• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0101679 ำใจจากคนแปลกหน part 2

admin79 by admin79
January 2, 2026
in Uncategorized
0
N0101679 ำใจจากคนแปลกหน part 2

ดูเวอร์ชั่นเต็มได้ที่กลางเว็บไซต์👇

ก้าวสู่ยุคทองของความแรง: เจาะลึก 20 ซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก (2025 Edition)

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ รถยนต์สมรรถนะสูง พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ขีดจำกัดของกำลังเครื่องยนต์และเทคโนโลยีถูกผลักดันจนแทบจะหลุดพ้นจากกฎฟิสิกส์ ผู้ผลิตรถยนต์แข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา บนท้องถนน เราเห็นการถือกำเนิดของ ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า ที่ทุบสถิติอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถแทนที่ขุมพลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบ V-16 ควอดเทอร์โบได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงกระนั้น อนาคตก็กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง กำลังจะขึ้นมาครองบัลลังก์แห่งพละกำลังในไม่ช้า สำหรับใครก็ตามที่ปรารถนาสัมผัสประสบการณ์ความเร็วสูงสุด ณ ปัจจุบัน การได้อยู่หลังพวงมาลัยของเครื่องจักรที่ยังคงขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในคือคำตอบ

การวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลชั้นนำอย่าง Motor Trend, Car and Driver, Hagerty และ Road and Track ทำให้เราสามารถรวบรวมรายชื่อ รถยนต์โปรดักชันที่ทรงพลังที่สุดในโลก โดยพิจารณาจากกำลังแรงม้าสูงสุดของแต่ละคัน บทความนี้ได้รับการอัปเดตล่าสุด เพื่อสะท้อนถึงยานยนต์รุ่นใหม่ปี 2025 ที่ได้เข้ามาสร้างสีสันและทุบสถิติเดิม เพิ่มเติมจากรายชื่อเดิม ทำให้เราได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นของ สุดยอดรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ ที่ครองใจนักเลงรถทั่วโลก

Aion Hyper SSR: พลังไฟฟ้าจากแดนมังกร

เริ่มต้นการเดินทางของเราด้วย Aion Hyper SSR รถยนต์โปรดักชัน All-Electric ที่เริ่มการผลิตในปี 2024 คันนี้ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัยและสมรรถนะอันน่าทึ่ง แม้รายละเอียดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ NCM Lithium-ion จะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่ Hyper SSR ก็ปล่อยแรงบิดมหาศาลถึง 8,900 ปอนด์-ฟุต ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าสนใจว่าระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งจะเป็นเท่าใด

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม.

น้ำหนัก: ไม่ระบุ

แรงม้า: 1,225 แรงม้า

แรงบิด: 8,850 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่, ขับเคลื่อนล้อหลัง

ภายในห้องโดยสารของ Hyper SSR ก็สะท้อนความล้ำสมัยไม่แพ้ภายนอก ด้วยพวงมาลัยสไตล์รถแข่ง, แผงหน้าปัดสองระดับ, โครงสร้างท่อเปลือยที่ห้องโดยสาร, หน้าจอ Infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว, กลุ่มมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และประตูแบบปีกผีเสื้อที่เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก

Czinger 21C: นวัตกรรมจากลอสแอนเจลิส

Czinger 21C ซูเปอร์คาร์สัญชาติอเมริกันที่ผลิตในลอสแอนเจลิส คันนี้ โดดเด่นด้วยการผสมผสานเครื่องยนต์ V-8 Twin-Turbo ขนาด 2.88 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่เพลาหน้า สร้างระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive ที่ทรงพลัง สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 431 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,250 กก.

แรงม้า: 1,250 แรงม้า

แรงบิด: 1,061 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

การออกแบบห้องโดยสารของ 21C ไม่เหมือนรถยนต์ทั่วไป โดยมีเบาะนั่งเดี่ยวอยู่ตรงกลาง เพื่อเลียนแบบรถแข่ง Formula 1 ซึ่งช่วยลดแรงต้านอากาศที่ความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม Czinger ได้เพิ่มเบาะนั่งอีกตัวไว้ด้านหลังผู้ขับขี่ ทำให้เป็นซูเปอร์คาร์แบบ 2 ที่นั่ง ที่ยังคงรูปลักษณ์ของรถแข่งระดับสนาม

SSC Ultimate Aero TT: ผู้ท้าชนจากอเมริกา

SSC Ultimate Aero TT ก่อตั้งโดย Jerod Shelby (ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Carroll Shelby ผู้ล่วงลับ) เป็นรถที่พิสูจน์ว่าอเมริกา ก็สามารถสร้างสรรค์ ซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก ได้เช่นกัน ถึงแม้ SSC จะมีรถรุ่นใหม่ที่แรงกว่าอย่าง SSC Tuatara Aggressor ที่ให้กำลังถึง 2,200 แรงม้า (แต่สำหรับลงสนามแข่งเท่านั้น) Ultimate Aero TT ยังคงเป็นรถโปรดักชันที่ให้กำลังสูงกว่า 1,200 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ V-8 ของ Corvette ที่ได้รับการปรับแต่ง พร้อมเทอร์โบคู่

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 410 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,250 กก.

แรงม้า: 1,287 แรงม้า

แรงบิด: 1,093 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนล้อหลัง

เป้าหมายของ Jerod Shelby คือการทำลายสถิติ และพิสูจน์ว่ารถยนต์จากยุโรปที่เคยครองตลาดซูเปอร์คาร์มานาน จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งจากฝั่งอเมริกา

Nio EP9: พลังไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะสนามแข่ง

Nio EP9 ไม่ใช่รถที่คุณจะเห็นวิ่งอยู่บนถนนทั่วไป แม้จะถูกผลิตและจำหน่ายให้กับสาธารณะ แต่รถคันนี้ ไม่ใช่รถยนต์ที่จดทะเบียนวิ่งบนถนนได้ตามกฎหมาย EP9 เป็นซูเปอร์คาร์ All-Electric ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกอิสระควบคุมแต่ละล้อ เพื่อส่งกำลังมหาศาลในการทะยานสู่ความเร็วเกือบ 320 กม./ชม.

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 314 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,735 กก.

แรงม้า: 1,341 แรงม้า

แรงบิด: 1,092 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

จุดเด่นที่น่าสนใจของ EP9 คือ แบตเตอรี่ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ภายในไม่กี่นาที โดยใช้เวลาชาร์จเต็มเพียง 45 นาที และวิ่งได้ไกลถึง 426 กม. Nio อาจจะพอใจกับการสร้างสถิติที่ Nürburgring แต่สำหรับบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 อนาคตของพวกเขาก็ดูสดใส

Koenigsegg Agera One: 1 (Mega Car)

Koenigsegg Agera One: 1 เปิดตัวครั้งแรกในงาน Geneva Motor Show ปี 2014 ผลิตเพียง 7 คันทั่วโลก และถูกขายหมดก่อนการผลิตจะเสร็จสิ้น ขุมพลังคือเครื่องยนต์ Agera V-8 Twin-Turbo ขนาด 5.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,341 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 1,011 ปอนด์-ฟุต ที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ 7 สปีด Dual-Clutch พร้อมเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.2 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 438 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,340 กก.

