ดูเวอร์ชั่นเต็มได้ที่กลางเว็บไซต์👇
สุดยอดขีดจำกัดความเร็ว: รถยนต์ถนนที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2025
ในโลกยานยนต์ที่การพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในวงกว้าง แต่ก็ยังมีแบรนด์ชั้นนำอีกกลุ่มหนึ่งที่มุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือ “ความเร็ว” ครับ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์กว่าสิบปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของรถยนต์ถนนจากยุคแรกเริ่มที่วิ่งได้เพียง 10 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยแรงลมส่ง จนมาถึงปี 2025 ที่รถยนต์สามารถทำความเร็วทะลุ 300 ไมล์ต่อชั่วโมงได้อย่างน่าอัศจรรย์ และรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ๆ ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
การบรรลุความเร็วระดับนี้ถือเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่มหาศาล และมีเพียงไม่กี่สถานที่บนโลกเท่านั้นที่สามารถทดสอบสมรรถนะรถยนต์ได้จนถึงขีดสุด แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้หยุดยั้งผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Bugatti, Hennessey, Koenigsegg และ Rimac จากการแข่งขันเพื่อชิงมงกุฎ “รถยนต์ถนนที่เร็วที่สุดในโลก” ครับ
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจรถยนต์ถนนโปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก โดยอิงจากตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ผู้ผลิตยืนยัน และผ่านการทดสอบบนสนามบินและลานทดสอบเฉพาะทาง เพื่อให้เห็นภาพรวมของสุดยอดเทคโนโลยีความเร็ว ณ ปี 2025
Koenigsegg Jesko Absolut: ว่าที่ราชาแห่งความเร็ว 330 ไมล์ต่อชั่วโมง
แม้ว่า Koenigsegg Jesko Absolut จะยังไม่ได้ทำการทดสอบจริงเพื่อทำความเร็วสูงสุดถึงขีดสุด แต่การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ของบริษัทสัญชาติสวีเดนนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่มั่นใจได้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้ถึง 330 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 531 กม./ชม.) เลยทีเดียวครับ
หัวใจสำคัญของ Jesko Absolut คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 1,280 แรงม้า และเมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 จะเพิ่มกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า Koenigsegg กล่าวว่ารถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินขับไล่ ซึ่งเมื่อมองจากรูปลักษณ์แล้วก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ
ด้วยพละกำลังอันเหลือล้น ผสานกับค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ที่ต่ำอย่างเหลือเชื่อที่ 0.278 และระบบเกียร์ 9 จังหวะ ทำให้ Jesko Absolut สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาประมาณ 2.0 วินาที และ 0-160 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที หาก Jesko Absolut สามารถทำความเร็วสูงสุดตามที่การจำลองแสดงผลได้จริง มันจะกลายเป็นรถโปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัย
Yangwang U9 Xtreme: สุดยอดไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากจีน ทะยานสู่ 308.4 ไมล์ต่อชั่วโมง
ดูเหมือนว่าในแต่ละสัปดาห์จะมีไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าเปิดตัวใหม่ แต่มีเพียงไม่กี่คันที่สามารถอ้างสิทธิ์ในการเป็น “ที่หนึ่ง” ได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ Yangwang U9 Xtreme จากประเทศจีน
ก่อนหน้านี้รถคันนี้เคยโค่นบัลลังก์ Rimac Nevera ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยสถิติความเร็ว 293.54 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 472.4 กม./ชม.) แต่สำหรับผู้บริหารระดับสูงของ Yangwang (แบรนด์รถยนต์หรูในเครือ BYD) ยังไม่เพียงพอ พวกเขาจึงกลับไปทดสอบอีกครั้งที่สนาม ATP ในประเทศเยอรมนี และทำสถิติความเร็วสูงสุดใหม่ที่ 308.4 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 496.3 กม./ชม.) ซึ่งทำให้มันเป็นรถโปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น
U9 Xtreme มีกำลังสูงสุดถึง 2,978 แรงม้า และเคลมว่าสามารถเร่งความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลาต่ำกว่า 2.0 วินาที ด้วยสนนราคาประมาณ 200,000 ปอนด์ในประเทศจีน ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและความล้ำสมัย
Bugatti Chiron Super Sport 300+: สถิติที่ถูกจารึก 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง
หลายคนอาจโต้แย้งว่า Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือรถโปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง เนื่องจากมันได้ทำการทดสอบจริงและบันทึกสถิติความเร็วสูงสุดอันน่าเหลือเชื่อไว้แล้ว
Chiron Super Sport 300+ ซึ่งต่อยอดมาจาก Bugatti Chiron รุ่นมาตรฐาน ถูกขับโดย Andy Wallace นักแข่ง Le Mans และนักทดสอบของ Bugatti ทำความเร็วสูงสุดที่ 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 490.5 กม./ชม.) ในประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2019
พละกำลังมาจากเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ลูก ให้กำลัง 1,578 แรงม้า และแรงบิด 1,180 ปอนด์-ฟุต ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-124 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-200 กม./ชม.) ได้ใน 5.8 วินาที และ 0-186 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-300 กม./ชม.) ในเวลาที่แทบไม่น่าเชื่อคือ 12.1 วินาที
Chiron ที่สร้างสถิติได้ติดตั้งเบาะนั่งที่เบาลง ระบบช่วงล่างที่ต่ำลง และโรลเคจเพื่อเพิ่มความปลอดภัย รถโปรดักชั่น Chiron Super Sport 300+ มีการผลิตเพียง 30 คันเท่านั้น แต่รถเหล่านี้ถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 273 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 439.4 กม./ชม.)
