ดูเวอร์ชั่นเต็มได้ที่กลางเว็บไซต์👇
<h2>สุดยอด SUV ไฟฟ้าที่ควรเลือกซื้อในปี 2567/2568: คู่มือฉบับผู้เชี่ยวชาญ</h2>
ตลาดรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย และผู้บริโภคชาวไทยก็ให้ความสนใจกับรถยนต์ประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุดออกสู่ตลาด แต่ด้วยตัวเลือกที่มีมากมายในปัจจุบัน การตัดสินใจเลือกรุ่นที่ใช่สำหรับคุณอาจเป็นเรื่องท้าทาย
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ SUV ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด การเดินทางสู่ยุคพลังงานสะอาดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแท้จริง รถยนต์ SUV ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ความประหยัด และเทคโนโลยีล้ำสมัย
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึง “สุดยอด SUV ไฟฟ้าที่ควรเลือกซื้อในปี 2567/2568” โดยผมได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึก การทดสอบภาคสนาม และการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดล่าสุด เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการ งบประมาณ และไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด เราจะพิจารณาปัจจัยสำคัญต่างๆ เช่น สมรรถนะ ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความสะดวกสบาย พื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และแน่นอนว่าคือราคา
แนวโน้มตลาด SUV ไฟฟ้าในประเทศไทย: การเติบโตที่คาดไม่ถึง
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน ทั้งการลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV และการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ SUV ซึ่งเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนานในตลาดประเทศไทย ด้วยความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบายในการใช้งาน และภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง รถยนต์ SUV ไฟฟ้าจึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับครอบครัวยุคใหม่
ในช่วงปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2568 เราจะได้เห็นการเปิดตัวรถยนต์ SUV ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น จากผู้ผลิตชั้นนำทั้งในระดับสากลและแบรนด์ท้องถิ่น การแข่งขันที่สูงขึ้นนี้ส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง เพราะจะทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ปัจจัยสำคัญในการเลือกรถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุด
ก่อนที่เราจะลงลึกในแต่ละรุ่น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้รถยนต์ SUV ไฟฟ้าคันหนึ่ง “ดีที่สุด” สำหรับคุณ:
ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ (Range): นี่คือหนึ่งในข้อกังวลหลักของผู้ใช้รถ EV อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รถยนต์ SUV ไฟฟ้าในปัจจุบันสามารถวิ่งได้ไกลถึง 300-500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
สมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่: รถยนต์ SUV ไฟฟ้าให้การตอบสนองที่ทันใจ อัตราเร่งที่ฉับไว และการขับขี่ที่เงียบสงบ นุ่มนวล เราจะพิจารณาทั้งกำลังมอเตอร์ แรงบิด และการควบคุมรถ
พื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย: สำหรับรถ SUV สิ่งสำคัญคือพื้นที่ภายใน ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พื้นที่เก็บสัมภาระ และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่างๆ
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: รถยนต์ EV มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ทันสมัย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง
การชาร์จ: ความเร็วในการชาร์จ ทั้งแบบ AC ที่บ้าน และแบบ DC ที่สถานีชาร์จสาธารณะ รวมถึงความพร้อมของสถานีชาร์จในพื้นที่ของคุณ
ราคาและความคุ้มค่า: งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญ เราจะพิจารณาทั้งราคาซื้อเริ่มต้น ค่าบำรุงรักษา และต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม
การออกแบบและวัสดุภายใน: รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม และการออกแบบภายในที่ประณีต ใช้วัสดุคุณภาพดี ย่อมเพิ่มความน่าใช้ให้กับรถ
สุดยอด SUV ไฟฟ้าที่โดดเด่นในปี 2567/2568
หลังจากที่ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทำการทดสอบและประเมินรถยนต์ SUV ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นในตลาดประเทศไทย นี่คือ 10 รุ่นที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งนำเสนอคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในหลากหลายด้าน:
Volvo EX30: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมสมรรถนะสุดเร้าใจ
Volvo EX30 ได้สร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็ก ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย แต่มาพร้อมกับสมรรถนะที่น่าทึ่ง ดีไซน์ที่โดดเด่น และเทคโนโลยีความปลอดภัยตามมาตรฐาน Volvo ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.7-2.0 ล้านบาท (ราคาอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อยและโปรโมชั่น)