แรงม้า: 1,341 แรงม้า

แรงบิด: 1,011 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนล้อหลัง

คุณสมบัติพิเศษของ Agera One: 1 คือ โช้คอัพตัวที่สามบริเวณด้านหน้า ช่วยลดอาการย้วยเมื่อเร่งความเร็วอย่างรุนแรง Agera One: 1 ถือเป็น “Mega Car” คันแรกของโลก และความสามารถที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ สามารถรองรับเชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท

Rimac Concept S: พลังไฟฟ้าแห่งอนาคต

Rimac Concept S จากรถต้นแบบ สู่รถโปรดักชันคันแรกที่ส่งมอบให้กับเจ้าของในมหานครนิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ณ ปัจจุบัน ถือเป็นรถยนต์ All-Electric ที่เร็วที่สุดในตลาด ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ ให้กำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า และแรงบิดสูง พร้อมระยะทางวิ่ง 349 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 365 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,800 กก.

แรงม้า: 1,384 แรงม้า

แรงบิด: 1,328 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Rimac Concept S ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติความเร็วทั่วไป เช่น 0-100 กม./ชม. (1.74 วินาที) และควอเตอร์ไมล์ (8.26 วินาที) แต่ยังทำลายสถิติมากมาย รวมถึงระยะทาง 1 ไมล์ (20.62 วินาที) รถยนต์ไฟฟ้าได้เปิดประตูสู่การก้าวข้ามขีดจำกัดที่เครื่องยนต์สันดาปภายในสมรรถนะสูงเคยทำได้ และกำลังจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของวงการยานยนต์

Bugatti Chiron: ตำนานแห่งความเร็วที่ได้รับการปรับปรุง

Bugatti Chiron ยังคงใช้เครื่องยนต์ W-16 Quad-Turbo ขนาด 8.0 ลิตร แต่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ให้กำลังสูงสุด 1,479 แรงม้า ที่ 6,700 รอบต่อนาที และแรงบิด 1,180 ปอนด์-ฟุต ที่ 6,000 รอบต่อนาที แม้ความเร็วสูงสุดจะถูกจำกัดที่ 420 กม./ชม. ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ Chiron ก็มีความสามารถที่จะไปได้ไกลกว่านั้น หากมีชุดยางที่เหมาะสม

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.4 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 420 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,996 กก.

แรงม้า: 1,479 แรงม้า

แรงบิด: 1,180 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

ตัวถัง Chiron ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมระบบกันสะเทือนอิสระ และระบบขับเคลื่อน Haldex All-Wheel Drive ที่ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคง Bugatti เน้นย้ำว่า Chiron ไม่ได้มีระบบช่วยเหลือการขับขี่มากมายนัก เนื่องจากที่ความเร็วระดับนี้ ผู้ขับขี่จะต้องมีความสามารถในการควบคุมรถด้วยตนเองอย่างแท้จริง

Bugatti Divo: ความคมชัดที่สนามแข่ง

Bugatti Divo มาพร้อมเครื่องยนต์ W-16 ขนาด 8.0 ลิตร วางกลาง ให้กำลัง 1,479 แรงม้า และแรงบิด 1,180 ปอนด์-ฟุต เช่นเดียวกับ Chiron ความแตกต่างหลักคือ Divo ถูกออกแบบมาเพื่อการลงสนามแข่ง ทำให้มีน้ำหนักเบาลง 35 กก.

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 380 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,960 กก.

แรงม้า: 1,479 แรงม้า

แรงบิด: 1,180 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Bugatti ให้ความสำคัญกับหลักอากาศพลศาสตร์ของ Divo อย่างมาก เพื่อให้ลมไหลผ่านตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดแรงต้าน ส่งผลให้ Divo สามารถทำเวลาควอเตอร์ไมล์ได้ประมาณ 9 วินาที

Koenigsegg Regera: ระบบส่งกำลังไร้เกียร์

Koenigsegg Regera โดดเด่นด้วยระบบส่งกำลังที่แปลกประหลาด ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V-8 Twin-Turbo ขนาด 5.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ส่งกำลังรวม 1,500 แรงม้า ตรงไปยังล้อหลัง โดยไม่มีชุดเกียร์! Regera สามารถเร่งจาก 0-400 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 31.49 วินาที ซึ่งเป็นสถิติโลก

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 410 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,628 กก.

แรงม้า: 1,500 แรงม้า

แรงบิด: 1,475 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนล้อหลัง

คุณสมบัติความปลอดภัยหลักๆ ของ Regera มีเพียงเซ็นเซอร์ช่วยจอดหน้า-หลัง แต่จุดขายหลักของรถยนต์ระดับนี้คือรูปลักษณ์และสมรรถนะ ซึ่ง Regera มอบให้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ในราคาหลายล้านดอลลาร์

Bugatti Chiron Super Sport: ความเร็วที่ไม่มีวันสิ้นสุด

Bugatti Chiron Super Sport ด้วยเครื่องยนต์ 1,578 แรงม้า ทำให้รถน้ำหนัก 2,079 กก. คันนี้รู้สึกเบาราวกับ BMW Z3 พวงมาลัยนุ่มนวล ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทนทานต่อแรงกระทำ และการยึดเกาะ 1.05G บน Skidpad พลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์สามารถทำให้รถท้ายปัดได้หากใช้คันเร่งอย่างบ้าคลั่งกลางโค้ง การควบคุมรถนั้นสงบและไม่น่าหวาดหวั่น ทั้งที่กำลังเข้าโค้งด้วยแรง G สูงในรถยนต์ที่มีน้ำหนักมาก

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.2 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 440 กม./ชม.

น้ำหนัก: 2,079 กก.

แรงม้า: 1,578 แรงม้า

แรงบิด: 1,180 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

เครื่องยนต์ V-16 ขนาด 8 ลิตร ทำงานร่วมกับเทอร์โบ 4 ตัว และเกียร์อัตโนมัติ Sequential 7 สปีด Bugatti อ้างว่า Chiron Super Sport สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที และในการทดสอบของ Car and Driver รถสามารถทำความเร็ว 320 กม./ชม. จากจุดหยุดนิ่งได้ในเวลาเพียง 15 วินาที

Koenigsegg Jesko Absolut: สถิติความเร็วใหม่

Koenigsegg Jesko Absolut ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V-8 Twin-Turbo ขนาด 5.0 ลิตร ให้กำลัง 1,280 แรงม้า และแรงบิด 1,106 ปอนด์-ฟุต เมื่อใช้เชื้อเพลิงปกติ แต่เมื่อใช้ E85 จะให้กำลังถึง 1,600 แรงม้า โดดเด่นด้วยเพลาข้อเหวี่ยง V-8 ที่เบาที่สุดในโลก ทำจากเหล็กแท่งเดียวพร้อมดีไซน์ Flat-plane ระบบ LST มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.5 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 500+ กม./ชม. (คาดการณ์)

น้ำหนัก: 1,421 กก.