SSC Tuatara: ความพยายามที่พิสูจน์ตัวเอง 282.9 ไมล์ต่อชั่วโมง
ด้วยกำลัง 1,750 แรงม้า และเรดไลน์ที่ 8,800 รอบต่อนาที SSC Tuatara ที่ผลิตในอเมริกาคันนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ พละกำลังถูกส่งไปยังล้อหลังจากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร
คำกล่าวอ้างแรกของ SSC เกี่ยวกับสถิติความเร็วสูงสุด “อย่างเป็นทางการ” ที่ 331 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 532.7 กม./ชม.) ถูกหักล้างอย่างรวดเร็ว หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องหลักฐานวิดีโอที่อาจทำให้เข้าใจผิด และการยอมรับในภายหลังว่าอาจมีปัญหา “ความแม่นยำ” กับชุดบันทึกข้อมูล
Tuatara ได้ทำการทดสอบอีกครั้งในปี 2021 โดยทำความเร็วเฉลี่ย 282.9 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 455.3 กม./ชม.) ในระยะทางเดียวกัน ซึ่งแม้จะไม่ใช่ 316 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 508.5 กม./ชม.) ตามที่อ้างไว้ในตอนแรก แต่ก็ยังคงเป็นความเร็วที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
Bugatti Mistral: เหนือชั้นด้วยรูปลักษณ์เปิดประทุน 282 ไมล์ต่อชั่วโมง
Bugatti Mistral ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นรถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดในโลก โดยทำสถิติความเร็วสูงสุดโลกไว้ที่ 282 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 453.8 กม./ชม.) ในปี 2024
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจดูคล้ายกับ Chiron ที่ตัดหลังคาออก แต่ Mistral เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมตัวถังที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด รถคันนี้ถือเป็นการใช้เครื่องยนต์ W16 อันโด่งดังของ Bugatti เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเริ่มผลิตครั้งแรกกับ Veyron
หากคุณต้องการเป็นเจ้าของ Mistral คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะมีการผลิตเพียง 99 คันเท่านั้น และขายหมดก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีสนนราคาอยู่ที่ 4.17 ล้านปอนด์ต่อคัน
Bugatti Tourbillon: วิวัฒนาการของไฮเปอร์คาร์ไฮบริด 277 ไมล์ต่อชั่วโมง
Bugatti Tourbillon คือไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมพละกำลังอันมหาศาล และปรากฏตัวขึ้น 20 ปีหลังจาก Veyron ที่เป็นตำนาน
ระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มีหัวใจเป็นเครื่องยนต์ V16 แบบไร้ซุปเปอร์ชาร์จเกอร์ ขนาด 8.3 ลิตร ให้กำลังรวม 1,775 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.0 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 277 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 445.8 กม./ชม.) แม้ว่ารถสำหรับลูกค้าจะถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 236 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 380 กม./ชม.)