จุดเด่น:
สมรรถนะ: รุ่นมอเตอร์คู่ (Twin Motor Performance) ให้กำลังสูงสุด 422 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที ซึ่งเร็วที่สุดในกลุ่ม SUV ไฟฟ้าขนาดใกล้เคียงกัน
ระยะทางวิ่ง: รุ่น Extended Range สามารถวิ่งได้ไกลถึง 476 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ดีไซน์: ภายนอกดูทันสมัย สปอร์ต ภายในตกแต่งอย่างเรียบหรู ใช้วัสดุรีไซเคิลที่น่าสนใจ
เทคโนโลยี: ระบบความปลอดภัยขั้นสูงตามมาตรฐาน Volvo ครบครัน พร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ใช้งานง่าย
ข้อควรพิจารณา: พื้นที่เบาะหลังอาจไม่กว้างขวางมากนักเมื่อเทียบกับ SUV ขนาดใหญ่กว่า การใช้งานฟังก์ชันบางอย่างผ่านหน้าจอสัมผัสทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาปรับตัว
Skoda Elroq: ความอเนกประสงค์และความคุ้มค่าสูงสุด
Skoda Elroq เป็นการพิสูจน์ว่ารถ SUV ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงนั้นมีอยู่จริง ด้วยขนาดที่เหมาะสมกับครอบครัว ความกว้างขวางภายใน และราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.8-2.1 ล้านบาท
จุดเด่น:
พื้นที่ภายใน: ให้พื้นที่ใช้สอยที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับขนาดภายนอก เหมาะสำหรับครอบครัว
ความคุ้มค่า: ราคาต่อคุณสมบัติที่มอบให้ ถือเป็นหนึ่งใน “SUV ไฟฟ้า ราคาดี” ที่น่าจับตามอง
การขับขี่: ให้ความรู้สึกมั่นคง นุ่มนวล และขับขี่ง่าย ควบคุมได้ดีในเมือง
ประโยชน์ใช้สอย: มีช่องเก็บของอเนกประสงค์ และการออกแบบภายในที่เน้นความสะดวกในการใช้งาน
ข้อควรพิจารณา: อัตราเร่งอาจไม่หวือหวาเท่ารุ่นสมรรถนะสูงบางรุ่น แป้นเบรกอาจให้ความรู้สึกไม่มั่นใจนักในบางสภาวะ
Kia EV3: การผสมผสานระหว่างดีไซน์และเทคโนโลยี
Kia EV3 ได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ใหญ่อย่าง EV9 แต่ถูกย่อส่วนลงมาให้มีขนาดที่เหมาะสมกับท้องถนนในเมือง ทำให้เป็น SUV ไฟฟ้าที่น่าใช้งานและมีสไตล์
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.9-2.3 ล้านบาท
จุดเด่น:
ระยะทางวิ่ง: รุ่นแบตเตอรี่ใหญ่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 560 กิโลเมตร (WLTP) ซึ่งถือว่าโดดเด่นมาก
ดีไซน์: การออกแบบที่ทันสมัย ทั้งภายนอกและภายใน ให้ความรู้สึกพรีเมียม
พื้นที่เก็บสัมภาระ: มีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใหญ่ถึง 460 ลิตร
เทคโนโลยี: มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ทันสมัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
ข้อควรพิจารณา: ประสบการณ์ขับขี่อาจไม่เร้าใจนักสำหรับผู้ที่มองหาความสนุกสนานในการขับขี่ การใช้ระบบทำความร้อนในห้องโดยสาร (Heat Pump) อาจมีเฉพาะในรุ่นท็อป
Renault 4: ความคลาสสิกที่มาพร้อมความทันสมัย
Renault 4 รุ่นใหม่ นำดีไซน์แบบ Retro ที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิมมาตีความใหม่ ผสมผสานกับเทคโนโลยี EV สมัยใหม่ ทำให้เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.6-1.9 ล้านบาท
จุดเด่น:
ราคา: เป็นหนึ่งใน “รถ SUV ไฟฟ้า ราคาถูก” ที่น่าสนใจในตลาด
ความสะดวกในการใช้งาน: ประตูท้ายเปิดกว้าง พื้นที่โหลดสัมภาระต่ำ ทำให้ขนของได้สะดวก
ความเงียบสงบ: ขับขี่ได้นุ่มนวลและเงียบสงบ
ระบบอินโฟเทนเมนท์: ใช้ซอฟต์แวร์ Google ที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ
ข้อควรพิจารณา: พื้นที่เบาะหลังอาจจำกัดไปบ้างสำหรับผู้โดยสารร่างสูง อัตราเร่งอาจไม่จัดจ้านนัก เสียงลมปะทะภายนอกอาจมีให้ได้ยินบ้าง
Tesla Model Y: มาตรฐานใหม่ของ SUV ไฟฟ้า
Tesla Model Y ยังคงเป็นผู้นำในตลาด SUV ไฟฟ้า ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี สมรรถนะ ระยะทางวิ่งที่ยาวนาน และเครือข่ายสถานี Supercharger ที่ครอบคลุม
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.5-3.0 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
จุดเด่น:
สมรรถนะ: อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม และการขับขี่ที่คล่องตัว
ระยะทางวิ่ง: รุ่น Long Range สามารถวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร (WLTP)
ประสิทธิภาพแบตเตอรี่: เป็นผู้นำในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
พื้นที่: ภายในกว้างขวาง และมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่
เทคโนโลยี: ระบบ Autopilot และความสามารถในการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA)
ข้อควรพิจารณา: ราคาค่อนข้างสูง การควบคุมฟังก์ชันส่วนใหญ่ผ่านหน้าจอสัมผัสอาจไม่สะดวกสำหรับบางคน ทัศนวิสัยด้านหลังอาจจำกัด
BMW iX: สุดยอด SUV ไฟฟ้าหรูหราและสมรรถนะสูง
BMW iX คือนิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าหรูหรา ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย วัสดุภายในระดับพรีเมียม และสมรรถนะที่น่าประทับใจ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 5.0-7.0 ล้านบาท (เป็นกลุ่ม “SUV ไฟฟ้า ราคาแพง” แต่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการความเหนือระดับ)
จุดเด่น:
ความหรูหรา: ภายในตกแต่งอย่างประณีต ใช้วัสดุคุณภาพสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัย
ความสบาย: การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสูงสุด
สมรรถนะ: อัตราเร่งที่รวดเร็ว และการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม
ระยะทางวิ่ง: รุ่น xDrive60 สามารถวิ่งได้ไกลถึง 630 กิโลเมตร (WLTP)
ข้อควรพิจารณา: ราคาค่อนข้างสูง การออกแบบภายนอกอาจเป็นที่ถกเถียง พื้นที่เก็บสัมภาระอาจน้อยกว่าคู่แข่งบางรุ่น
Skoda Enyaq: ความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย
Skoda Enyaq ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับครอบครัว ด้วยความสบายในการขับขี่ พื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และฟังก์ชัน “Simply Clever” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Skoda
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.2-2.8 ล้านบาท
จุดเด่น:
ความสบาย: การขับขี่ที่นุ่มนวล เหมาะสำหรับการเดินทางไกล
พื้นที่: ภายในกว้างขวางมาก สามารถนั่ง 5 คนได้อย่างสบาย และมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 585 ลิตร
ประโยชน์ใช้สอย: ฟังก์ชัน “Simply Clever” ช่วยให้การใช้งานประจำวันสะดวกยิ่งขึ้น
ความคุ้มค่า: ให้คุณสมบัติที่ดีเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล
ข้อควรพิจารณา: ประสิทธิภาพการใช้พลังงานอาจไม่สูงเท่าคู่แข่งบางรุ่น อัตราการชาร์จอาจช้ากว่าบางรุ่น
Renault Scenic: การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบ SUV ไฟฟ้า
Renault Scenic ได้เปลี่ยนจาก MPV มาเป็น SUV ไฟฟ้าเต็มตัว โดยยังคงรักษาคุณสมบัติความเป็นรถครอบครัวที่ยอดเยี่ยมไว้
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.1-2.5 ล้านบาท
จุดเด่น:
ระยะทางวิ่ง: รุ่นแบตเตอรี่ใหญ่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 610 กิโลเมตร (WLTP)
ดีไซน์: ภายนอกดูเฉียบคม ทันสมัย
พื้นที่เก็บสัมภาระ: มีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 545 ลิตร
ความคุ้มค่า: ให้ฟังก์ชันมาตรฐานที่ดีในราคาที่แข่งขันได้
ข้อควรพิจารณา: การขับขี่อาจรู้สึกแข็งกระด้างไปบ้างสำหรับบางคน ทัศนวิสัยเบาะหลังอาจจำกัด
Alfa Romeo Junior: ความสปอร์ตที่มาพร้อมสไตล์
Alfa Romeo Junior คือความพยายามครั้งแรกของแบรนด์ในการสร้างรถ SUV ไฟฟ้า และผลลัพธ์ที่ได้คือรถที่มีสไตล์ การขับขี่ที่สนุกสนาน และความรู้สึกพิเศษ
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.0-2.4 ล้านบาท
จุดเด่น:
สไตล์: การออกแบบที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ของ Alfa Romeo
การขับขี่: รุ่น Veloce ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และการควบคุมที่แม่นยำ สนุกกับการขับขี่บนเส้นทางคดเคี้ยว
ภายใน: การออกแบบภายในให้ความรู้สึกสปอร์ต
Heat Pump: เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน
ข้อควรพิจารณา: ระยะทางวิ่งอาจไม่ยาวนานเท่าคู่แข่งบางรุ่น ประสบการณ์ขับขี่ในรุ่นพื้นฐานอาจยังไม่สมบูรณ์นัก พื้นที่เบาะหลังค่อนข้างจำกัด
Ford Explorer (EV): การผสมผสานที่ลงตัวจากสองยักษ์ใหญ่
Ford Explorer EV เป็นผลผลิตจากการร่วมมือกับ Volkswagen ใช้แพลตฟอร์ม MEB ร่วมกับรถรุ่นอื่นๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Ford
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2.3-2.8 ล้านบาท
จุดเด่น:
สมดุล: มอบสมดุลที่ดีระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และประโยชน์ใช้สอย
ระยะทางวิ่ง: รุ่น Extended Range สามารถวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร (WLTP)
เทคโนโลยี: ระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ที่ตอบสนองได้ดี
การขับขี่: ขับขี่ได้ดีบนถนนในเมืองและนอกเมือง
ข้อควรพิจารณา: การขับขี่อาจรู้สึกกระด้างเล็กน้อยในความเร็วต่ำ ระบบควบคุมระบบปรับอากาศผ่านหน้าจอสัมผัสของ VW อาจไม่สะดวกสำหรับบางคน Heat Pump เป็นอุปกรณ์เสริม
บทสรุป: การเดินทางสู่ยุค SUV ไฟฟ้าในประเทศไทย
ตลาดรถยนต์ SUV ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และในปี 2567/2568 นี้ เราได้เห็นรถยนต์ที่น่าสนใจมากมายที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะมองหา “SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง” (ซึ่งอาจจะมีรุ่นที่เหมาะสมในตลาดที่กำลังเติบโตนี้) หรือ “SUV ไฟฟ้า ขนาดเล็ก” ที่คล่องตัว หรือ “SUV ไฟฟ้า ออฟโรด” ที่มีความสามารถมากยิ่งขึ้น การเลือก “รถ SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณส่วนบุคคลของคุณ
ผมหวังว่าข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญนี้ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกรถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับคุณที่สุดได้ หากคุณกำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสำรวจโลกแห่งความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่รถยนต์ SUV ไฟฟ้ามอบให้
อย่ารอช้า! หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ลองเข้าไปชมรถยนต์เหล่านี้ ทดลองขับ และพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ เพื่อค้นหารถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนการเดินทางของคุณให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น.