แรงม้า: 1,603 แรงม้า

แรงบิด: 1,106 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนล้อหลัง

ที่ความเร็วต่ำ ล้อหลังจะหันไปในทิศทางตรงข้ามกับล้อหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง Koenigsegg เคลมว่ารถสามารถสร้างแรงกด Downforce ได้ถึง 790 กก. ที่ความเร็ว 250 กม./ชม. และสูงถึง 1,400 กก. ที่ความเร็วสูงขึ้น ซึ่งใกล้เคียงกับน้ำหนักรถ

Koenigsegg Gemera: ไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่ง Plug-in Hybrid

Koenigsegg Gemera เปิดตัวผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ แม้งาน Geneva Motor Show จะถูกยกเลิก เป็นไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งคันแรกของโลกที่ผลิตเพื่อจำหน่าย และเป็นระบบ Plug-in Hybrid ขุมพลังคือเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัดชื่อ “Tiny Friendly Giant” (TFG) ที่มีน้ำหนักเพียง 70 กก. ให้กำลัง 590 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 400 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,992 กก.

แรงม้า: 1,700 แรงม้า

แรงบิด: 2,580 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

เครื่องยนต์ TFG ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (2 ตัวที่ล้อหลัง, 1 ตัวที่ล้อหน้า) รวมกำลังทั้งหมด 1,700 แรงม้า

SSC Tuatara: สมรรถนะที่ปรับแต่งได้

SSC Tuatara มาพร้อมขุมพลัง V-8 อันน่าทึ่ง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบและวิศวกรรมที่ยาวนานของ SSC North America บนน้ำมันปกติ Tuatara ให้กำลัง 1,350 แรงม้า แต่เมื่อใช้เอทานอลหรือเมทานอล จะสามารถเพิ่มกำลังได้ถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิด 1,341 ปอนด์-ฟุต

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.5 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 475 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,247 กก.

แรงม้า: 1,750 แรงม้า

แรงบิด: 1,341 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนล้อหลัง

SSC North America ร่วมมือกับ Nelson Racing Engines ในการผลิตและพัฒนาเครื่องยนต์ V-8 สำหรับไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์มีคุณภาพ สมรรถนะ และความทนทานตามที่อุตสาหกรรมไฮเปอร์คาร์ต้องการ Tuatara มีความเร็วสูงสุดที่เคลมว่าเกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง

Hennessey Venom F5: อัศวินไร้หลังคา

Hennessey Venom F5 มาพร้อมสองรูปแบบ คือ Coupe และ Roadster ทั้งสองรุ่นใช้ชุดกลไกเดียวกัน เครื่องยนต์ V-8 ให้กำลัง 1,817 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Single-Gear ตัว Roadster ที่มีน้ำหนักแห้ง 1,405 กก. เคลมความเร็วสูงสุดไว้ที่เกิน 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และจะถูกจำกัดความเร็วเมื่อถอดแผงหลังคาออก

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.5 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 500+ กม./ชม. (คาดการณ์)

น้ำหนัก: 1,360 กก. (Coupe)

แรงม้า: 1,817 แรงม้า

แรงบิด: 1,300 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนล้อหลัง

รุ่น Roadster ที่ไม่มีหลังคา มีน้ำหนักมากกว่ารุ่น Coupe เพียง 20 กก. Hennessey กล่าวว่า F5 จะเป็นรถยนต์เปิดประทุนที่เร็วและทรงพลังที่สุดในโลก จะมีการผลิตเพียง 30 คัน ราคาคันละ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Pininfarina Battista: ศิลปะแห่งการออกแบบและความเร็ว

Pininfarina Battista เป็นรถยนต์คันแรกที่ออกแบบและสร้างขึ้นโดย Pininfarina เอง พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบที่เปิดตัวในปี 2018 Battista เป็นผลผลิตจากการลงทุนของ Mahindra เจ้าของ Pininfarina รูปลักษณ์ที่สง่างามและกำลัง 1,877 แรงม้า ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยการลงทุนอันมหาศาล

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 358 กม./ชม.

น้ำหนัก: 2,064 กก.

แรงม้า: 1,874 แรงม้า

แรงบิด: 1,696 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Pininfarina ร่วมมือกับ Rimac ในด้านระบบส่งกำลังและโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ Per Svantesson ซีอีโอของ Pininfarina เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เหมือนกับรถของ Rimac ทุกประการ ซึ่งทำให้ Battista มีการปรับแต่งและประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์

Rimac Nevera: เทคโนโลยี Hypercar ที่ก้าวล้ำ

Rimac Nevera คือ Hypercar ไฟฟ้าที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยตัวเลขสมรรถนะที่ราวกับมาจากโลกอนาคต มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลัง 1,914 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.85 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 258 ไมล์ต่อชั่วโมง (415 กม./ชม.)

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 415 กม./ชม.

น้ำหนัก: 2,150 กก.

แรงม้า: 1,914 แรงม้า

แรงบิด: 1,696 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

นอกจากความเร็วทางตรงที่น่าทึ่ง Nevera ยังเป็น Hypercar ที่สมดุลอย่างยอดเยี่ยม เป็นทายาทของ Concept-One ที่พิสูจน์คุณค่าในทุกด้าน Rimac ผลิต Nevera จำนวนจำกัดเพียง 150 คัน

Aspark Owl: นกฮูกไฟฟ้าแห่งความเร็ว

Aspark Owl อยู่ระหว่างการพัฒนาตั้งแต่ปี 2018 โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลี Manifattura Automobili Torino รถยนต์ 50 คันที่จะผลิต จะใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตัวถังและแชสซี พร้อมโครงสร้างรองรับสแตนเลส ตัวรถขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (มอเตอร์ละ 1 ตัวต่อ 1 ล้อ) ให้กำลังรวม 1,985 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,475 ปอนด์-ฟุต

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.7 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 418 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,899 กก.

แรงม้า: 1,985 แรงม้า

แรงบิด: 1,475 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

การผสมผสานนี้ทำให้ Owl สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จอยู่ที่ประมาณ 400 กม. และใช้เวลาชาร์จเพียง 40 นาที ซึ่งถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับสถิติสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม

Lotus Evija: พลังไฟฟ้า 2,000 แรงม้า

Lotus Evija ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยี Hypercar ในปัจจุบัน แม้คู่แข่งหลายค่ายจะนำเสนอระบบส่งกำลังแบบ Hybrid แต่ Evija เป็นรถยนต์ All-Electric เต็มรูปแบบ พร้อมระบบชาร์จความเร็วสูง รูปลักษณ์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งที่ออกแบบมาเพื่อครองสนาม Evija มาพร้อมประตูแบบปีกผีเสื้อ และปีกหลังขนาดใหญ่ ทำจากแผ่นโลหะ มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังรวมกว่า 2,000 แรงม้า

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 349 กม./ชม.