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 25 kWh ทำให้ Tourbillon สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 37 ไมล์ (ประมาณ 60 กม.) ซึ่งเป็นความพยายามของ Bugatti ในการผสานสมรรถนะระดับสุดยอดเข้ากับความยั่งยืน
Hennessey Venom F5: สัตว์ร้ายสัญชาติอเมริกัน 271 ไมล์ต่อชั่วโมง
แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lotus Exige ที่เป็นพื้นฐาน Venom F5 เป็นรถที่ Hennessey สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของบริษัทสัญชาติอเมริกันรายนี้
Venom F5 โดดเด่นด้วยโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ และเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,193 ปอนด์-ฟุต ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-400 กม./ชม. (0-250 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้ในเวลาเพียง 15.5 วินาที ซึ่งเร็วกว่า Bugatti Chiron ถึงครึ่งหนึ่ง
Hennessey ยังคาดการณ์ความเร็วสูงสุดไว้ที่ 341 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 548.8 กม./ชม.) แม้ว่าปัจจุบันรถคันนี้จะทำความเร็วสูงสุดที่เคยบันทึกได้คือ 271.6 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 437.1 กม./ชม.)
Rimac Nevera R: ประสิทธิภาพไฟฟ้าไร้ขีดจำกัด 268.2 ไมล์ต่อชั่วโมง
Nevera R ที่มีกำลัง 2,078 แรงม้า ได้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยสถิติความเร็วสูงสุด 268.2 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 431.6 กม./ชม.)
แม้ว่าตำแหน่งนี้จะถูกท้าทายโดย Yangwang U9 Xtreme แล้วก็ตาม แต่ Nevera R รุ่นพิเศษคันนี้ยังคงเป็น “จรวด” ที่น่าเกรงขาม ด้วยความเร็วสูงสุดที่มากกว่า Bugatti Veyron Supersport
นอกจากนี้ ยังสามารถทำสถิติอัตราเร่งจาก 0-400 กม./ชม. (0-249 ไมล์ต่อชั่วโมง) และกลับมาหยุดนิ่งได้ในเวลาที่ทำลายสถิติโลกคือ 25.79 วินาที พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือชั้นของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
Koenigsegg Agera RS: สถิติบนถนนสาธารณะ 268 ไมล์ต่อชั่วโมง
เมื่อ Koenigsegg ใช้ Agera RS ของลูกค้าเพื่อคว้าสถิติความเร็วสูงสุดในปี 2017 ทางบริษัทยังได้สร้างสถิติสำหรับความเร็วสูงสุดที่เคยบันทึกได้บนถนนสาธารณะอีกด้วย
Mercedes-Benz เคยครองสถิติดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 1938 เมื่อรถแข่ง W125 ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างมาก สามารถทำความเร็วได้ 268 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 431.3 กม./ชม.) บนทางหลวง autobahn ที่ปิดให้บริการ
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าตลอด 80 ปี Agera RS คันนี้เป็นรถที่อยู่ในสภาพมาตรฐานทุกประการ โดยมีแพ็กเกจเครื่องยนต์ ‘1MW’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก Koenigsegg ที่ให้กำลังสูงถึง 1,360 แรงม้า
Bugatti Veyron Super Sport: การกลับมาทวงบัลลังก์ 267.85 ไมล์ต่อชั่วโมง
ไม่พอใจกับการเสียสถิติ และยิ่งไปกว่านั้นคือเสียให้กับคู่แข่งหน้าใหม่จากอเมริกา Bugatti ได้ทำการปรับปรุง Veyron ครั้งใหญ่ เพื่อทวงคืนตำแหน่งเจ้าแห่งความเร็ว
Veyron Super Sport มีการผลิตจำกัดเพียง 30 คัน โดยแต่ละคันได้รับการปรับเพิ่มกำลังเป็น 1,184 แรงม้า และมีการปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์เพื่อรองรับแรงกระทำที่เกิดขึ้นเมื่อความเร็วเกิน 250 ไมล์ต่อชั่วโมง
ในเดือนกรกฎาคม ปี 2010 นักทดสอบของ Bugatti คือ Pierre-Henri Raphanel ได้ขับ Veyron Super Sport ทำความเร็วเฉลี่ย 267.856 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 431.06 กม./ชม.) ที่สนามทดสอบ Ehra-Lessien oval
บทสรุปและการก้าวต่อไป
การแข่งขันเพื่อเป็น “รถยนต์ถนนที่เร็วที่สุดในโลก” เป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและจิตวิญญาณแห่งการไม่หยุดนิ่งของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ แต่ละคันที่ปรากฏในรายชื่อนี้ ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่คือผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด
สำหรับผู้ที่หลงใหลในโลกของซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ การติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์เหล่านี้และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ใฝ่ฝันถึงสมรรถนะสูงสุด หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ อย่าลังเลที่จะ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นที่คุณสนใจ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์สมรรถนะสูง เพื่อค้นหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและสไตล์ของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ โลกแห่งความเร็วรอคุณอยู่!
สุดยอดรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก: เหนือกว่าขีดจำกัดความเร็วบนท้องถนนปี 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง สองทศวรรษที่ผ่านมาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากยุคที่รถยนต์รุ่นแรกๆ ทำความเร็วได้เพียง 10 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์สมัยใหม่ บัดนี้ รถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายทั่วไปสามารถทำความเร็วเหนือ 300 ไมล์ต่อชั่วโมงได้อย่างสบายๆ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝันอันสูงสุด
ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับยอดขาย ส่วนแบ่งการตลาด และการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ แต่ยังมีกลุ่มผู้ผลิตที่ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดให้กับเป้าหมายเดียว นั่นคือ “ความเร็ว” การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง “รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก” ได้จุดประกายให้แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bugatti, Hennessey, Koenigsegg และ Rimac ทุ่มเทการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่ลดละ
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจรายชื่อ รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ได้รับรองอย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงจากตัวเลขของผู้ผลิตเอง ซึ่งได้รับการทดสอบในสนามบินและลานทดสอบที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดสำหรับ รถยนต์ความเร็วสูง ในปี 2025
Koenigsegg Jesko Absolut: พลังเหนือจินตนาการ สู่ความเร็ว 330 ไมล์ต่อชั่วโมง
แม้ว่า Koenigsegg Jesko Absolut จะยังไม่ได้ทำการทดสอบความเร็วสูงสุดจริงในสนามจริง แต่การจำลองทางคอมพิวเตอร์ของค่ายรถจากสวีเดนนี้ ก็บ่งชี้อย่างมั่นใจว่ามันสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 330 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งจะทำให้มันกลายเป็น รถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก อย่างแท้จริง
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ ที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ Jesko Absolut สามารถผลิตกำลังได้ถึง 1280 แรงม้า หรือ 1600 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 การออกแบบของ Koenigsegg ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินขับไล่ ทำให้รถคันนี้มีความเพรียวลมอย่างยอดเยี่ยม ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) เพียง 0.278 และระบบเกียร์ 9 สปีด ทำให้รถสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในราว 2.0 วินาที และ 0-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.6 วินาที หาก Jesko Absolut สามารถทำความเร็วสูงสุดตามที่จำลองไว้ได้จริง มันจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ “รถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก” อย่างไร้ข้อกังขา
Yangwang U9 Xtreme: มิติใหม่แห่ง Hyper EV ความเร็ว 308.4 ไมล์ต่อชั่วโมง
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (Hyper EV) ถูกเปิดตัวแทบทุกสัปดาห์ มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถอ้างสิทธิ์ในการครอบครองสถิติได้ อย่าง Yangwang U9 Xtreme จากประเทศจีน
รถยนต์รุ่นนี้เคยสร้างความฮือฮาด้วยการทำลายสถิติ รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก ของ Rimac Nevera ด้วยความเร็ว 293.54 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่สำหรับผู้บริหารของ Yangwang (แบรนด์รถหรูในเครือ BYD) ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เพียงพอ พวกเขากลับไปที่สนามทดสอบ ATP ในเยอรมนีอีกครั้ง และสามารถบันทึกความเร็วสูงสุดได้ถึง 308.4 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้ Yangwang U9 Xtreme ก้าวขึ้นเป็น รถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก ที่เคยมีมา
U9 Xtreme ผลิตกำลังได้สูงถึง 2978 แรงม้า โดยมีตัวเลขเคลมว่าสามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้น้อยกว่า 2.0 วินาที และมีราคาประมาณ 200,000 ปอนด์ในประเทศจีน ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง จากฝั่งเอเชีย
Bugatti Chiron Super Sport 300+: ตำนานความเร็ว 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง
หลายคนอาจโต้แย้งว่า Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือ รถยนต์โปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก ที่มีอยู่จริง เพราะมันได้ทำการบันทึกความเร็วสูงสุดที่น่าเหลือเชื่อถึง 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง ในปี 2019
สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Bugatti Chiron รุ่นมาตรฐาน Chiron Super Sport 300+ ถูกขับโดย Andy Wallace นักแข่ง Le Mans ผู้ชนะ และนักทดสอบของ Bugatti เพื่อทำลายสถิติที่เมือง Ehra-Lessien ประเทศเยอรมนี
พลังขับเคลื่อนมาจากเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ที่มี 4 เทอร์โบชาร์จ สามารถผลิตกำลังได้ 1578 แรงม้า และแรงบิด 1180 ปอนด์-ฟุต ทำให้รถสามารถเร่งจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ใน 5.8 วินาที และ 0-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 12.1 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก
รถ Chiron ที่ทำสถิติได้ติดตั้งเบาะที่นั่งที่เบาลง ระบบช่วงล่างที่ต่ำลง และโรลบาร์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่ารถยนต์รุ่นโปรดักชั่น 30 คันที่ผลิตออกมาจะมีข้อจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 273 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ตำนานความเร็ว 304.7 ไมล์ต่อชั่วโมง ของรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่กล่าวขาน
SSC Tuatara: ความเร็วที่ถูกท้าทาย สู่สถิติ 282.9 ไมล์ต่อชั่วโมง
SSC Tuatara รถยนต์จากอเมริกา มาพร้อมกับพละกำลัง 1750 แรงม้า และเรดไลน์ที่ 8800 รอบต่อนาที โดยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร ขับเคลื่อนไปยังล้อหลัง
SSC เคยอ้างสถิติความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการที่ 331 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งต่อมาถูกตั้งคำถามและโต้แย้งเนื่องจากมีข้อสงสัยในหลักฐานวิดีโอและข้อมูลการบันทึกความเร็วที่อาจมีความคลาดเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบอีกครั้งในปี 2021 Tuatara สามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้ 282.9 ไมล์ต่อชั่วโมง จากการวิ่งสองรอบบนถนนเดียวกัน แม้ตัวเลขนี้จะไม่ใช่ 316 ไมล์ต่อชั่วโมง ตามที่เคยอ้างไว้ แต่ก็ยังคงเป็นความเร็วที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ซูเปอร์คาร์
Bugatti Mistral: ความเร็วเปิดประทุนสูงสุด 282 ไมล์ต่อชั่วโมง
Bugatti Mistral ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็น รถยนต์เปิดประทุนที่เร็วที่สุดในโลก โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 282 ไมล์ต่อชั่วโมง ในปี 2024
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจดูคล้ายกับ Bugatti Chiron ที่ถูกถอดหลังคาออก แต่ Mistral เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมการออกแบบตัวถังใหม่ทั้งหมด การเปิดตัว Mistral ถือเป็นการใช้เครื่องยนต์ W16 อันโด่งดังของ Bugatti เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกใน Veyron
สำหรับผู้ที่สนใจ Mistral ต้องบอกว่าโชคร้าย เพราะรถรุ่นนี้ถูกผลิตเพียง 99 คัน และขายหมดก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในราคาคันละ 4.17 ล้านปอนด์
Bugatti Tourbillon: เทคโนโลยีไฮบริด สู่ความเร็ว 277 ไมล์ต่อชั่วโมง
Bugatti Tourbillon คือสุดยอดไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดของ Bugatti ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) โดยมีหัวใจหลักเป็นเครื่องยนต์ V16 แบบไร้เทอร์โบ ให้กำลังรวม 1775 แรงม้า
รถรุ่นนี้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ใน 2.0 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 277 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่สำหรับรถยนต์ที่ส่งมอบให้ลูกค้า จะถูกจำกัดความเร็วไว้ที่ 236 ไมล์ต่อชั่วโมง
แม้จะเป็นรถ PHEV ที่มีแบตเตอรี่ขนาด 25kWh แต่ Tourbillon ก็สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 37 ไมล์ ซึ่งอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักสำหรับผู้ซื้อ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งความล้ำหน้าของเทคโนโลยี รถยนต์สมรรถนะสูง
Hennessey Venom F5: ความเร็วเหนือชั้น 271 ไมล์ต่อชั่วโมง (ศักยภาพสูงกว่า)
แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าที่ใช้พื้นฐานจาก Lotus Exige Hennessey Venom F5 เป็นรถที่ออกแบบและผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของบริษัทจากอเมริกาแห่งนี้