สุดยอด SUV ไฟฟ้าที่ควรค่าแก่การครอบครองในปี 2025: คู่มือฉบับผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม SUV ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประเทศไทยเองก็กำลังขับเคลื่อนสู่ยุคแห่งยานยนต์ไร้มลพิษ และผู้บริโภคชาวไทยก็มีความรักในรถยนต์ทรง SUV เป็นทุนเดิม การผสมผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันจึงเป็นสูตรสำเร็จที่ลงตัวสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ และเป็นโอกาสทองสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานจริง ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ตลาด SUV ไฟฟ้าในปี 2025 ไม่ได้มีเพียงแค่รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์เท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันกันในด้านต่างๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ราคา SUV ไฟฟ้า, ค่าบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า, อัตราการประหยัดพลังงานรถยนต์ไฟฟ้า, ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ และแน่นอนว่า ความคุ้มค่าในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคคำนึงถึงเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์
ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ผมและทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้ทำการทดสอบและประเมิน SUV ไฟฟ้าทุกรุ่นที่มีวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทย เพื่อคัดสรรสุดยอด SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ที่จะนำเสนอให้คุณในปี 2025 รถยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า SUV เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
10 สุดยอด SUV ไฟฟ้าที่น่าจับจองในปี 2025
หลังจากผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นในหลากหลายสภาวะการขับขี่ ทั้งในเมือง ชนบท และการเดินทางไกล เราได้คัดเลือก 10 รุ่นที่ดีที่สุดมานำเสนอ ดังนี้:
Skoda Elroq: ความคุ้มค่าที่เหนือความคาดหมาย
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,400,000 บาท (แปลงจาก £31,500)
รางวัล: รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จาก Auto Express (สหราชอาณาจักร)
Skoda Elroq พิสูจน์ให้เห็นว่า Skoda ไม่ได้เก่งกาจเพียงแค่ในรุ่น Enyaq เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้าง SUV ไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าออกมาได้ Elroq มีขนาดเล็กกว่าและราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่นพี่ แต่กลับให้ความรู้สึกที่ “ใช่” กว่าในหลายๆ ด้าน
Elroq เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด SUV ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มนี้ ด้วยแพลตฟอร์ม MEB อันแข็งแกร่งของ Volkswagen Group พร้อมตัวเลือกมอเตอร์ไฟฟ้า 2 รุ่น ให้กำลังตั้งแต่ 168 ถึง 282 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 52kWh ถึง 77kWh รุ่นใหญ่สุดสามารถวิ่งได้ไกลถึง 576 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 175kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
นอกจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน Elroq ยังโดดเด่นด้วยความนุ่มนวลในการขับขี่ที่เหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ การบังคับเลี้ยวที่คล่องตัวด้วยวงเลี้ยวที่แคบ ทำให้การขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นกลายเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่เราอยากจะติเล็กน้อยคือการรวมฟังก์ชันการควบคุมส่วนใหญ่ไว้ที่หน้าจอสัมผัส ซึ่งหากมีปุ่มควบคุมแบบ Physical เพิ่มเติมอีกสักหน่อย ก็จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม Elroq ยังคงเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง และสมกับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2025
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “Elroq ดีจนทำให้ Skoda ต้องคิดหนักว่า ทำไมคนจะยังต้องการ Enyaq รุ่นใหญ่ที่แพงกว่า” – อเล็กซ์ อิงแกรม, หัวหน้านักรีวิว
Renault 4: การกลับมาของตำนานที่ทันสมัย
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,200,000 บาท (แปลงจาก £27,000)
Renault กำลังมาแรงจริงๆ กับการปลุกกระแสรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเก๋าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และ Renault 4 คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม
เช่นเดียวกับ Renault 5, Renault 4 มีราคาจำหน่ายที่น่าดึงดูดใจ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมระยะทางวิ่งที่น่าพอใจ 400 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) จากแบตเตอรี่ขนาด 52kWh ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ ระบบ Heat Pump เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างดีเยี่ยม
