นการเติบโต 100% ส่วน BMW ซึ่งได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและมอบส่วนลดจำนวนมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายเพิ่มขึ้นจาก 815 คันในปี 2566 เป็น 950 คันในปี 2567 คิดเป็นการเติบโต 16.6% การเติบโตของแบรนด์ระดับพรีเมียมเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ในตลาดประเทศไทยสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ Jetour: ผู้เล่นใหม่จากจีนที่มาแรง นอกเหนือจาก BYD แล้ว Jetour เป็นอีกหนึ่งแบรนด์จากประเทศจีนที่สามารถสร้างการเติบโตด้านยอดขายได้อย่างน่าประทับใจในปี 2567 โดยมียอดขายรวม 1,791 คัน คิดเป็นการเติบโต 5.20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่า Changan จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ก็อยู่ในระดับที่น้อยกว่า โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.50% แบรนด์รถยนต์ที่เผชิญความท้าทายและมียอดขายถดถอยในปี 2567 แบรนด์จีนบางส่วน: การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีนบางรายที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน กลับเผชิญกับการลดลงของยอดขายอย่างมีนัยสำคัญในปี 2567 Chery มียอดขายลดลงถึง 43.50% เมื่อเทียบกับปี 2566 ในขณะที่ Foton และ MG มียอดขายลดลงในอัตราที่น้อยกว่า คือ 12.90% และ 3.30% ตามลำดับ สำหรับแบรนด์ที่มีปริมาณการขายค่อนข้างน้อย เช่น Omoda, Jaecoo, BAIC และ Lynk & Co รายงานระบุว่ามียอดขายคงที่ (0% variance) เนื่องจากไม่มีข้อมูลยอดขายในปี 2566 ทำให้ยากต่อการเปรียบเทียบ แบรนด์ในเครือ Astara: การเปลี่ยนแปลงภายใต้ผู้จัดจำหน่ายใหม่ แบรนด์ที่เคยอยู่ภายใต้การจัดจำหน่ายของ Astara เช่น GAC, Peugeot, JMC และ JAC ต่างเผชิญกับความไม่แน่นอน ในช่วงปลายปี 2567 Astara ได้ประกาศยุติการดำเนินงานในประเทศไทย ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์เหล่านี้ GAC International Philippines ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของ GAC China ประกาศเข้ามารับช่วงการจัดจำหน่าย GAC ต่อในตลาดท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม GAC มียอดขายลดลงถึง 44.10% ในปี 2567 โดยมียอดขายเพียง 1,793 คัน ในปีสุดท้ายภายใต้ผู้จัดจำหน่ายเดิม
ในทางตรงกันข้าม JMC กลับมียอดขายเพิ่มขึ้น 38.80% เป็น 1,405 คัน ส่วน Peugeot ซึ่งพบว่ามีตลาดที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม (niche) ในประเทศไทย มียอดขายเพียง 37 คัน ลดลงถึง 79.10% เมื่อเทียบกับปี 2566 Mercedes-Benz: ความพยายามในการปรับตัว Mercedes-Benz ผู้ผลิตรถยนต์หรูจากเยอรมนี กำลังเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัว ทั้งในระดับโลกที่ต้องทบทวนไลน์อัพผลิตภัณฑ์และตัดรุ่นที่ไม่ทำกำไร เช่น แบรนด์ย่อย EQ ออกไป ในส่วนของตลาดไทย ยอดขายในปี 2567 ลดลง 25% โดยมียอดขายเพียง 563 คัน Ford, Nissan, และ Isuzu: การถูกแซงหน้าและยอดขายที่หดตัว เช่นเดียวกับ Suzuki, Ford และ Nissan ได้สูญเสียตำแหน่งให้กับ BYD ในตารางยอดขาย ส่งผลให้ทั้งสามแบรนด์ตกไปอยู่อันดับที่ 5, 6 และ 7 ตามลำดับ Isuzu มียอดขายลดลงน้อยที่สุดเพียง -2.30% เนื่องจากบริษัทจำหน่ายเฉพาะรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล Ford และ Nissan มียอดขายที่หดตัวใกล้เคียงกัน โดย Ford มียอดขายลดลง 22.20% และ Nissan ลดลง 23.20% โดยทั้งสองแบรนด์มียอดขายทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ลดลง Mazda: การฟื้นตัวที่รอคอย Mazda ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (niche market) และมีผู้ชื่นชอบจำนวนมาก ดังจะเห็นได้จากการรวมกลุ่มของคลับรถยนต์, การมีส่วนร่วมในมอเตอร์สปอร์ต และกิจกรรมต่างๆ เช่น Fan Festa ได้มียอดขายลดลง 26.70% โดยมียอดขาย 1,633 คัน การเปิดตัว CX-60 รุ่นปรับปรุงในช่วงต้นปี 2567 อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพลิกฟื้นยอดขายที่ลดลงนี้ Hyundai: การปรับไลน์อัพที่ยังไม่เห็นผลเต็มที่ Hyundai มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในปี 2567 ด้วยการปรับปรุงและขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในประเทศ การเปิดตัว Hyundai Elantra หลายรุ่นย่อยช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจาก 5 คันในปี 2566 เป็น 89 คันในปี 2567 อย่างไรก็ตาม การสูญเสียเกิดขึ้นในส่วนของยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งลดลงจาก 12,018 คัน เป็น 10,386 คัน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของ Hyundai ลดลง 12.90% Mitsubishi: การแข่งขันที่ท้าทายสำหรับแบรนด์ยอดนิยม Mitsubishi ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดอันดับสองของประเทศ มียอดขายลดลง 2.60% ในปี 2567 โดยมีปัจจัยมาจากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ลดลงถึง 33.3% แม้จะมีการเปิดตัว Mitsubishi Mirage G4 รุ่นปรับปรุงแล้วก็ตาม เป็นที่น่าจับตาว่าในปี 2568 Mitsubishi จะเป็นปีแรกของการจำหน่าย Mitsubishi Trition (ซึ่งในบทความต้นฉบับเรียกว่า Destinator) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจเป็นโมเดลที่มีศักยภาพในการพลิกฟื้นยอดขายของแบรนด์ได้ เนื่องจากมีสเปกและราคาที่น่าสนใจ บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต ปี 2567 เป็นปีที่ตลาดรถยนต์ไทยแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและการผงาดขึ้นของแบรนด์อย่าง BYD บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน แบรนด์ดั้งเดิมที่ยังคงแข็งแกร่งก็สามารถปรับตัวเพื่อรักษาฐานลูกค้าและขยายส่วนแบ่งในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้ ผู้บริโภคชาวไทยมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพการใช้งาน และความคุ้มค่า การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไทยจะยังคงทวีความรุนแรงขึ้น แบรนด์ที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด พร้อมด้วยกลยุทธ์การตลาดและการบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ในปี 2568 นี้ การทำความเข้าใจถึงแนวโน้มและพลวัตของตลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การพิจารณาจากข้อมูลยอดขายและปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของท่านได้อย่างชาญฉลาด
หากท่านกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะตัวของท่าน ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด
Previous Post

N2403487[ตอนต่อไป] คนในบ านไม ใช กระโถน! Part 2

Next Post

N2403489[ตอนต่อไป] หย ดสาม เจ าช part 2

Next Post

N2403489[ตอนต่อไป] หย ดสาม เจ าช part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Video 21
  • Video 20
  • N1104241_คนข บรถ…คนใหม_part 2
  • N1104240_เม ยผ เส ยสละ_part 2
  • N1104239_ำใจท กทรยศ_part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.