น้ำหนัก: 1,680 กก.

แรงม้า: 2,012 แรงม้า

แรงบิด: 1,256 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Evija จะผลิตเพียง 130 คันทั่วโลก แต่ละคันมีราคาสูงกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Lotus อ้างว่า Evija สามารถเร่งจาก 0-300 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 9 วินาที ไม่จำเป็นต้องมองหาเครื่องเล่นรถไฟเหาะอีกต่อไป เมื่อคุณเป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์คันนี้

Deus Vayanne: แนวคิดสู่การผลิต

Deus Vayanne ถูก Deus เรียกว่า “Production-Oriented Concept” พร้อมเคลมตัวเลขสมรรถนะที่น่าเหลือเชื่อ แต่มีหมายเหตุว่า “ตัวเลขสมรรถนะจากการคำนวณ ไม่ได้รับการยืนยัน” ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนหรือประเภทของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ แต่ Vayanne อ้างว่ามีกำลัง 2,200 แรงม้า และแรงบิด 1,475 ปอนด์-ฟุต

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.99 วินาที (คาดการณ์)

ความเร็วสูงสุด: 400 กม./ชม. (คาดการณ์)

น้ำหนัก: 1,810 กก.

แรงม้า: 2,200 แรงม้า

แรงบิด: 1,475 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Deus กล่าวว่า Vayanne จะสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 1.99 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 400 กม./ชม. ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า Williams Advanced Engineering มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบส่งกำลังของ Vayanne มากน้อยเพียงใด Deus ระบุว่าจะเริ่มส่งมอบในปี 2025 และจะผลิตเพียง 99 คัน

Devel Sixteen: พลัง V-16 ควอดเทอร์โบ

Devel Sixteen หากคุณขับรถคันนี้ คุณอาจกล่าวได้ว่ารถยนต์คันอื่นบนท้องถนนนั้น “น่ารัก” คุณอาจไม่ได้รับความเป็นมิตรเท่าไรนัก แต่อาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึก “โดดเดี่ยวบนยอดเขา” ด้วยกำลังสูงถึง 5,007 แรงม้า รถยนต์คันอื่นอาจจะสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อคุณขับผ่าน ชื่อ ‘Sixteen’ มาจากเครื่องยนต์ V-16 Quad-Turbocharged

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 1.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 585 กม./ชม.

น้ำหนัก: 2,268 กก.

แรงม้า: 5,007 แรงม้า

แรงบิด: 3,760 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์วางกลาง, ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Devel Sixteen สามารถทำให้สัญญาณกันขโมยรถยนต์หลายคันดังได้ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Rockstar Games ซึ่งคุณสามารถซื้อได้ใน GTA 5 ในชื่อ “Desveste Eight” ราคาเริ่มต้นของรุ่น V-8 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และรุ่น V-16 ที่มีสมรรถนะสูงสุด จะเริ่มต้นที่มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โลกของ ซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น รถยนต์ไฟฟ้าที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อกำลังก้าวขึ้นมาท้าทายเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทรงพลังที่สุด ในขณะที่ผู้ผลิตยังคงผลักดันขีดจำกัดของวิศวกรรมและความเร็ว หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในยานยนต์สุดยอดเหล่านี้ อย่าพลาดที่จะติดตามเทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ต้องการสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ? เข้าร่วมชุมชนคนรักยนตรกรรมของเราวันนี้ เพื่อรับข่าวสารล่าสุด บทวิเคราะห์เชิงลึก และโอกาสพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด!

สุดยอดขุมพลัง: เปิดลิสต์ 20 รถยนต์โปรดักชันที่ทรงพลังที่สุดในโลกปี 2025

ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวกระโดดอย่างไม่หยุดยั้ง ขีดจำกัดของสมรรถนะรถยนต์โปรดักชัน (Production Cars) ที่เคยเชื่อกันว่าเหนือธรรมชาติ กำลังถูกทลายลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกต่างแข่งขันกันนำเสนอขุมพลังอันมหาศาล จนบางครั้งแรงบิดและแรงม้าที่ได้ อาจเกินกว่าที่ยางจะสามารถถ่ายทอดลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เคยเป็นอุปสรรคในการเพิ่มพละกำลังให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อประกาศศักดาเหนือคู่แข่ง

ปัจจุบัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs) กำลังขึ้นมาครองตำแหน่งผู้นำในด้านขุมพลังอันมหาศาล แต่ก็ยังไม่สามารถลบเลือนความยิ่งใหญ่ของเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engines – ICE) ที่มาพร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์หลายตัวได้ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ V-16 Quad-Turbo ที่ยังคงครองสถิติเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในรถยนต์ที่ถูกกฎหมายสำหรับการใช้งานบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่นอนว่าในไม่ช้า รถยนต์ไฟฟ้าล้วนจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์นี้ และขึ้นมาครองบัลลังก์รถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกอย่างสมบูรณ์

สำหรับใครที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ สัมผัสถึงอัตราเร่งอันดุดัน ที่จะทำให้คุณต้องตกตะลึง หากอยากสัมผัสความสุดยอดของ “ขุมพลังสูงสุด” ที่ขับขี่ได้จริงบนถนน (Most Powerful Production Cars in the World) ในขณะนี้ สิ่งที่คุณจะได้พบเจอส่วนใหญ่ยังคงเป็นสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ถูกปรับแต่งอย่างถึงที่สุด

จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวชั้นนำในวงการยานยนต์ระดับโลก ทั้ง Motor Trend, Car and Driver, Hagerty และ Road and Track เราได้วิเคราะห์และเปรียบเทียบสมรรถนะ โดยพิจารณาจากตัวเลขแรงม้า (Horsepower) ของรถยนต์โปรดักชันแต่ละรุ่น เพื่อให้ได้รายชื่อที่ครอบคลุมที่สุด

บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกปี 2025 ซึ่งมีการอัปเดตข้อมูลล่าสุด เพื่อให้ครอบคลุมถึงนวัตกรรมและสุดยอดรถยนต์ที่เพิ่งเปิดตัวไป เราได้คัดสรรมา 20 รุ่น ที่จะทำให้คุณต้องทึ่งกับวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงสุด

Devel Sixteen: สุดยอดแห่งความบ้าคลั่งด้วยขุมพลัง 5,007 แรงม้า

หากคุณได้ขับ Devel Sixteen คุณอาจจะพูดได้เต็มปากว่ารถคันอื่นบนท้องถนนนั้น “ดูน่ารักไปเลย” ความรู้สึกโดดเดี่ยวบนจุดสูงสุดนี้ มาพร้อมกับขุมพลังที่มากถึง 5,007 แรงม้า (HP) ตัวเลขนี้เกิดจากเครื่องยนต์ V-16 Quad-Turbocharged ที่ตั้งชื่อตามตัวเลข ‘Sixteen’ ของมันเอง พลังมหาศาลนี้มากพอที่จะทำให้รถยนต์คันอื่นต้องสั่นสะท้านเมื่อคุณขับผ่านไป Devel Sixteen ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการเกม โดยปรากฏในเกม Grand Theft Auto 5 ในชื่อ “Desveste Eight” สำหรับราคาเริ่มต้นนั้น คาดการณ์ว่ารุ่น V-8 จะอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรุ่น V-16 สุดยอดขุมพลัง จะเริ่มต้นที่กว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 364 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 5,000 ปอนด์

แรงม้า: 5,007 HP

แรงบิด: 3,760 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, All-wheel Drive

Deus Vayanne: การผสมผสานสุดล้ำ 2,200 แรงม้า

Deus เรียก Vayanne ว่าเป็น “รถต้นแบบที่มุ่งเน้นการผลิต” (production-oriented concept) พร้อมเคลมตัวเลขสมรรถนะที่น่าทึ่ง แต่ก็มีหมายเหตุว่าเป็น “สมรรถนะจากการคำนวณของคอมพิวเตอร์ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์” แม้จะยังไม่มีข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับจำนวนและประเภทของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ แต่ Vayanne อ้างว่ามีขุมพลัง 2,200 แรงม้า (HP) และแรงบิด 1,475 ปอนด์-ฟุต Deus อ้างว่า Vayanne สามารถทำอัตราเร่ง 0-62 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 1.99 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 248 ไมล์/ชม. ความร่วมมือกับ Williams Advanced Engineering ในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนนั้น น่าจะเป็นกุญแจสำคัญ Deus ระบุว่าการส่งมอบจะเริ่มในปี 2025 และจะผลิตออกมาเพียง 99 คันทั่วโลก

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 248 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 3,990 ปอนด์

แรงม้า: 2,200 HP

แรงบิด: 1,475 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Three Electric Motors, All-wheel Drive

Lotus Evija: นิยามใหม่ของ Hypercar ไฟฟ้า 2,012 แรงม้า

เทคโนโลยีสุดล้ำของ Lotus Evija ผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยี Hypercar ในยุคปัจจุบัน ในขณะที่คู่แข่งหลายรายนำเสนอขุมพลังแบบไฮบริด (Hybrid) แต่ Evija กลับเลือกเส้นทางที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (All-Electric) พร้อมระบบชาร์จความเร็วสูง การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งที่ออกแบบมาเพื่อการคว้าชัยในสนาม โดดเด่นด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) และปีกหลังขนาดใหญ่ ที่สร้างจากแผ่นโลหะ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสี่ล้อ ให้กำลังรวมกว่า 2,000 แรงม้า Lotus จะผลิต Evija เพียง 130 คันทั่วโลก โดยแต่ละคันมีราคาสูงกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่า Lotus เคลมว่า Evija สามารถทำอัตราเร่ง 0-186 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 9 วินาที

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 217 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 3,704 ปอนด์

แรงม้า: 2,012 HP

แรงบิด: 1,256 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Four Electric Motors, All-wheel Drive

Aspark Owl: นกฮูกไฟฟ้าความเร็วเหนือเสียง 1,985 แรงม้า

Aspark Owl อยู่ภายใต้การพัฒนามาตั้งแต่ปี 2018 โดยผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลี Manifattura Automobili Torino รถยนต์ 50 คันที่วางแผนการผลิตนี้ จะใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตัวถังและแชสซี พร้อมโครงสร้างรองรับจากสแตนเลส ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบไฟฟ้าล้วน โดยมีมอเตอร์หนึ่งตัวต่อหนึ่งล้อ ทำให้ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ All-wheel Drive ให้กำลังรวม 1,985 แรงม้า (HP) และแรงบิดสูงสุด 1,475 ปอนด์-ฟุต การผสมผสานนี้จะทำให้ Owl ทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 2 วินาที ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ประมาณ 250 ไมล์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ ควบคู่ไปกับสถิติสมรรถนะอันน่าทึ่ง

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.7 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 260 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,189 ปอนด์

แรงม้า: 1,985 HP

แรงบิด: 1,475 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Four Electric Motors, All-wheel Drive

Rimac Nevera: พลังไฟฟ้าจากอนาคต 1,914 แรงม้า

Rimac Nevera คือ Hypercar ไฟฟ้าที่แตกต่างอย่างแท้จริง ด้วยตัวเลขสมรรถนะที่ราวกับมาจากโลกอนาคต มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสี่ตัว ให้กำลัง 1,914 แรงม้า (HP) สามารถทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.85 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 258 ไมล์/ชม. นอกจากความเร็วที่จัดจ้านบนทางตรง Nevera ยังเป็น Hypercar ที่มีการกระจายน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในฐานะผู้สืบทอดจาก Concept-One โดย Rimac จะผลิต Nevera เพียง 150 คันทั่วโลก

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 258 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,740 ปอนด์

แรงม้า: 1,914 HP

แรงบิด: 1,696 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Four Electric Motors, All-wheel Drive

Pininfarina Battista: ศิลปะแห่งยานยนต์ไฟฟ้า 1,874 แรงม้า

Battista เป็นรถยนต์รุ่นแรกของ Pininfarina ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการผลิตโดยเฉพาะ โดยต่อยอดมาจากรถต้นแบบที่เปิดตัวในปี 2018 Battista เป็นผลผลิตจากการลงทุนของ Mahindra เจ้าของ Pininfarina ซึ่งการออกแบบอันสง่างามและขุมพลัง 1,877 แรงม้า (HP) เกิดขึ้นจากวิศวกรรมอันชาญฉลาด Pininfarina ร่วมมือกับ Rimac ในด้านระบบขับเคลื่อนและโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อสร้างรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ Per Svantesson ซีอีโอของ Pininfarina เชื่อมั่นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างจากรถยนต์ Rimac ทำให้ Battista มีการปรับแต่งและการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 222 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,550 ปอนด์

แรงม้า: 1,874 HP

แรงบิด: 1,696 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Four Electric Motors, All-wheel Drive

Hennessey Venom F5: สัตว์ร้ายสายพันธุ์อเมริกัน 1,817 แรงม้า

Venom F5 มีให้เลือกทั้งรุ่น Coupe และ Roadster ซึ่งใช้แพ็กเกจเครื่องยนต์เดียวกัน เครื่องยนต์ V-8 ที่ให้กำลัง 1,817 แรงม้า (HP) ขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Single-gear รุ่น Roadster ที่มีน้ำหนักแห้ง 3,098 ปอนด์ มีความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้ว่าเกิน 300 ไมล์/ชม. แต่จะถูกจำกัดความเร็วเมื่อถอดแผงหลังคาออก รุ่นที่ไม่มีหลังคาจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง 45 ปอนด์ เมื่อเทียบกับรุ่น Coupe Hennessey อ้างว่า F5 จะเป็นรถยนต์เปิดประทุนที่เร็วและทรงพลังที่สุดในโลก โดยจะผลิตเพียง 30 คันเท่านั้น สนนราคาคันละ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.5 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 300 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 2,998 ปอนด์