Renault 4 รุ่นดั้งเดิมเป็นรถยนต์ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย และรุ่นใหม่นี้ก็สืบทอดจิตวิญญาณนั้นมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาด 420 ลิตร มีขอบที่ต่ำ ทำให้การขนถ่ายสัมภาระทำได้ง่าย และสามารถรองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสบาย แม้จะไม่สนุกสนานเท่า Renault 5 แต่ Renault 4 ก็ขับขี่ได้อย่างสงบและมั่นคง แม้ว่าจะมีเสียงลมปะทะเข้ามาบ้าง และห้องโดยสารอาจจะดูมืดไปนิดสำหรับบางคน
แน่นอนว่า Renault 4 ใหม่ ย่อมมาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด แผงคอนโซลมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับ Renault 5 แต่ก็ยังคงมีปุ่มควบคุมแบบ Physical ที่ใช้งานง่าย และระบบ Infotainment ที่ทำงานบน Android Automotive OS ก็เป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การจัดวางตำแหน่งก้านควบคุมบางส่วนอาจทำให้สับสนกับการควบคุมปัดน้ำฝนได้บ้าง
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “บนถนน R4 ให้ความรู้สึกที่มั่นคง แม้ Renault จะเคลมว่ามีการปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลกว่า R5 แต่ก็ยังมีความคล่องแคล่วในการเปลี่ยนทิศทางที่รถคู่แข่งหลายรุ่นขาดหายไป” – ริชาร์ด อิงแกรม, รองบรรณาธิการ
Kia EV3: SUV ไฟฟ้าขนาดกำลังดี พิสัยไกล
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,500,000 บาท (แปลงจาก £33,000)
Kia EV3 เปรียบเสมือน EV9 ที่ถูกย่อส่วนลงมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะ EV9 นั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่และเทอะทะ ในขณะที่ EV3 ให้ความรู้สึกที่พอดีกับสภาพถนนและพื้นที่จอดรถในปัจจุบัน พร้อมทั้งยังคงความสามารถอันยอดเยี่ยมของ EV9 ไว้ได้
EV3 โดดเด่นด้วย ระยะทางวิ่ง SUV ไฟฟ้า ที่น่าประทับใจ รุ่นพื้นฐานมาพร้อมแบตเตอรี่ 58.3kWh ให้ระยะทางวิ่ง 430 กิโลเมตร (WLTP) และหากอัพเกรดเป็นแบตเตอรี่ 81.4kWh จะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร (WLTP) แม้ว่าระยะทางวิ่งจริงอาจลดลงบ้างในสภาพอากาศหนาวเย็น แต่ก็ยังคงเหลือเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ระบบ Heat Pump เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมมูลค่า 1,000 ปอนด์ (ประมาณ 45,000 บาท) สำหรับรุ่นท็อป ซึ่งควรจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
รถทุกรุ่นให้กำลัง 201 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 8 วินาที อาจจะไม่ใช่รถที่ขับสนุกที่สุด แต่ EV3 ก็ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล ระบบ Regenerative Braking ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบภายในที่เรียบง่ายทำให้ใช้งานได้สะดวกสบาย แม้ว่าพื้นที่ของผู้โดยสารด้านหลังอาจต้องเสียสละไปบ้างเพื่อพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาด 460 ลิตร
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “Kia EV3 นำดีไซน์ทรงเหลี่ยมของ EV9 มาย่อส่วนให้เล็กลง เส้นสายที่เรียบง่ายและการผสมผสานระหว่างพลาสติกแข็งและวัสดุผ้าให้เสน่ห์ที่น่าสนใจ” – อเล็กซ์ อิงแกรม, หัวหน้านักรีวิว
Volvo EX30: ความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ราคา และดีไซน์
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,400,000 บาท (แปลงจาก £31,600)
Volvo EX30 มีจุดแข็งที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการขับขี่ที่ดีเยี่ยม เต็มไปด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัย และมีระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 470 กิโลเมตร (WLTP) และยิ่งน่าประทับใจไปอีกเมื่อพิจารณาจากราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 1.45 ล้านบาท
รุ่นมอเตอร์เดี่ยวพื้นฐานมาพร้อมแบตเตอรี่ 49kWh ให้ระยะทางวิ่ง 340 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระดับที่คาดหวังได้สำหรับรถยนต์ในราคานี้ แต่หากเพิ่มเงินอีกเล็กน้อยเพื่อรุ่น Extended Range พร้อมแบตเตอรี่ 64kWh จะได้ระยะทางวิ่งถึง 470 กิโลเมตร ซึ่งแซงหน้าคู่แข่งอย่าง Renault Megane E-Tech ไปได้สบาย รุ่น Twin Motor Performance ที่ให้กำลัง 422 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.6 วินาที อาจจะดูเกินความจำเป็นไปสักหน่อย และส่งผลต่อระยะทางวิ่งเล็กน้อย