Venom F5 โดดเด่นด้วยโครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ และเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 1817 แรงม้า และแรงบิด 1193 ปอนด์-ฟุต ทำให้รถสามารถเร่งจาก 0-400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (250 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้ในเวลาเพียง 15.5 วินาที ซึ่งเร็วกว่า Bugatti Chiron ครึ่งหนึ่ง
Hennessey ตั้งเป้าความเร็วสูงสุดไว้ที่ 341 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่จากข้อมูลล่าสุด รถคันนี้สามารถทำความเร็วได้ถึง 271.6 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่ นี่คืออีกหนึ่ง contender ที่น่าจับตาในวงการ รถยนต์ความเร็วสูง
Rimac Nevera R: ความเร็วไฟฟ้า 268.2 ไมล์ต่อชั่วโมง
Rimac Nevera R ที่มีกำลัง 2078 แรงม้า เคยครองตำแหน่ง รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก ในช่วงต้นปี ด้วยความเร็วสูงสุด 268.2 ไมล์ต่อชั่วโมง
แม้ว่าปัจจุบันตำแหน่งดังกล่าวจะตกเป็นของ Yangwang U9 Xtreme แต่ Nevera R ก็ยังคงเป็น “จรวด” ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง ด้วยความเร็วสูงสุดที่สูงกว่า Bugatti Veyron Super Sport เสียอีก
นอกจากนี้ Nevera R ยังสามารถทำสถิติใหม่ด้วยการเร่งจาก 0-400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (249 ไมล์ต่อชั่วโมง) และเบรกกลับมาหยุดนิ่งได้ในเวลาที่น่าทึ่งเพียง 25.79 วินาที ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า สมรรถนะสูง
Koenigsegg Agera RS: ความเร็วบนถนนสาธารณะ 268 ไมล์ต่อชั่วโมง
ในปี 2017 Koenigsegg ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการใช้ Koenigsegg Agera RS ของลูกค้าคันหนึ่งในการสร้างสถิติความเร็วสูงสุด และยังเป็นผู้ครองสถิติความเร็วสูงสุดที่เคยบันทึกได้บนถนนสาธารณะ
สถิติดังกล่าวเคยเป็นของ Mercedes-Benz W125 ที่สร้างขึ้นพิเศษในปี 1938 ด้วยความเร็ว 268 ไมล์ต่อชั่วโมง บนทางหลวงที่ปิดให้ทดสอบ
เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีตลอด 80 ปี Agera RS ที่ใช้ในการบันทึกสถิติเป็นรถรุ่นมาตรฐานที่ติดตั้งแพ็คเกจเครื่องยนต์ ‘1MW’ ซึ่งให้กำลังสูงถึง 1360 แรงม้า ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ Koenigsegg ในการผลักดันขีดจำกัดของ รถยนต์สมรรถนะสูง
Bugatti Veyron Super Sport: การทวงคืนบัลลังก์ 267.85 ไมล์ต่อชั่วโมง
ด้วยความไม่พอใจที่เสียสถิติให้กับคู่แข่งจากอเมริกาอย่าง SSC Bugatti จึงได้ทำการยกเครื่อง Bugatti Veyron Super Sport ครั้งใหญ่ เพื่อทวงคืนตำแหน่ง รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก
Veyron Super Sport ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 30 คัน แต่ละคันได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงถึง 1184 แรงม้า พร้อมการปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อรับมือกับแรงกดมหาศาลที่ความเร็วเกิน 250 ไมล์ต่อชั่วโมง
ในเดือนกรกฎาคม ปี 2010 นักทดสอบของ Bugatti คือ Pierre-Henri Raphanel สามารถทำความเร็วเฉลี่ยที่ 267.856 ไมล์ต่อชั่วโมง บนสนามทดสอบวงแหวน Ehra-Lessien
อนาคตของความเร็ว: สู่ขีดจำกัดใหม่
การแข่งขันเพื่อสร้าง รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก ยังคงดำเนินต่อไป และดูเหมือนว่าขีดจำกัดของเทคโนโลยีจะถูกผลักดันไปข้างหน้าอยู่เสมอ การมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (Hyper EV) ได้เปิดมิติใหม่ของการแข่งขัน ทำให้การคาดการณ์ รถยนต์ความเร็วสูง ในอนาคตยิ่งน่าตื่นเต้น
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง หรือเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งที่แน่นอนคือ เราจะได้เห็น รถยนต์สมรรถนะสูง ที่ทำลายสถิติใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว และต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก เหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่การเป็นเจ้าของสุดยอดยนตรกรรม หรืออย่างน้อยก็เป็นแรงบันดาลใจให้ไล่ตามความฝันแห่งความเร็วของคุณ
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมรถยนต์ ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี หรือเพียงแค่ผู้ที่หลงใหลในความเร็ว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก” เหล่านี้ จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ และอาจเป็นแรงผลักดันให้คุณก้าวไปสู่การสัมผัสประสบการณ์สุดยอดแห่งยนตรกรรมด้วยตัวคุณเอง