แรงม้า: 1,817 HP

แรงบิด: 1,300 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, Rear-wheel Drive

SSC Tuatara: สุดยอด Hypercar แห่งอเมริกา 1,750 แรงม้า

หัวใจของ Tuatara คือความมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยี ผลลัพธ์จากการออกแบบและวิศวกรรมอันละเอียดอ่อนของ SSC North America เครื่องยนต์ V-8 ของ Tuatara ให้กำลัง 1,350 แรงม้า (HP) เมื่อใช้น้ำมันเบนซินทั่วไป แต่สามารถรีดสมรรถนะได้สูงสุดถึง 1,750 แรงม้า และแรงบิด 1,341 ปอนด์-ฟุต เมื่อใช้เอทานอลหรือเมทานอล SSC North America ได้ร่วมมือกับ Nelson Racing Engines ในการผลิตและประกอบเครื่องยนต์ V-8 เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์นี้มีคุณภาพ สมรรถนะ และความทนทานตามมาตรฐานของตลาด Hypercar Tuatara มีความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้ว่าเกิน 300 ไมล์/ชม.

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.5 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 295 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 2,750 ปอนด์

แรงม้า: 1,750 HP

แรงบิด: 1,341 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, Rear-wheel Drive

Koenigsegg Gemera: Hypercar 4 ที่นั่ง พลังไฮบริด 1,700 แรงม้า

แม้ว่างาน Geneva Motor Show ปี 2020 จะถูกยกเลิกไป แต่ Koenigsegg Gemera ก็ได้ถูกเปิดตัวสู่สาธารณชนผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ Gemera ถือเป็น Hypercar 4 ที่นั่งรุ่นแรกที่เข้าสู่ตลาดโปรดักชัน และเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่น่าทึ่ง เครื่องยนต์ของมันมีน้ำหนักเพียง 150 ปอนด์ และถูกขนานนามว่า “Tiny Friendly Giant” (TFG) ให้กำลัง 590 แรงม้า (HP) ที่ 7,500 รอบต่อนาที พร้อม Redline ที่ 8,500 รอบต่อนาที ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าอีกสามตัว (สองตัวที่ล้อหลัง ให้กำลัง 500 แรงม้าต่อตัว และหนึ่งตัวที่ล้อหน้า ให้กำลัง 400 แรงม้า) รวมเป็นกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้า

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 248 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,383 ปอนด์

แรงม้า: 1,700 HP

แรงบิด: 2,580 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, All-wheel Drive

Koenigsegg Jesko Absolut: ขีดสุดแห่งความเร็ว 1,603 แรงม้า

Koenigsegg Jesko ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V-8 Twin-turbocharged ขนาด 5.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 1,280 แรงม้า (HP) และแรงบิด 1,106 ปอนด์-ฟุต เมื่อใช้น้ำมันเบนซินทั่วไป แต่เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 เครื่องยนต์จะรีดกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า Jesko ใช้เพลาข้อเหวี่ยง V-8 ที่เบาที่สุดในโลก ซึ่งผลิตจากเหล็กกล้าแท่งชิ้นเดียว มีการออกแบบแบบ Flat-plane ระบบ LST (Light Speed Transmission) มาพร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง และหันล้อหลังไปในทิศทางตรงกันข้ามกับล้อหน้าเพื่อการเข้าโค้งที่เฉียบคมยิ่งขึ้นที่ความเร็วต่ำ Koenigsegg เคลมว่ารถสามารถสร้างแรงกดอากาศ (Downforce) ได้ถึง 1,764 ปอนด์ ที่ความเร็ว 155 ไมล์/ชม. และสูงถึง 3,086 ปอนด์ ที่ความเร็วสูงขึ้น

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.5 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 300+ ไมล์/ชม. (การเคลม)

น้ำหนักรถ: 3,131 ปอนด์

แรงม้า: 1,603 HP (เมื่อใช้ E85)

แรงบิด: 1,106 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, Rear-wheel Drive

Bugatti Chiron Super Sport: ราชาแห่งความเร็ว 1,578 แรงม้า

เครื่องยนต์ 1,578 แรงม้า (HP) ของ Chiron Super Sport ทำให้รถที่มีน้ำหนัก 4,587 ปอนด์ รู้สึกเบาหวิว พวงมาลัยที่นุ่มนวล โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแกร่ง และแรงยึดเกาะ 1.05G บน Skidpad พลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์นี้ สามารถส่งคุณลอยละลิ่วหากคุณเล่นคันเร่งมากเกินไปในโค้ง การควบคุมรถยังคงสงบนิ่งและไม่น่ากลัว ซึ่งดูแปลกเมื่อคุณกำลังเข้าโค้งด้วย G-force มากกว่า 1.00 ในรถที่มีน้ำหนักมากพอๆ กับ Chevrolet Traverse Bugatti สามารถทำให้ความบ้าคลั่งดูเป็นเรื่องปกติ เครื่องยนต์ W-16 ขนาด 8 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ 4 ตัว และเกียร์อัตโนมัติแบบ Sequential 7 สปีด ช่วยให้รถเร่งความเร็วได้ดั่งใจ Bugatti อ้างว่า Chiron Super Sport สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาเพียงกว่า 2 วินาที และทำความเร็ว 200 ไมล์/ชม. จากจุดหยุดนิ่งได้ในเวลาเพียง 15 วินาที

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.2 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 273 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,586 ปอนด์

แรงม้า: 1,578 HP

แรงบิด: 1,180 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, All-wheel Drive

Koenigsegg Regera: รถยนต์ที่ไร้เกียร์ แต่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง 1,500 แรงม้า

Regera มีระบบส่งกำลังที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครบนโลก ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V-8 Twin-turbocharged ขนาด 5.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัวที่อยู่ด้านหลังห้องโดยสาร Koenigsegg Regera ส่งกำลังทั้งหมด 1,500 แรงม้า (HP) จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์แก๊สตรงไปยังล้อหลังโดยไม่มีเกียร์! ด้วยน้ำหนัก 3,500 ปอนด์ Regera สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 249 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาเพียง 31.49 วินาที ซึ่งเป็นสถิติโลก ระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอคทีฟและระบบช่วงล่างที่ปรับได้ ช่วยควบคุมรถที่ความเร็วสูงเหล่านั้น คุณสมบัติความปลอดภัยที่มีให้มีเพียงเซ็นเซอร์จอดรถหน้า-หลัง แต่แน่นอนว่าผู้ที่ซื้อรถในระดับราคานี้ไม่ได้มองหาที่ฟีเจอร์ความปลอดภัยเป็นหลัก แต่คือรูปลักษณ์ สมรรถนะ และความเร้าใจ ซึ่ง Regera ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน โดยมีราคาหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 255 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 3,589 ปอนด์