วัสดุภายในดูดีมีราคา แต่ EX30 ก็ยังคงพึ่งพาหน้าจอสัมผัสส่วนกลางมากเกินไป การควบคุมฟังก์ชันเกือบทั้งหมดผ่านระบบ Infotainment อาจสร้างความหงุดหงิดได้ในบางครั้ง พื้นที่เบาะหลังมีจำกัด แต่ก็มีช่องเก็บของเล็กๆ 19 ลิตรใต้ฝากระโปรงหน้า สำหรับเก็บสายชาร์จและของใช้อื่นๆ ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ Frunk เต็มรูปแบบ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “EX30 สามารถขับขี่ได้ดี มีภายในที่ดูเรียบหรู ให้ความรู้สึกพิเศษ พร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยและอุปกรณ์มากมายในราคาที่สมเหตุสมผล ทั้งยังมาพร้อมสมรรถนะที่น่าทึ่งและระยะทางวิ่งไฟฟ้าที่แข่งขันได้” – อเล็กซ์ อิงแกรม, หัวหน้านักรีวิว
Tesla Model Y: ตำนาน SUV ไฟฟ้าที่ยังคงแข็งแกร่ง
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 2,000,000 บาท (แปลงจาก £45,000)
เหมาะสำหรับ: สมรรถนะสูงสุด
Tesla Model Y นำเสนอเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ สมรรถนะอันน่าทึ่ง ที่หลายคนคุ้นเคยจาก Model 3 แต่มาในตัวถัง SUV ที่ใช้งานได้หลากหลายกว่า ซึ่งกลายเป็นสูตรสำเร็จที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Model Y มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร ทั้งในปี 2023 และ 2024
Tesla ได้ทำการปรับปรุง Model Y ครั้งใหญ่ในปี 2024 ซึ่งส่งผลมาถึงปี 2025 มีรุ่น Rear-Wheel Drive, Long Range Rear-Wheel Drive และ Long Range All-Wheel Drive ให้เลือก พร้อมระยะทางวิ่งที่เคลมไว้ 497, 620 และ 583 กิโลเมตร (WLTP) ตามลำดับ ทำให้ Model Y ยังคงแข่งขันในเรื่องระยะทางวิ่งได้อย่างสูสี และด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่อยู่ระหว่าง 4.6 ถึง 5.6 วินาที Tesla ก็พร้อมที่จะเปิดตัวรุ่นที่เร็วกว่านี้ในอนาคต
ส่วนสำคัญของการปรับปรุงอยู่ที่ห้องโดยสารที่ดูลงตัวกว่าเดิม วัสดุคุณภาพสูงขึ้น และมาตรฐานการประกอบที่ดีขึ้น ยังคงความกว้างขวางเช่นเดิม แต่การซ่อนฟังก์ชันจำนวนมากไว้ในหน้าจอสัมผัสยังคงเป็นที่ถกเถียง แม้ว่าจะมีก้านควบคุมแบบ Physical เพิ่มเข้ามาบ้างก็ตาม
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “การควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสทั้งหมดอาจจะไม่ใช่สำหรับทุกคน และเราอยากได้ปุ่มควบคุมแบบ Physical มากกว่านี้เพื่อการใช้งานประจำวัน แต่การขับขี่และการควบคุมได้รับการปรับปรุง ในขณะที่ประสิทธิภาพการใช้แบตเตอรี่ยังคงเป็นจุดแข็ง” – อเล็กซ์ อิงแกรม, หัวหน้านักรีวิว
BMW iX: ความหรูหราที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 3,300,000 บาท (แปลงจาก £75,400)
เหมาะสำหรับ: ความรู้สึกพรีเมียม
แม้จะมีรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างโดดเด่นและเป็นที่ถกเถียง BMW iX ก็เป็น SUV ไฟฟ้าที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง และยิ่งพัฒนาขึ้นไปอีกในปี 2025 ด้วยการเพิ่มระยะทางวิ่งอย่างมีนัยสำคัญสำหรับรุ่นเริ่มต้น และสมรรถนะที่ได้รับการปรับปรุงทั่วทั้งรุ่น
iX มอบความสบายสูงสุดในการขับขี่ พร้อมการควบคุมที่ยอดเยี่ยม แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ iX ก็สามารถซ่อนน้ำหนักของตัวรถได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถเข้าโค้งได้อย่างคล่องแคล่ว แต่จุดแข็งที่แท้จริงคือความเงียบสงบในการเดินทาง มีรถยนต์ไม่กี่รุ่น ทั้งไฟฟ้าและไม่ใช่ไฟฟ้า ที่สามารถตัดขาดจากโลกภายนอกได้ดีเท่า iX การอัปเดตในปี 2025 ได้เพิ่มระยะทางวิ่งของรุ่น xDrive45 จาก 264 เป็น 364 ไมล์ (583 กม.) ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และรุ่นใหม่ xDrive60 (แทนที่รุ่น 50) ก็เป็นรุ่นที่วิ่งได้ไกลที่สุดถึง 426 ไมล์ (685 กม.) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 195kW
ภายในห้องโดยสารเป็นระดับชั้นนำ พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของแบรนด์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน การออกแบบดูอนาคต แต่ใช้วัสดุสัมผัสที่นุ่มนวลจำนวนมาก หน้าจอโค้งขนาด 14.5 นิ้ว สองจอเป็นส่วนประกอบหลักของแผงคอนโซล ซึ่งมาพร้อมระบบ BMW Live Cockpit Professional และ iDrive เวอร์ชั่นล่าสุด ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะไม่ขาดแคลนอุปกรณ์ไฮเทค
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “BMW ได้พัฒนารถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ให้ความสบายสูงสุด ขับขี่ได้ดี และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีบนรถที่ยอดเยี่ยม” – เอลลิส ไฮด์, นักข่าว
Skoda Enyaq: ความสบายและความคุ้มค่าตามสไตล์ Skoda
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,800,000 บาท (แปลงจาก £40,100)
ตามสไตล์ Skoda ที่คุ้นเคย Enyaq ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการผสมผสานความง่ายในการใช้งาน ความสะดวกในการใช้งาน และคุณภาพการประกอบที่ดีเยี่ยม ในราคาที่สมเหตุสมผล