แรงม้า: 1,500 HP

แรงบิด: 1,475 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, Rear-wheel Drive

Bugatti Divo: เน้นสมรรถนะในสนามแข่ง 1,479 แรงม้า

เครื่องยนต์ที่อยู่ตรงกลางของ Hypercar ขับเคลื่อนสี่ล้อคันนี้ คือเครื่องยนต์ W-16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่สามารถรีดกำลังได้ถึง 1,479 แรงม้า (HP) และแรงบิด 1,180 ปอนด์-ฟุต ตัวเลขนี้อาจจะฟังดูคุ้นหู เพราะเป็นเครื่องยนต์เดียวกับ Bugatti Chiron แต่ความแตกต่างหลักคือ Divo ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสนามแข่งมากกว่า จึงมีน้ำหนักเบากว่า Chiron ถึง 77 ปอนด์ เมื่อบริษัทพัฒนารถรุ่นนี้ พวกเขาได้ใส่ใจในเรื่องอากาศพลศาสตร์เป็นพิเศษ เพื่อให้ลมไหลผ่านตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดแรงต้านอากาศ (Drag) สิ่งนี้ทำให้ Bugatti Divo ทำเวลาควอเตอร์ไมล์ได้ประมาณ 9 วินาที

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 236 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,321 ปอนด์

แรงม้า: 1,479 HP

แรงบิด: 1,180 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, All-wheel Drive

Bugatti Chiron: ตำนาน Hypercar ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง 1,479 แรงม้า

เครื่องยนต์ของ Chiron คือเครื่องยนต์ W-16 Quad-Turbocharged ขนาด 8.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อให้สามารถรีดกำลังได้ถึง 1,479 แรงม้า (HP) ที่ 6,700 รอบต่อนาที และแรงบิด 1,180 ปอนด์-ฟุต ที่ 6,000 รอบต่อนาที แม้ว่าความเร็วสูงสุดของ Chiron จะถูกจำกัดไว้ที่ 261 ไมล์/ชม. เพื่อความปลอดภัย แต่จริงๆ แล้วรถคันนี้มีความสามารถที่จะวิ่งได้เร็วกว่านั้น หากมีชุดยางที่เหมาะสมซึ่งสามารถรองรับแรงเค้นในความเร็วสูงได้ ตัวถังถูกสร้างขึ้นจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และใต้ท้องรถประกอบด้วยระบบช่วงล่างแบบอิสระ และระบบขับเคลื่อน Haldex All-Wheel Drive ที่ยึดเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากล้อหมุนฟรีเล็กน้อย ในขณะที่เกียร์ 7 สปีด ทำการเปลี่ยนเกียร์ สิ่งหนึ่งที่ Chiron ไม่มีคือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Driver Aids) เพราะด้วยความเร็วระดับนี้ หากคุณไม่สามารถควบคุมรถได้ด้วยตัวเอง ก็ไม่ควรที่จะมานั่งหลังพวงมาลัย Bugatti คันนี้

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.4 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 261 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 4,400 ปอนด์

แรงม้า: 1,479 HP

แรงบิด: 1,180 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, All-wheel Drive

Rimac Concept S: ก้าวสู่ความเป็นจริงของรถต้นแบบ 1,384 แรงม้า

สิ่งที่เคยเป็นเพียงรถต้นแบบ (Concept Car) บัดนี้ได้กลายเป็นรถยนต์โปรดักชันที่แท้จริง คันแรกได้ถูกส่งมอบให้กับเจ้าของที่ภาคภูมิใจในนิวยอร์กซิตี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน นี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในตลาด ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสี่ล้อ ให้กำลังกว่า 1,000 ปอนด์-ฟุต ของแรงม้าและแรงบิด ไม่ต้องกล่าวถึงว่า Hypercar ไฟฟ้าคันนี้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 217 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเดียวกับรถยนต์รุ่นพี่ที่มีสมรรถนะรองลงมา Rimac Concept S ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติความเร็วทั่วไป เช่น 0-60 ไมล์/ชม. (1.74 วินาที) และควอเตอร์ไมล์ (8.26 วินาที) เท่านั้น แต่ยังทำลายสถิติอื่นๆ อีกมากมาย เช่น สแตนดิ้งไมล์ใน 20.62 วินาที รถยนต์ไฟฟ้าได้มอบหนทางให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดที่ก่อนหน้านี้มีเพียงเครื่องยนต์ ICE ประสิทธิภาพสูงเท่านั้นที่ทำได้ และในไม่ช้า รถยนต์ไฟฟ้าจะก้าวไปสู่อีกระดับของชื่อเสียง

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 227 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 3,968 ปอนด์

แรงม้า: 1,384 HP

แรงบิด: 1,328 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Four Electric Motors, All-wheel Drive

Koenigsegg Agera One: 1,341 แรงม้า จากการผลิตที่จำกัด

Koenigsegg Agera One ถูกเปิดตัวต่อสาธารณชนในงาน Geneva Motor Show ปี 2014 บริษัทได้ผลิตรถยนต์ทั้งหมดเจ็ดคัน ซึ่งทั้งหมดถูกขายไปก่อนที่จะเริ่มการผลิตด้วยซ้ำ ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์ Agera แบบ Twin-turbocharged ขนาด 5.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,341 แรงม้า (HP) ที่ 7,500 รอบต่อนาที ที่ 6,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดได้ถึง 1,011 ปอนด์-ฟุต ซึ่งส่งไปยังล้อหลังผ่านเกียร์ Dual-clutch 7 สปีด ผนวกกับ Differential แบบอิเล็กทรอนิกส์ คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของรุ่นปี 2014 คือโช้คอัพตัวที่สาม ซึ่งวิศวกรได้ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้าของรถ โดยอยู่ระหว่างล้อหน้าทั้งสองข้างเพื่อเชื่อมต่อกัน การออกแบบนี้ช่วยลดการยุบตัวของช่วงล่าง (Squatting) ขณะเร่งความเร็วอย่างรุนแรง และลดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ของเหล็กกันโคลง (Anti-sway bar) ในช่วงที่เกิดการระเบิดพลังไปข้างหน้า Agera One เป็น “Mega Car” รุ่นแรก และสิ่งที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งคือรถคันนี้สามารถใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 3.2 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 272 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 2,954 ปอนด์

แรงม้า: 1,341 HP

แรงบิด: 1,011 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-mounted, Rear-wheel Drive

Nio EP9: รถไฟฟ้าที่ตั้งเป้าทำลายสถิติ 1,341 แรงม้า

Nio EP9 ไม่ใช่รถยนต์โปรดักชันที่คุณจะเห็นวิ่งอยู่บนท้องถนนทั่วไป แม้ว่าจะได้รับการออกแบบ ผลิต และจำหน่ายให้กับสาธารณชนแล้วก็ตาม แต่มันไม่ใช่รถที่ถูกกฎหมายสำหรับการวิ่งบนถนน EP9 เป็น Hypercar พลังไฟฟ้าล้วนที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัวแยกกัน หนึ่งตัวต่อหนึ่งล้อ เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละล้อช่วยส่งแรงผลักดันรถไปสู่เป้าหมายที่ความเร็วเกือบ 200 ไมล์/ชม. แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่คุณเห็นตามท้องถนนในปัจจุบัน แบตเตอรี่ของ EP9 จำเป็นต้องถูกถอดออกเพื่อชาร์จ ซึ่ง Nio EP9 ถูกออกแบบมาให้สามารถถอดออกได้ภายในไม่กี่นาที แบตเตอรี่สามารถชาร์จจนเต็มได้ใน 45 นาที และวิ่งได้สูงสุด 265 ไมล์ต่อการชาร์จ ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงไม่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ในตอนนี้ Nio พอใจกับการทำลายสถิติในสนาม Nürburgring แต่สำหรับอนาคตของบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 นี้ ดูสดใสอย่างยิ่ง

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.6 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 195 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 3,825 ปอนด์

แรงม้า: 1,341 HP

แรงบิด: 1,092 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Four Electric Motors, All-wheel Drive

SSC Ultimate Aero TT: ผู้ท้าชนความยิ่งใหญ่จากอเมริกา 1,287 แรงม้า

SSC North America ก่อตั้งโดย Jerod Shelby (ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Carroll Shelby ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก) ได้ก้าวไปสู่การสร้างรถยนต์ที่ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ Ultimate Aero TT ในปี 2007 รถซูเปอร์คาร์อย่าง SSC Tuatara Aggressor ที่ให้กำลัง 2,200 แรงม้า (HP) บนเชื้อเพลิงเอทานอล แต่เนื่องจากรถคันนั้นออกแบบมาเพื่อสนามแข่งเท่านั้น จึงไม่มีที่ในรายการนี้ อย่างไรก็ตาม The Ultimate Aero TT เป็นรถยนต์โปรดักชันที่ให้กำลังกว่า 1,200 แรงม้า โดยใช้เครื่องยนต์จาก Chevrolet Corvette ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ การปรับแต่งเช่นระบบ Twin-turbocharger ช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับกำลังและแรงบิดที่จำเป็นสำหรับ Aero TT เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ Jerod ตั้งไว้ คือการสร้างสถิติและท้าชนรถยนต์จากยุโรปที่ครองตลาดซูเปอร์คาร์มานานเกินไป

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 2.8 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 255 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 2,756 ปอนด์

แรงม้า: 1,287 HP

แรงบิด: 1,093 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, Rear-wheel Drive

Czinger 21C: Hypercar สัญชาติอเมริกัน สมรรถนะระดับสนามแข่ง 1,250 แรงม้า

Czinger 21C ออกแบบและผลิตในลอสแอนเจลิส รถซูเปอร์คาร์สัญชาติอเมริกันคันนี้ ก้าวเข้าสู่ 20 อันดับแรกด้วยการให้กำลังกว่า 1,000 แรงม้า (HP) ผ่านเครื่องยนต์ V-8 Twin-turbocharged ขนาด 2.88 ลิตร ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ควบคู่ไปกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวด้านหน้า ที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้เป็นรถซูเปอร์คาร์ All-wheel Drive ที่สามารถวิ่งบนถนนและสนามแข่ง สามารถทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 2 วินาที ห้องโดยสารภายในไม่ได้ถูกจัดวางเหมือนรถยนต์ทั่วไป เนื่องจากบริษัทต้องการให้ตำแหน่งการนั่งแคบที่สุด เพื่อเลียนแบบรถแข่ง F1 ซึ่งช่วยลดแรงต้านอากาศที่ความเร็วสูง สำหรับรถโปรดักชัน Czinger 21C มีที่นั่งสองตำแหน่ง โดยมีที่นั่งพิเศษอยู่ด้านหลังผู้ขับขี่ ทำให้รถคันนี้เป็นซูเปอร์คาร์แบบสองที่นั่ง โดยยังคงรูปลักษณ์ของรถแข่ง F1 ที่พร้อมลงสนาม

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 268 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: 2,756 ปอนด์

แรงม้า: 1,250 HP

แรงบิด: 1,061 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Mid-engine, All-wheel Drive

Aion Hyper SSR: การเดินทางสู่ยุคใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้า 1,225 แรงม้า

การผลิต Aion Hyper SSR ปี 2024 เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เป็นหนึ่งในรถยนต์โปรดักชันที่มีเอกลักษณ์และน่าทึ่งที่สุดในตลาด แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่จะใช้ แต่ระบุว่าเป็นชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน NCM Aion Hyper SSR จะให้แรงบิดมหาศาลถึงเกือบ 8,900 ปอนด์-ฟุต แต่ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งนั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอลุ้น การออกแบบภายในก็มีความโดดเด่นไม่แพ้ภายนอก ประกอบด้วยพวงมาลัยสไตล์รถแข่ง แผงหน้าปัดสองระดับ โครงสร้างท่อเหล็กเปลือยทั่วทั้งห้องโดยสาร หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ชุดมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และประตูแบบ Butterfly Doors ที่เปิด-ปิดอัตโนมัติหลังจากผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างมั่นคง

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม.: 1.9 วินาที

ความเร็วสูงสุด: 155 ไมล์/ชม.

น้ำหนักรถ: ไม่ทราบ

แรงม้า: 1,225 HP

แรงบิด: 8,850 ปอนด์-ฟุต

ระบบขับเคลื่อน: Dual Electric Motors, Rear-wheel Drive

บทสรุป: การไล่ตามขุมพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด

โลกของยานยนต์สมรรถนะสูงกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้ง ทั้งในฝั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ถูกรีดเค้นขีดสุด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เข้ามาพลิกโฉมวงการ การได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกเหล่านี้ คือการได้สัมผัสถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมขั้นสูงสุด

หากคุณหลงใหลในโลกของซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ หรือกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารล่าสุด และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีต่อๆ ไป สมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัดเหล่านี้ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดของมนุษย์

คุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดขีดของขุมพลังที่เหนือจินตนาการแล้วหรือยัง? ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์สมรรถนะสูงของเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและค้นหาสุดยอดรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ!

Previous Post

N0101672 คนท ไม ควร part 2

Next Post

N0101677 าอยากอย ายค าค มครองมา part 2

Next Post
N0101677 าอยากอย ายค าค มครองมา part 2

N0101677 าอยากอย ายค าค มครองมา part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Video 21
  • Video 20
  • N1104241_คนข บรถ…คนใหม_part 2
  • N1104240_เม ยผ เส ยสละ_part 2
  • N1104239_ำใจท กทรยศ_part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.