แม้ในรุ่น 60 พื้นฐาน Enyaq จะให้ระยะทางวิ่งถึง 430 กิโลเมตร (WLTP) และสามารถชาร์จด่วนจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 35 นาที เมื่อขยับไปรุ่น 85 แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นจะเพิ่มระยะทางวิ่งเป็น 580 กิโลเมตร (WLTP) ซึ่งเป็นระยะทางที่ใช้งานได้จริง แม้จะคำนึงถึงการขับขี่ในโลกจริงที่อาจไม่ถึงตัวเลขตามมาตรฐานก็ตาม เช่นเดียวกับ Skoda Elroq รุ่นน้อง ความสบายคือหัวใจหลักของการเดินทาง ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือโลดแล่นบนทางหลวง Enyaq ก็มอบประสบการณ์การเดินทางที่ผ่อนคลาย
ภายในห้องโดยสารทุกรุ่น มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสาร 5 คน และสัมภาระ ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับรถยนต์ครอบครัว พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานจำนวนมาก รวมถึงจอแสดงผลแบบ Virtual Cockpit ที่เป็นแบบดิจิทัล คุณอาจต้องพิจารณาว่าพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาด 585 ลิตรของ Enyaq คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มจาก Elroq ที่มีความสามารถใกล้เคียงกันหรือไม่
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “SUV ครอบครัวไฟฟ้าที่สบาย กว้างขวาง และใช้งานได้ดี ได้รับการปรับปรุงอุปกรณ์มาตรฐานให้มากขึ้นและรูปลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งสะท้อนความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่” – เอลลิส ไฮด์, นักข่าว
Renault Scenic: ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ฟังก์ชันครบครัน
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,600,000 บาท (แปลงจาก £37,000)
Renault Scenic ได้เปลี่ยนจากภาพลักษณ์ MPV มาสู่รูปทรง SUV ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงหัวใจหลักของการเป็นรถยนต์ครอบครัวไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ให้เลือกเพียงรุ่นเดียว คือ 87kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 610 กิโลเมตร (WLTP) ซึ่งใกล้เคียงกับ Tesla Model Y และด้อยกว่า BMW iX ที่มีราคาสูงกว่า ระยะทางวิ่งที่ยาวนานนี้รับประกันว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัว โดยเด็กๆ อาจจะเหนื่อยก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด
ด้วยช่วงล่างที่อาจจะรู้สึกแน่นสักหน่อย Scenic ก็ยังขับขี่ได้ดี มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 215 แรงม้า ให้กำลังที่เพียงพอ แม้จะไม่เร็วเท่า EV รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ระบบ ‘My Perso’ ของ Renault ที่ช่วยให้ปิดเสียงบี๊บและเสียงเตือนของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ยังคงเป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุด
Renault Scenic โดดเด่นกว่าคู่แข่งหลายรุ่น รวมถึง Volkswagen ID.4 ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาด 545 ลิตร พื้นห้องโดยสารด้านหลังที่ราบเรียบทำให้ผู้ใหญ่สามารถนั่งได้อย่างสบาย เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ Renault Scenic ได้รับการออกแบบภายในที่คล้ายคลึงกับ Megane E-Tech ทำให้มีอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าพอใจ แม้กระทั่งรุ่นเริ่มต้นก็มาพร้อมหน้าจอคู่ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งคู่หน้าแบบปรับร้อน กล้องมองหลัง ล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้ว และไฟ LED
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “การออกแบบภายนอกล่าสุดของ Renault มาพร้อมเหลี่ยมมุมที่เฉียบคมและไฟที่เพรียวบาง Scenic ผสมผสานสิ่งเหล่านี้เข้ากับสัดส่วนของ SUV เพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่โดดเด่นบนท้องถนน” – ดีน กิ๊บสัน, บรรณาธิการฝ่ายทดสอบภาคสนาม
Alfa Romeo Junior: เสน่ห์สปอร์ตในร่าง SUV ไฟฟ้า
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,500,000 บาท (แปลงจาก £33,900)
Alfa Romeo เผชิญกับความท้าทายที่ไม่ธรรมดาในการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก แต่ก็สามารถสร้างรถยนต์ที่น่ารักได้อย่างน่าประทับใจ
แม้ Alfa Romeo Junior จะใช้แพลตฟอร์ม CMP ร่วมกับ SUV อื่นๆ ของ Stellantis แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์และพิเศษสมกับตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ ข้อดีของส่วนประกอบที่ใช้ร่วมกันคือ ระยะทางวิ่งสูงสุดที่เคลมไว้ 415 กิโลเมตร (WLTP) อย่างไรก็ตาม เราพบว่า Alfa คันนี้ค่อนข้างไวต่อสภาพอากาศหนาวเย็น โดยรถทดสอบของเราทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 5.8 กม./kWh แม้จะมีระบบ Heat Pump เป็นอุปกรณ์มาตรฐานก็ตาม
พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 400 ลิตรของ Junior ไม่ใช่รุ่นที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม แต่ก็เพียงพอสำหรับการจับจ่ายซื้อของประจำสัปดาห์ สิ่งที่ขาดหายไปในด้านการใช้งานจริงนั้นถูกชดเชยด้วยความสนุกในการขับขี่ เพราะนี่คือหนึ่งใน SUV ขนาดเล็กที่ขับสนุกที่สุดในตลาด การเลือกรุ่น Junior Veloce ตัวท็อป จะได้กำลัง 276 แรงม้า และแรงบิด 345Nm ทำให้สามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 5.9 วินาที ความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวของ Junior ช่วยให้สนุกกับการขับขี่บนถนนชนบทได้เป็นอย่างดี
Alfa Romeo สามารถรักษาการออกแบบภายในให้มีความแตกต่างจากพี่น้องในตระกูล Stellantis ได้ แม้ว่าจะมีสวิตช์ที่ใช้ร่วมกันอยู่บ้าง คุณภาพการประกอบโดยรวมยังไม่สามารถเทียบกับคู่แข่งระดับพรีเมียมจากเยอรมนีได้ แต่โดยรวมแล้วเป็นห้องโดยสารที่น่าพึงพอใจ และเทคโนโลยี Infotainment ก็เข้าใจง่าย
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “ในการขับขี่ในเมือง ช่วงล่างของ Junior มีความแน่นเล็กน้อย ไม่ได้กระด้างจนเกินไป แต่เพียงพอที่จะให้ความรู้สึกที่เหมาะสมกับรถยนต์ที่ผลิตโดยแบรนด์สปอร์ตอย่าง Alfa Romeo” – อเล็กซ์ อิงแกรม, หัวหน้านักรีวิว
Ford Explorer: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างพละกำลัง ความสบาย และเทคโนโลยี
ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,900,000 บาท (แปลงจาก £39,900)
Ford Explorer รุ่นล่าสุดนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจาก SUV เครื่องยนต์ V6 ที่กินน้ำมันในยุค 90 ที่เคยจำหน่ายในสหราชอาณาจักร รถยนต์รุ่นนี้มีจำหน่ายเฉพาะในรูปแบบ EV เท่านั้น และส่วนประกอบหลายอย่างสามารถสืบทอดมาจาก Volkswagen ได้
ข่าวดีก็คือ ผลลัพธ์ที่ได้คือ SUV ที่สมเหตุสมผลและเหมาะสมกับถนนในประเทศไทย Explorer มอบความสมดุลระหว่างการใช้งานจริงและสมรรถนะ แม้แต่แบตเตอรี่ขนาด 52kWh รุ่นเล็กสุดก็ให้ระยะทางวิ่งกว่า 320 กิโลเมตร (WLTP) และรุ่น Extended Range พร้อมแบตเตอรี่ 77kWh สามารถวิ่งได้ถึง 600 กิโลเมตร (WLTP) อัตราการชาร์จ 135kW ในรุ่น 77kWh อาจจะน่าผิดหวังไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
เมื่อก้าวเข้าไปภายใน DNA ของ Volkswagen ชัดเจนในหลายส่วน แต่การออกแบบโดยรวมยังคงมีเอกลักษณ์ของ Ford เป็นที่น่าพอใจ และระบบ Infotainment หน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้วของ Ford ก็ตอบสนองได้ดี อย่างไรก็ตาม ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบควบคุมระดับเสียงแบบสัมผัสอันเลื่องชื่อของ VW ยังคงปรากฏให้เห็น
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ: “โดยรวมแล้ว เราขอบอกว่า Explorer เป็นหนึ่งในรุ่นที่ดีที่สุดที่ใช้แพลตฟอร์ม MEB – เราเลือกคันนี้มากกว่า Volkswagen ID.4 หรือ Volkswagen ID.5 อย่างแน่นอน” – ดีน กิ๊บสัน, บรรณาธิการฝ่ายทดสอบภาคสนาม
วิธีการเลือก SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุด
SUV เป็นส่วนสำคัญของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในตลาดโลก และเมื่อโลกยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า SUV ไฟฟ้าจึงกลายเป็นภาคส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิต
ด้วยเหตุนี้ SUV ไฟฟ้าจำนวนมากจึงทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราจึงพร้อมที่จะทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมา ทันทีที่เราได้รับรถรุ่นใหม่ เราจะดำเนินการทดสอบอย่างละเอียด เพื่อประเมินสมรรถนะในหลากหลายด้านที่ผู้ซื้อมีแนวโน้มจะให้ความสำคัญ
สำหรับ SUV ไฟฟ้า เราจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ ระยะทางวิ่งรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตจริง ในสภาพอากาศและสภาวะการขับขี่ที่หลากหลาย ความเร็วในการชาร์จ ความสะดวกในการใช้งาน และ ค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า
แน่นอนว่า ราคาเป็นปัจจัยตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในการซื้อรถยนต์ ดังนั้น เราจึงทำการวิจัยข้อเสนอทางการเงินและการเช่าซื้อที่ดีที่สุด รวมถึงราคาเงินสด สำหรับรถยนต์ทุกคันที่เราทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทดสอบ ทีมงานผู้ทดสอบภาคสนามผู้เชี่ยวชาญของเราจะให้การตัดสินขั้นสุดท้าย
การตัดสินใจเลือก SUV ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ในปี 2025 นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณส่วนบุคคลของคุณ หวังว่าข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณและครอบครัวได้ง่ายขึ้น หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า สู่ยุคใหม่ของการเดินทางที่ยั่งยืนและชาญฉลาด ลองเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา หรือนัดหมายเพื่อทดลองขับ SUV ไฟฟ้าที่คุณสนใจได้แล้ววันนี้!

